ไพเรตส์ ออฟ เดอะ คาริบเบี่ยน อัศวินม้าขาว แห่งปี 2549!!!

Home / ข่าวหนัง / ไพเรตส์ ออฟ เดอะ คาริบเบี่ยน อัศวินม้าขาว แห่งปี 2549!!!


โจรสลัดกลายเป็น “พระเอกแห่งปี” เมื่อ “ไพเรตส์ ออฟ เดอะ คาริบเบี่ยน : เดด แมน”ส เชสต์” (Pirates of the Caribbean : Dead Man”s Chest) สามารถช่วยฉุดรายได้หนังในวงการภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดปี 2549 ไม่ให้ “วืด” เหมือนปี 2548 ที่ผ่านมา ซึ่งรายได้หนังในบ๊อกซ์ออฟฟิศของอเมริกาตกต่ำที่สุดในรอบ 10 ปี

“หนังเพียงเรื่องเดียวก็สามารถทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงได้ และไม่ใช่แค่ช่วยเพิ่มรายได้ในบ๊อกซ์ออฟฟิศเท่านั้นแต่ยังสามารถส่งผลด้านจิตวิทยาแก่ผู้คนในวงการฮอลลีวู้ดด้วย ขอให้คุณสามารถมีหนังทำเงินชนิดถล่มทลายได้สัก 1-2 เรื่องแค่นั้น ก็สามารถส่งแรงสั่นสะเทือนถึงเบื้องล่างได้เลย” พอล เดอร์การาเบเดี่ยน ประธานบริษัท มีเดีย บาย นัมเบอร์ (Media By Numbers) ซึ่งติดตาม 10 อันดับหนังทำเงินในบ๊อกซ์ออฟฟิศของสหรัฐอเมริกาทุกสัปดาห์ให้ความเห็นถึงความเป็นไปในวงการภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดปี 2549 ซึ่งสรุปได้ว่า “ดีพอควร” และน่าจะส่งผลให้คนในฮอลลีวู้ดมีกำลังใจดีขึ้น หลังจากใจเหี่ยว ใจฝ่อ กันมาหนักจากเมื่อปีที่แล้ว

สำหรับรายได้ทั้งหมดของหนังฮอลลีวู้ดในปี ค.ศ.2006 หรือปี พ.ศ.2549 เฉพาะรายได้ในสหรัฐอเมริกาคิดเป็นเงินถึง 9.3 พันล้านดอลลาร์ (ราว 339.4 พันล้านบาท) เพิ่มจากปีที่แล้ว 4.2% โดยนอกจากจะมีหนังที่โกยรายได้ถล่มทลายอย่าง “ไพเรตส์ฯ” ที่ทำเงินในอเมริกาไปถึง 423 ล้านดอลลาร์ (ราว 15,439.5 ล้านบาท) ก็ยังมี “หนังดาวเด่น” อย่าง “เอ็กซ์-เมน:เดอะ ลาสต์ สแตนด์” (X-Men: The Last Stand ), “คาร์” (Cars), “แฮปปี้ ฟีท” (Happy Feet) และ “ไอซ์ เอจ:เดอะ เมลต์ดาวน์” (Ice Age:The Meltdown) ซึ่งต่างเข้าข่ายเป็นหนังที่ทำรายได้ดีให้แก่วงการฮอลลีวู้ดปีนี้

 

“วงการภาพยนตร์ถือว่าได้ฟื้นคืนชีพอีกครั้งและมีท่ากำลังไปได้ดีด้วย” เจฟ เบลค รองประธานบริษัทโซนี่ ซึ่งคาดว่าปีนี้น่าจะมีรายได้ภายในบ้านจากหนังในเครือถึง 1.57 พันล้านดอลลาร์ (ราว 57.3 พันล้านบาท) และคาดว่าน่าจะทำลายสถิติรายได้ที่เคยทำไว้เมื่อปี 2545 ด้วยกล่าว หลังจากมีหนังดังที่ทำรายได้ดีอยู่หลายเรื่อง รวมทั้ง “เดอะ ดาวินชี่ โค้ด” (The Da Vinci Code) และ “คาสิโน รอยาล” (Casino Royale) และให้ความเห็นถึงปัจจัยที่นำความสำเร็จมาให้แก่โซนี่ในปีนี้ว่า

“ผมคิดว่าปีนี้เรามีหนังหลากหลายแนว เพียงพอสำหรับผู้ชมทุกเพศ ทุกวัย หนังสำหรับวัยรุ่นหนุ่มสาวก็มี หนังสำหรับครอบครัวก็มีมากกว่าปีที่แล้วด้วยซ้ำ แล้วเรายังมีหนังฮิตที่ทำเงินรายได้ดีอย่าง เดอะ ดาวินชี่ โค้ด (The Da Vinci Code ), เดวิล แวร์ ปราด้า (Davil Wears Prada) และ เดอะ ดีพาร์ตเต็ด (The Departed)”

