“ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช”

Home / ข่าวหนัง / “ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช”

คอลัมน ์แกะกล่องหนามเตย

 
กว่า 3 ปีที่จะออกมาเป็นภาพยนตร์ไตรภาค “ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช” ให้ได้ชมกัน โดยฝีมือการกำกับฯ ของ “ท่านมุ้ย”ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล พร้อมด้วยผู้ช่วยผู้กำกับฯ เปี๊ยก โปสเตอร์, กิตติกร เลียวศิริกุล, พุฒิพงศ์ สายศรีแก้ว ฯลฯ ด้วยทุนสร้างมหาศาล 700 ล้านบาท ซึ่งระดมนักแสดงทั่วฟ้าเมืองไทยมาร่วมสร้างปรากฏการณ์ให้กับวงการภาพยนตร์ไทย

สำหรับแรงบันดาลใจที่ทำให้ออกมาเป็นภาพยนตร์เรื่องนี้ “ท่านมุ้ย”ให้คำตอบว่า

“ผมอยากให้ลูกหลานรู้จักประวัติศาสตร์ให้มากที่สุด รายละเอียดเกี่ยวกับพระนเรศวรมีมากมาย ตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์มีเรื่องราวที่น่าสนใจ ผมอยากถ่ายทอดให้คนไทยโดยเฉพาะรุ่นลูกหลานได้เรียนรู้ให้มากที่สุด ผมใช้เวลา 6 ปี ในการหาข้อมูล ผมเดินทางไปในสถานที่จริง ทั้งในไทยและพม่า ข้อมูลทางประวัติศาสตร์บางเรื่องตรงกัน บางเรื่องต่างกันนิดหน่อย บางเรื่องไม่มีในประวัติศาสตร์ไทย เช่น เรื่องของพระสุพรรณกัลยา หรือเรื่องที่พระองค์ดำเคยไปประทับอยู่ที่หงสาวดี เหล่านี้ไม่มีเอกสารประวัติศาสตร์ไทย จึงเป็นเหตุผลทำให้เราใช้ชื่อภาพยนตร์ว่า ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช”

ในด้านของนักแสดงนั้น “ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช” เป็นอีกปรากฏการณ์ที่รวมเอานักแสดงของวงการบันเทิงมารวมอยู่ในเรื่องเดียวกัน

นักแสดงฝ่ายชาย สมเด็จพระนเรศวรมหาราช รับบทโดย พ.ต.วันชนะ สวัสดี สมเด็จพระเอกาทศรถ รับบทโดย พ.ท.วินธัย สุวารี ออกพระราชมนู รับบทโดย นพชัย ชัยนาม ออกพระชัยบุรี รับบทโดย ปราบต์ปฎล สุวรรณบาง พระมหาเถรคันฉ่อง รับบทโดย สรพงษ์ ชาตรี สมเด็จพระมหาธรรมราชา รับบทโดย ฉัตรชัย เปล่งพานิช สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ รับบทโดย ศรัณยู วงษ์กระจ่าง สมเด็จพระมหินทราธิราช รับบทโดย สันติสุข พรหมศิริ พระราเมศวร รับบทโดย สถาพร นาควิไล พระยาท้ายน้ำ รับบทโดย คมน์ อรรฆเดช พระยาพิชัย รับบทโดย กรุง ศรีวิไล พระยาสวรรคโลก รับบทโดย มานพ อัศวเทพ พระยาจักรี รับบทโดย ไพโรจน์ ใจสิงห์ ขุนรัตนแพทย์ รับบทโดย โกวิท วัฒนกุล เศรษฐี รับบทโดย ดี๋ ดอกมะดัน

พระเจ้าหงสาวดีบุเรงนอง รับบทโดย สมภพ เบญจาธิกุล พระเจ้าหงสาวดีนันทบุเรง รับบทโดย จักรกฤษณ์ อำมะรัตน์ พระมหาอุปราชา รับบทโดย นภัสกร มิตรเอม

นักแสดงฝ่ายหญิง มณีจันทร์ รับบทโดย ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ เลอขิ่น รับบทโดย อินทิรา เจริญปุระ หมอกมู รับบทโดย อภิรดี ทศพร พระวิสุทธิกษัตรี รับบทโดย ปวีณา ชารีฟสกุล พระเทพกษัตรี รับบทโดย ณัฐริกา ธรรมปรีดานันท์ พระสุพรรณกัลยา รับบทโดย เกรซ มหาดำรงค์กุล พระนางจันทราเทวี รับบทโดย เปรมสินี รัตนโสภา มเหสีพระมหินทร์ (1) รับบทโดย ปริศนา กล่ำพินิจ มเหสีพระมหินทร์ (2) รับบทโดย ปรารถนา ตันติพิพัฒน์ ท้าววรจันทร์ รับบทโดย อำภา ภูษิต

