ตีหน้าเศร้าเล่าเรื่องเกย์

Home / ข่าวหนัง / ตีหน้าเศร้าเล่าเรื่องเกย์

คงเป็นภาพที่ไม่เคยมีใครพบเห็น เมื่อ เปิ้ล-นาคร ศิลาชัย กับ หอย-เกียรติศักดิ์ อุดมนาค จะเล่นเป็นคู่รักเกย์ ข้าวใหม่ปลามันพร้อมด้วยบทอัศจรรย์ จากฝีมือของผู้กำกับฯที่ชื่อ ต้อม-ยุทธเลิศ สิปปภาค คนที่ผ่านทั้งการทำหนังแอ๊คชั่นและหนังผี ซึ่งสำหรับเรื่อง “โกยเถอะเกย์” หรือที่ชื่อภาษาอังกฤษว่า “Ghost Station” นี้เขาก็ให้คำจำกัดความว่าเป็นหนังผีเช่นกัน

แต่เป็นหนังผีแบบ “ผีย่อมเห็นผี”

หลังหยุดพักงานไปบวชเรียนและพักผ่อน 8 เดือนเต็มๆ ยุทธเลิศ ซึ่งทำงานติดๆ กันหลายเรื่อง ตั้งแต่ “สายล่อฟ้า”, “บุปผาราตรี 2” จนมาถึง “กระสือวาเลนไทน์” บอกว่า มีอยู่ช่วงหนึ่งเขาไม่สามารถทำงานอะไรได้ (ร่ำลือกันว่าเขาโดนผีเข้า แต่ไม่มีผู้ใดระบุว่าเป็นผีชนิดไหน) หากในคืนหนึ่งขณะที่ไปเดินเล่นแถวๆ ถนนข้าวสาร เขาก็ได้พบเปิ้ล นาคร อยู่แถวนั้น ทั้งสองชี้หน้ากัน เปิ้ลนั้นชี้หน้าเฉยๆ เพราะเห็นผู้กำกับฯคนดังเดินมา ส่วนต้อมชี้หน้าแล้วเกิดพุทธิปัญญาบางอย่าง จนต้องเดินเข้าไปหา

“พี่!…เล่นหนังไหม เป็นพระเอกนะ” เขาถาม ก่อนจะสำทับ “แต่ต้องเป็นเกย์นะพี่”

ไม่มีใครรู้ว่าเปิ้ลทำหน้ายังไงตอนได้ยิน

แต่ไม่ว่าจะเป็นหน้าแบบไหน หรือเหตุผลอะไรก็ตาม สุดท้ายเขาก็ตอบตกลง แถมยังพ่วงเอาหอย เกียรติศักดิ์ มาเล่น-ด้วยความที่อยากทำงานกับผู้กำกับฯคนดัง นี่จึงเป็นที่มาของหนัง ซึ่งถ่ายทำสบายๆ แล้วจบลงได้ด้วยเวลาเพียง 2 เดือน กับ 20 คิว

เปิ้ลพูดถึงหนังเรื่องนี้หลังจากผ่านการทำงานทั้งหมด รวมถึงฉากเลิฟซีนกับหอย แบบหน้าตายว่า “ภูมิใจนะ”


“ตอนแรกก็กังวล เพราะกลุ่มคนดูเราส่วนใหญ่เป็นเด็กและครอบครัว กังวลว่าภาพออกมาแบบนี้แล้วเด็กเห็นจะโหยหาอยากเป็นเกย์แบบพี่เปิ้ล พี่หอยบ้าง แต่สุดท้ายเรารู้สึกมันได้อะไรในแง่บวกมากกว่า เราภูมิใจที่ได้เล่นบทเลิฟซีนที่ออริจินัล ที่ไม่มีใครกล้า (“ดูด” หอยแทรกเสียงดัง) กันขนาดนี้อีกแล้ว”

แต่สำหรับหอย นอกจากจะภูมิใจเหมือนกันแล้ว เขาก็ตื่นเต้นที่หนังจะได้ฉายมากกว่า

“เพราะที่ผ่านมาเราเป็นคนคอยวิจารณ์ว่าหนังคนอื่นเป็นอย่างโน้นอย่างนี้ คราวนี้เราเองแหละที่จะถูกวิจารณ์ แต่ไม่ได้เกร็งว่าจะออกมาดีหรือเปล่า เพราะว่าเท่าที่เล่นมามันดี” อันนี้หอยว่า

แต่สำหรับเปิ้ลเขาไม่กลัวเรื่องเสียงจากคนดูหรือเสียงวิจารณ์

“เพราะจะโบ้ยให้ต้อมทั้งหมด ที่เห็นน่ะต้อมสั่ง เปิ้ลไม่เกี่ยว”

ซึ่งได้ยินแล้วต้อมหัวเราะลั่น

ถ้าจะหาคำจำกัดความกันจริงๆ ว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนังผี หนังเกย์ หรือหนังรัก ยุทธเลิศเลือกที่จะเรียกหนังของเขาว่าเป็นหนัง “กรรม” มากกว่า

“คือมันเป็นกรรมของเกย์ คนที่เหมือนเลี้ยวผิดซอยเดียวหรือตัดสินใจผิดครั้งเดียว แต่มีผลกระทบสร้างความปั่นป่วนทั้งชีวิต

“แบบขึ้นทางด่วนแล้วหลงไง เสียเวลาทั้งชีวิต” เปิ้ลเสริมพลางหัวเราะร่วน

“คือเนื้อเรื่องไม่เกี่ยวกับการตัดสินใจผิดว่าเป็นเกย์หรืออะไรนะ แต่มันมีการทำบาปบางอย่าง ทำผิดแบบชั่ววูบเลยเป็นอะไรวุ่นวาย” ต้อมบอกอีก