ขณะที่ ชัค เวียน หัวหน้าฝ่ายจัดจำหน่ายของดิสนีย์ ซึ่งจัดจำหน่าย “ไพเรตส์ ออฟ เดอะ คาริบเบี่ยน : เดด แมน”ส เชสต์” ซึ่งครองอันดับ 1 หนังทำเงินสูงสุดในสหรัฐอเมริกาของปี 2549 ด้วยรายได้ 423 ล้านดอลลาร์ (ราว 15,439.5 ล้านบาท) ทั้งยังเป็นภาพยนตร์เพียงเรื่องเดียวของปีนี้ที่สามารถแทรกตัวเข้าสู่ทำเนียบภาพยนตร์ทำเงินสูงสุดตลอดกาลในอันดับ 6 ก็ว่าเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของบรรดานักวิจารณ์หนังที่เขียนถึงหนังเรื่องนั้น เรื่องนี้ว่าทำรายได้ไม่ดี ไม่ประสบความสำเร็จ ซึ่งมีออกมาอย่างต่อเนื่อง ก็ส่งผลต่อรายได้ของวงการภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดเมื่อปี 2548 เพราะทำให้แฟนภาพยนตร์อ่านแล้วรู้สึก “หมดไฟ” ไม่ค่อยมีแรงจูงใจอยากลุกออกจากบ้านไปดูหนัง แล้วก็เลยเลือกที่จะหันไปหาความบันเทิงภายในบ้าน อย่างดูดีวีดี หรือเล่นวิดีโอเกม ฯลฯ

“ทันทีที่เริ่มมีเสียงวิจารณ์แง่ลบเกิดขึ้น สักพักก็ได้ผล ผู้คนก็จะรู้สึกเชื่อไปตามนั้น แล้วสิ่งที่คุณจำเป็นต้องทำเพื่อดึงคนดูกลับมาก็คือ ทำให้เขารู้สึกว่ามีหนังที่คุ้มค่ากับการเสียเวลาออกจากบ้านไปดู” ชัค เวียน ให้ความเห็นก่อนจะพูดถึงภาพรวมของผลงานหนังในค่ายดิสนีย์ปีนี้ว่า “ความจริงภาพยนตร์ของเราปีนี้ก็อาจจะไม่ได้มีอะไรแตกต่างสักเท่าไหร่ แต่บางทีมันอาจจะเป็นเนื้อหาสาระที่เราสื่อผ่านภาพยนตร์นั่นต่างหากที่มันแรง และมีผลต่อความรู้สึกของคนดู”

ทั้งนี้ หัวหน้าฝ่ายจัดจำหน่ายของดิสนีย์ยังว่า เรื่องเสียงวิจารณ์ “ติดลบ” จากนักวิจารณ์นั้นย่อมมีกันทุกปี แต่ปีนี้เสียงติว่าเหล่านั้นแผ่วลงไปเยอะ หลังจากมีหนังฮิตที่มีความแรงระดับ “ระเบิดปรมาณู” ถูกหย่อนลงมาสัก 2-3 เรื่อง!!!

อย่างในปีนี้หนังที่มาแรงสุดสุด ก็คือ “ไพเรตส์ ออฟ เดอะ คาริบเบี่ยน” ที่นำทีม 10 หนังที่ทำเงินสูงสุดในอเมริกาประจำปีนี้ ซึ่งมี “คาร์”(Cars), “เอ็กซ์ เมน:เดอะ ลาสต์ สแตนด์”, “ไอซ์ เอจ:เดอะ เมลท์ดาวน์”, “เดอะ ดาวินชี่ โค้ด”, “ทอลลาเดก้า ไนท์:เดอะ บัลลาด ออฟ ริคกี้ บ๊อบบี้”, “ซุปเปอร์แมน รีเทิร์น”, “แฮปปี้ ฟีต”, “โอเวอร์ เดอะ เฮดจ์” และ “แอน อินคอนเวเนี่ยน ทรูธ”

แล้วยังมีหนังม้ามืดที่ทำเงินเกินความคาดหมาย เกิน 100 ล้านดอลลาร์ (ราว 3,650 ล้านบาท) อย่าง “โบรัต:คัลเจอรัล เลิร์นนิ่ง ออฟ อเมริกา ฟอร์ เมค เบเนฟิธ กลอเรียส เนชั่น ออฟ คาซัคสถาน”, “เดอะ เดวิล แวร์ ปราด้า” และ “เดอะ เบรค-อัพ”

“ผมคิดว่าหนังดีๆ เข้ามาถูกจังหวะ อย่างปีที่แล้วผมคิดว่าผลงานของเราอาจจะเบาไป แต่ปีนี้เราพัฒนาได้ดีขึ้น” แดน เฟลแมน หัวหน้าฝ่ายจัดจำหน่ายของบริษัท วอร์เนอร์ บราเธอร์ ซึ่งจัดจำหน่ายภาพยนตร์เรื่อง “ซุปเปอร์แมน รีเทิร์น” และ “แฮปปี้ ฟีต” กล่าว

และทั้งหมดนี้ก็คือผลงานที่ช่วยชุบความหวังให้คนฮอลลีวู้ดมีกำลังใจต่อสู้กันอีกครั้ง สำหรับปีหน้า (ฟ้าเก่า) ภาพยนตร์ที่ถูกจับจ้องในฐานะความหวังใหม่ที่จะช่วยกันโกยรายได้ในฮอลลีวู้ดก็มี “สไปเดอร์ แมน ภาค 3” (Spider-Man 3), “เชร็ค ภาค 3” (Shrek the Third), “ไพเรตส์ ออฟ เดอะ คาริบเบี่ยน ภาค 3”, “แฮร์รี่ พอตเตอร์ แอนด์ ดิ ออเดอร์ ออฟ เดอะ ฟีนิกซ์”

“สำหรับปีหน้าเราก็มีความหวังว่าจะได้มีโอกาสดีๆ และได้ทำอะไรที่ท้าทาย ยิ่งตอนนี้ที่ธุรกิจในวงการฮอลลีวู้ดเริ่มกระเตื้องขึ้นแล้ว คุณก็ยิ่งมีโอกาสที่จะเปิดใจคนดูได้มากขึ้น” ชัค เวียน กล่าวทิ้งท้าย

ที่มาจากหนังสือพิมพ์