นักแสดงรุ่นเล็ก พระนเรศวร (เด็ก) องค์ดำ รับบทโดย ด.ช.ปรัชฌา สนั่นวัฒนานนท์ (บีเจ) พระเอกาทศรถ (เด็ก) องค์ขาว รับบทโดย ด.ช.กรัณย์ เศรษฐี ออกพระราชมนู (เด็ก) ไอ้ทิ้ง รับบทโดย ด.ช.จิรายุ ละอองมณี มณีจันทร์ (เด็ก) รับบทโดย ด.ญ.สุชาดา เช็คลีย์ (ดาด้า)

พร้อมนักแสดงอีกคับคั่ง

การถ่ายทำ “ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช” ใช้พื้นที่ประมาณ 1500 ไร่ ในบริเวณกองพลทหารราบที่ 9 (ค่ายสุรสีห์) ต.ลาดหญ้า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี เพื่อให้สอดคล้องกับพระราชประวัติของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช โดยมีหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในจ.กาญจนบุรี ตามประวัติศาสตร์ในยุคสมัยของพระองค์

มีหลายฉากที่กว่าจะสำเร็จออกมาได้ก็ต้องรวมพลัง รวมใจนักแสดงหลายร้อยชีวิต ทั้ง ฉากพระแสงปืนข้ามแม่น้ำสะโตง ฉากการซุ่มโจมตีที่ช่องเขาขาด ฉากประกาศอิสรภาพที่เมืองแครง ฉากการเจรจาหย่าศึกระหว่างอโยธยากับหงสาวดี

“ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช” ถูกจัดเป็นภาพยนตร์ไตรภาค โดย “ท่านมุ้ย”เผยว่า “วีรกรรมของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงเปี่ยมไปด้วยความเสียสละ กล้าหาญเด็ดเดี่ยว อดทนและทรงมุ่งมั่นที่จะกอบกู้เอกราชตั้งแต่ทรงพระเยาว์ ความคับแค้นพระทัยในการอยู่ท่ามกลางศัตรู จึงอยากถ่ายทอดสิ่งเหล่านี้ให้มากที่สุด เพื่อให้คนไทยทุกคนได้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน และตระหนักถึงความยิ่งใหญ่ของคำว่า “อิสรภาพ” ที่ทำให้เรามีศักดิ์ศรีอย่างเต็มภาคภูมิ ซึ่งรายละเอียดมากมายนี้หากสร้างให้จบในภาคเดียวคงไม่ประทับใจ ดูไม่รู้เรื่อง จึงทำเป็น 3 ภาค คือช่วงปฐมวัย ประกาศอิสรภาพ และการทำศึกสงครามครั้งสำคัญ”

โดยภาคแรก “องค์ประกันหงสา” จะเป็นตอนที่ พระองค์ดำ หรือ สมเด็จพระนเรศวรยังทรงพระเยาว์อยู่ มีพระชันษาเพียง 9 พรรษา เท่านั้น ชีวิตส่วนใหญ่จะอยู่ในพม่า เนื่องจากพระองค์ต้องไปเป็นตัวประกันไทยของพม่า พร้อมกับพี่สาวของพระองค์ คือ พระสุพรรณกัลยา โดยที่พระเจ้าบุเรงนองทรงรับพระองค์เป็นโอรสบุญธรรม

ภาค 2 “ประกาศอิสรภาพ” เป็นช่วงที่ทรงเจริญพระชันษา กลับไปประทับ ยังหงสาวดีอีกครั้งหนึ่ง ทรงผ่านเหตุการณ์สำคัญมากมาย และทรงมีชัยชนะในศึกสงครามต่างๆ ด้วยพระอัจฉริยภาพในการรบที่ล้ำเลิศ ภาคนี้จบลงที่การประกาศอิสรภาพอันทำให้ดำรงเอกราชและความเป็นไทยที่เราภาคภูมิใจตราบจนทุกวันนี้

ภาค 3 ตอนทำยุทธหัตถี

โดยภาคแรก “องค์ประกันหงสา” ฉายให้ชมวันที่ 18 ม.ค.ที่ผ่านมา ภาค 2 “ประกาศอิสรภาพ” วันที่ 1 ก.พ. และภาค 3 วันที่ 5 ธ.ค.

ความอลังการของภาพยนตร์ “ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช” พิสูจน์ให้เห็นกันอยู่ในโรงภาพยนตร์แล้ววันนี้

คนไทย..รักไทย ไม่ควรพลาด

ที่มาจากหนังสือพิมพ์

ภาคสอง อาจเลื่อนไป 15 กุมภาพันธ์นะครับ