อภิรดี เอี่ยมพึ่งพร ทายาทรุ่น 3 “ไฟว์สตาร์”

Home / ข่าวหนัง / อภิรดี เอี่ยมพึ่งพร ทายาทรุ่น 3 “ไฟว์สตาร์”

คอลัมน์ เฉลียงไอเดีย
โดย ปวีณา ประยูรหาญ


มาถึงวันนี้ตำนานบ้านหนังไทย โดยบริษัท ไฟว์สตาร์ โปรดักชั่น จำกัด ยังคงอยู่คู่คนไทยมายาวนานถึง 34 ปี หากนับจากวันที่ เกียรติ เอี่ยมพึ่งพร ได้ก่อตั้งธุรกิจขึ้นเมื่อปี 2516

ที่ได้ชื่อเช่นนั้น เพราะ ไฟว์สตาร์ฯยืนหยัดธุรกิจมาด้วยแนวทางแห่งการผลิตภาพยนตร์ไทย จากยุคน้ำพุ ด้วยเกล้า ทองพูนโคกโพธิ์ บ้านทรายทอง บุญชู สะแด่วแห้ว ฯลฯ ผ่านทีมงานและผู้กำกับฝีมือชั้นเยี่ยมมาอย่างต่อเนื่อง โดยรวมแล้ววันนี้ไฟว์สตาร์ฯผลิตภาพยนตร์ไทย คลาสสิค มากถึง 240 เรื่อง

จนก้าวสู่ยุคที่ภาพยนตร์ไทยต้องพัฒนาให้เข้ากับความต้องการของผู้บริโภค โดยเฉพาะการเพิ่มความหลากหลายให้ผู้ชมได้มีทางเลือก เราจึงได้เห็นผลงานจากไฟว์สตาร์ฯในหลากหลายอรรถรส อย่าง มนต์รักทรานซิสเตอร์ รักน้อยนิดมหาศาล มหานคร ตลก 69 ลองของ เป็นต้น

แม้ว่า เกียรติจะต้องเสียชีวิตลง หลังจากบริหารธุรกิจบ้านหนังไทยมาเพียง 8 ปี แต่ไฟว์สตาร์ฯก็ยังเดินหน้าผลิตภาพยนตร์ไทยมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีเจริญ เอี่ยมพึ่งพร น้องชายเกียรติเข้ามาดูแล

จนเมื่อ 3 ปีก่อน ไฟว์สตาร์ฯมาถึงยุคผ่องถ่ายธุรกิจสู่เจเนเรชั่นที่ 3 โดยมี กิ๊ก-อภิรดี เอี่ยมพึ่งพร บุตรสาวคนโตของ เกียรติ เข้ามานั่งในตำแหน่งกรรมการบริหาร กับความรับผิดชอบด้านการตลาดและธุรกิจจัดจำหน่ายในต่างประเทศ

“แม้ว่าคุณพ่อจะเสียชีวิตตอนอายุได้เพียง 3-4 ขวบ แต่กิ๊กเติบโตมาได้ เพราะหนังไทยที่เป็นน้ำหล่อเลี้ยงทั้งบริษัทและครอบครัว วันที่ กิ๊กต้องไปเรียนต่อต่างประเทศ เพื่อเรียนรู้และเลือกทางเดินชีวิตให้กับตัวเอง ก็ยังรับรู้ข้อมูลข่าวสารของหนังไทยตลอด ตั้งแต่น้ำพุ บุญชู ผีเสื้อและดอกไม้ และอีกหลายต่อหลายเรื่อง”


เมื่อถึงวันที่ อภิรดี ต้องเข้ามาบริหารธุรกิจครอบครัวช่วงต้นปี 2546 แม้ว่าช่วงเวลานั้นอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยจะแข่งขันกันสูง ด้วยจำนวนผู้เล่นในตลาดค่อนข้างมาก แต่ อภิรดี เลือกที่จะต่อสู้กับอุปสรรคโดยเลือกนำประสบการณ์การทำงานในต่างประเทศที่สะสมมาตลอด 4 ปี

นับตั้งแต่ อภิรดี อยู่ระหว่างศึกษาปริญญาตรี ด้านการตลาด ก็ได้มีโอกาสฝึกงานด้านบรอดคาสต์กับทางมหาวิทยาลัย ตลอดจนการฝึกงานในเครือโรงแรมแมริออท และตำแหน่งสุดท้ายด้านการตลาดที่ Black & Decker ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุตสาหกรรมหนัก หลังจากจบการศึกษาระดับปริญญาโท

“เราเคยเป็นลูกจ้างมา 3-4 ปี ถึงระดับหนึ่งที่เรารู้สึกว่าต้องเหนื่อยขนาดนี้ การกลับมาช่วยครอบครัวจึงน่าจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดี โดยเฉพาะกับประสบการณ์ด้านการตลาด ที่มองว่าบริษัทของเราน่าจะทำตลาดที่กว้างกว่านี้ ทำให้หนังไทยไปไกล โดยไม่ต้องผ่านดีลเลอร์ต่างประเทศอีกต่อไป”