“หลังจากไปบวชมาต้อมลึกซึ้งมากๆ” เปิ้ลแซว ขณะที่ต้อมหัวเราะขำๆ

เรื่องอย่างย่อๆ ของหนังก็คือ เด็กบริการในห้องน้ำที่เป็นเกย์ (เปิ้ล) เกิดไปมีสัมพันธ์กับแท็กซี่เกย์ที่มาร้องคาราโอเกะ (หอย) แบบสับบ่ากันไปสับบ่ากันมาเลยได้กันซะ จากนั้นทั้งคู่ก็พากันไปเปิดกิจการปั๊มน้ำมันกลางป่าเขา ก่อนที่ฝ่ายหนึ่งจะไปมีสัมพันธ์กับทอมสาวโดยไม่ได้ตั้งใจ

ต้อมให้เหตุผลว่า ที่เลือกอาชีพ 2 อาชีพนี้ให้ตัวละครว่า เพราะคนส่วนใหญ่นึกไม่ถึงว่าอาชีพแบบนี้จะมีคนเป็นเกย์ทำ ทั้งๆ ความจริงแล้วคนเป็นเกย์จะทำอาชีพอะไรก็ได้ ไม่ต้องจำกัดอยู่ที่ดีไซเนอร์ ช่างผม หรือว่าช่างแต่งหน้า

“คนไม่เข้าใจเกย์ ทำหนังอย่างนี้ไม่ได้” เปิ้ลตั้งข้อสังเกต

และว่า “แล้วหนังเนี่ยเป็นสิ่งที่ต้องทำมาจากข้างใน ถ้าไม่เป็น (เกย์) นี่ทำไม่ได้ มันต้องเป็นจริงๆ”

ได้ยินแล้วต้อมทนไม่ไหว ต้องออกตัวอย่างแรง “พูดไปเดี๋ยวเขาก็พากันมาพิสูจน์หรอก

“รู้มั้ยต้อม ยุทธเลิศแต่งงานเพียงเพื่อบังหน้า (ฮา) หนังเรื่องนี้คิดมาจากก้นของต้อมเลย-ก้นบึ้ง-รู้มั้ยไม่ธรรมดาต้องใช้ก้น (บึ้ง) เขียน” เปิ้ลหัวเราะร่วน

ต้อมส่ายหน้ายิ้มๆ ก่อนจะบอกว่า หนังไม่ได้ต้องการความเป็นเกย์ขนาดนั้น

“เราไม่ได้เน้นเรื่องความเป็นเกย์มากๆ แต่นี่เป็นเรื่องกรรมล้วนๆ เพราะเวลาตกที่นั่งลำบาก เปลือกนอกที่เป็นเกย์ เป็นอะไรมันจะหายหมด เหลือแต่สัญชาตญาณที่จะเอาตัวรอดเท่านั้น

“หนังเกย์ส่วนใหญ่เขาจะแสดงด้านที่เป็นแนวคิดแบบเกย์ ความรักแบบเกย์ ว่าเป็นยังไง แต่ของผมไม่ใช่ นี่มันเป็นหนังการเอาชีวิตรอดของคนที่เป็นเกย์

“คือมันจะเป็นอะไรก็ได้ เนตรนารีก็ได้ เพียงแต่อันนี้มันเป็นเกย์” เปิ้ลขยายความ

“ที่จริงมันเป็นเรื่องธรรมชาตินะ อย่างนี่ข่าวลงว่าเด็ก ปวช.ระแวงผู้หญิงมีชายอื่นก็เอาปืนไปยิงเลย เรื่องนี้ก็เหมือนกัน แต่เป็นเกย์ระแวงว่าแฟนมีหญิงอื่น แต่ไม่ใช่หญิงธรรมดา เป็นทอม” ต้อมว่า ก่อนจะบอกอีกว่า บางอย่างในหนังเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่ออกจะซีเรียส แต่เขาก็นำเสนอให้มันเป็นเรื่องธรรมดา ให้เห็นว่าเรื่องตายเป็นเรื่องธรรมดา จะฆ่ากันก็เป็นเรื่องธรรมดา แต่ส่วนสำคัญเป็นเรื่องที่มาที่ไปของหนังมากกว่า ว่าเรื่องวุ่นวายทั้งหมดนี้เกิดจากอะไร

“ถ้าใครไปดูจะเข้าใจ เพราะพระในหนังท่านก็พูดว่าเป็นเกย์ไม่ผิดนะ แต่ว่าถ้าไปมุสาอันนี้ผิด คุณจะเป็นอะไรก็ไม่ผิด เกย์ไม่ใช่เรื่องเสียหาย ถ้าจะเป็นเกย์ก็เกย์เถอะโยม (ฮา)” ต้อมบอก

“แต่เดี๋ยวจะกลายเป็นว่าเราให้พระสนับสนุนการเป็นเกย์ ซึ่งจริงๆ ก็ไม่ใช่ไง ก็ต้องแยกแยะ” หอยปรามแบบทีเล่นทีจริง

“คนเราสร้างความรู้สึกไปเอง แล้วไม่รู้ว่าใครไปสร้างว่าเกย์ไม่เป็นที่ยอมรับ คือทุกครอบครัวคงไม่อยากให้สมาชิกเป็นเกย์ แต่เมื่อเป็นแล้วทุกคนยอมรับหมด แต่เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของการยอมรับความเป็นเกย์ เป็นเรื่องที่บอกว่าทุกคนมันหึงโหดกันได้หมด เป็นหนังอโคจรของความไม่ปกติแต่เป็นความไม่ปกติแบบป่าเดียวกันมาอยู่ด้วยกัน” ต้อมสรุปยิ้มๆ

ที่มาจากหนังสือพิมพ์