เป้าหมายที่ชัดเจนของ อภิรดี ทำให้เธอเข้ามาปรับเปลี่ยนระบบการจัดจำหน่ายภาพยนตร์ไทยของไฟว์สตาร์ฯทั้งหมด จากเดิมที่ผ่านตัวแทนจำหน่ายในแต่ละประเทศ เป็นการจัดจำหน่ายเอง ไฟว์สตาร์ฯจึงสามารถขยายลิขสิทธิ์เข้าไปในหลายประเทศ ทั้งยุโรป ฝรั่งเศส เยอรมนี เม็กซิโก และอเมริกาใต้ เป็นหลัก 

สำหรับความรับผิดชอบด้านการตลาดนั้น อภิรดีบอกว่า โจทย์ที่ยากอย่างหนักหน่วงคือ การเอาใจผู้บริโภคหรือคนดู นั่นเพราะการผลิตภาพยนตร์ออกมา 1 เรื่อง ต้องใช้เวลาผลิตยาวนานอย่างน้อย 6-8 เดือน ซึ่งหมายถึงการคาดคะเนตลาดล่วงหน้าในวันที่ภาพยนตร์จะออกฉาย ทั้งความนิยมในตลาด หน้าหนังทั้งในและต่างประเทศ เพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงให้น้อยที่สุด

“เราจะใช้เวลาในการเลือกพล็อตเรื่องนานขึ้น ไม่ใช่ว่าอยากทำเรื่องไหนก็ทำ ต้องเลือกและคิดว่าจะทำออกมาได้อย่างมีคุณภาพที่สุด”

บทพิสูจน์ฝีมือทายาทสาวแห่งไฟว์สตาร์ฯคนนี้ ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะธุรกิจต่างประเทศมียอดขายและกำไรเติบโตต่อเนื่อง อภิรดี นอกเหนือจากการนำภาพยนตร์ไทยออกฉายในตลาดโลกแล้ว เธอยังขยายแนวคิดธุรกิจสู่การขายคอนเทนต์ให้กับเคเบิลทีวีในหลายประเทศอีกด้วย เช่น มาเลเซีย บรูไน อินโดนีเซีย ตลอดจนการนำภาพยนตร์ลิขสิทธิ์เก่าที่ตลาดมีความต้องการอย่างน้ำพุ ด้วยเกล้า มารีมาสเตอร์ เพื่อเพิ่มคุณภาพของแผ่นและออกจำหน่ายเพื่อสร้างรายได้เสริมให้กับบริษัท และล่าสุด ในการขยายความร่วมมือโดยดึงพันธมิตรต่างชาติเข้ามาร่วมผลิตภาพยนตร์บางเรื่องด้วย

ส่วนผลงานที่อภิรดี เข้ามาดูแบบเต็มตัวนั้นมีอยู่หลายเรื่องด้วยกัน อย่าง ลองของ เปนชู้กับผี และ ลาง-หลอก-หลอน ที่เธอว่า อาจจะมีทั้งส่วนที่ทั้งสำเร็จและไม่สำเร็จบ้าง แต่เธอยังคงมุ่งมั่นบริหารในแนวทางของเธอต่อไป

โดยหน้าหนังที่จะเตรียมฉายครึ่งปีแรกนี้ คือ หอ แต๋ว แตก ภาพยนตร์แนวตลก พลอย ผลงานของผู้กำกับมือดีเป็นเอก รัตนเรือง ด้วยแนวภาพยนตร์แบบอีโรติค มวยไทยไชยา ภาพยนตร์เชิงศิลปะต่อสู้ และอีก 2 ภาพยนตร์แนวสยองขวัญ อย่างลองของ 2 กับผีจ้างหนัง

ด้วยสูตรสำเร็จในแนวทางของผู้บริหารรุ่นใหม่คนนี้ เธอว่าต้องดูแนวภาพยนตร์ทั้งไทยและต่างประเทศให้เข้ากับกระแสความนิยม เพื่อลดความเสี่ยงให้น้อยที่สุด ไม่ใช่ว่าอยากจะทำเรื่องไหนก็ทำ บวกเข้ากับการบริหารแบบทีมเวิร์คเป็นสำคัญ ที่เน้นการสื่อสารกันมากขึ้น เพื่อให้ทุกคนได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็นร่วมกัน

และอีกองค์ประกอบสำคัญ ที่เป็นอีก 2 แรงแข็งขันของไฟว์สตาร์ฯ คือน้องชายทั้งสองของ อภิรดี โดยมีเกียรติกมล เอี่ยมพึ่งพร น้องชายคนรอง รับผิดชอบด้านการผลิต งานไอที และเกียรติคุณ เอี่ยมพึ่งพร น้องชายคนเล็ก ดูแลงานด้านแอนิเมชั่น ภายใต้การดำเนินงานโดยบริษัท สตาร์ดิโอ บริษัทในเครือที่รับทำงานภายนอกด้วย

ยุคที่ 3 ของไฟว์สตาร์ฯ จึงเข้าสู่ยุคผลัดใบธุรกิจอย่างแท้จริง

“ยังเหลืออีกไกลที่เราสามารถทำได้ นี่คือการเริ่มต้น ตราบใดที่เรายังสนุก และตลาดยังมีช่องว่างอีกมาก ธุรกิจเอ็นเตอร์เทนเม้นต์สามารถทำได้ไปไกลทั่วโลก ไม่มีที่สิ้นสุด” อภิรดีทิ้งท้ายไว้อย่างนั้น

ที่มาจากหนังสือพิมพ์