ออสการ์ “งานช้าง” ที่นับวัน”ความนิยม”ยิ่งตก!!!

Home / ข่าวหนัง / ออสการ์ “งานช้าง” ที่นับวัน”ความนิยม”ยิ่งตก!!!

คอลัมน์ บันเทิงต่างประเทศ
raikorn @ hotmail.com


ถึงจะเป็น “งานช้าง” ที่ได้รับความสนใจจากคอบันเทิงเทศมากที่สุดมาทุกปี แต่ความนิยมของคนดูที่มีต่องานแจกรางวัลออสการ์ หรือที่มีชื่อเต็มว่า อะคาดิมี่ อวอร์ดส์ กลับกำลังตกลงเรื่อยๆ ทุกปี!!!

จากการเก็บตัวเลขเรตติ้งงานถ่ายทอดสดงานแจกรางวัลออสการ์ ระบุว่ายอดผู้ชมหน้าจอทีวีในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นบ้านเกิดของรางวัลออสการ์แท้ๆ เริ่มตกลงตั้งแต่ปี 2546 เรื่อยมา กระทั่งเมื่อปีที่แล้วยอดผู้ชมก็ลดลงไปอยู่ที่ 38.8 ล้านคน จากเมื่อปี 2548 ที่มีอยู่ 42.1 ล้านคน คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ที่ตกลงไปถึง 7.8%

แน่นอนว่าหลังจากรับรู้ปัญหาเรื่องเรตติ้ง ทางสถาบันวิทยาการและศิลปะภาพยนตร์ ผู้จัดงานแจกรางวัลออสการ์ก็ไม่นิ่งดูดาย ที่จริงต้องบอกว่า “ร้อนรุ่ม” ด้วยซ้ำ ที่จะพยายามแก้ปัญหา ปรับปรุงรูปแบบรายการให้มีอะไรน่าดึงดูดใจท่านผู้ชม ขณะเดียวกันก็พยายามตัดสิ่งที่คิดว่าน่าจะทำให้ผู้ชมเบื่อออกไปให้ได้!!

และดูเหมือนว่าสิ่งหนึ่งที่ถูกทางโปรดิวเซอร์งานถ่ายทอดสดออสการ์ย้ำนักย้ำหนาราวกับเป็น “ปัญหาใหญ่” ที่ทำให้เรตติ้งตก ก็คือ สปีชส์ (Speechs) หรือ “คำกล่าวขอบคุณ” ที่บรรดาผู้ชนะทุกรางวัลจะต้องขึ้นไปพูดบนเวที ที่จะถูกผู้จัดงานย้ำมาตลอด (ตั้งแต่ความนิยมตก) ว่า ขอให้พูดกันสั้นๆ แต่ต้องสั้นแบบโดนใจท่านผู้ชมด้วย

ปรากฏว่าปีนี้ทางบรรดานอมินี่ ผู้มีชื่อเข้ารอบชิงรางวัล ก็ถูกเน้นย้ำให้รู้กันล่วงหน้า (อีกแล้ว) เพื่อจะได้นำไปปฏิบัติกันในงานประกาศผลออสการ์ที่จะมีขึ้นในค่ำวันอาทิตย์ที่ 25 กุมภาพันธ์ ณ โรงละครโกดัก เธียเตอร์ ในนครลอสแองเจลิส ซึ่งตรงกับเช้าวันจันทร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ตามเวลาในบ้านเรา
เพเนโลเป้ ครูซ 1 ใน 5 เข้าชิงออสการ์ดารานำหญิงยอดเยี่ยม จาก “โวลเวอร์”

“ความสำเร็จของงานขึ้นอยู่กับพวกคุณทุกคน กรุณาเก็บโพยรายชื่อคนที่คุณอยากจะขอบคุณไว้ที่บ้าน “ลอว์ร่า ซิสคิน” โปรดิวเซอร์ภาพยนตร์ดังอย่าง “สไปเดอร์ แมน” ,”เพร็ตตี้ วูแมน” และ “แอส กู๊ด แอส อิท เก็ต” ซึ่งหวนกลับมารับหน้าที่โปรดิวเซอร์งานแจกรางวัลออสการ์ครั้งที่ 79 หลังจากเคยทำหน้าที่นี้มาแล้วเมื่อปี 2545 ที่ฮัลลี่ เบอร์รี่ คว้าดารานำหญิงยอดเยี่ยม บอกแก่บรรดาผู้เข้ารอบกว่า 140 คนในงานเลี้ยงอาหารกลางวันที่สถาบันวิทยาการและศิลปะภาพยนตร์เป็นเจ้าภาพจัดเลี้ยงผู้เข้ารอบ เพื่อเป็นการแสดงความยินดีและซักซ้อมทำความเข้าใจกับบรรดาผู้เข้ารอบว่าควรจะช่วยกันทำอย่างไรเมื่อถึงวันงาน โดยเฉพาะเรื่องการพูดให้สั้นกระชับ แต่ประทับใจภายในเวลา 45 วินาที

พูดจบ บรรดานอมินี่ที่ไปร่วมงานก็เห็นแผ่นกระดาษในมือที่ลอว์ร่าถือขึ้นไปพูดบนเวทีลุกติดไฟพรึ่บต่อหน้าต่อตา ตามมาด้วยคำสำทับที่ฟังดูน่าเกรงขามพิกลว่า “ถ้าคุณถือโพยขึ้นไปบนเวทีในวันงาน คุณจงรู้ไว้เลยว่า กำลังเล่นกับไฟ”

ในวันนั้นคุณโปรดิวเซอร์ยังบอกให้ผู้เข้ารอบทุกท่านให้ไปนึกหาคำกล่าวขอบคุณเตรียมไว้ แถมยังแจกเทปบันทึกเสียงความยาว 45 วินาทีให้แก่นอมินี่ทุกท่านเอากลับไปฝึกพูดกะเวลาที่บ้านด้วย

เราๆ ท่านๆ ก็ต้องคอยดูต่อไปล่ะว่า ปีนี้ “กฎไฟ” ของลอว์ร่าจะได้ผลสักแค่ไหน เพราะปีที่ผ่านมาพอถึงเวลา “เดอะ วินเนอร์” ก็ไม่เห็นเคยทำตามที่ผู้จัดงานออสการ์ขอร้องเลยสักครั้ง ต่างพูดกันตามใจเท่าที่อยากจะพูดเกือบทุกราย!!!

พูดถึงงานเลี้ยงในวันนั้น ฟอเรสต์ วิทเทคเกอร์ พระเอกตัวเก็งจ๋าที่ถูกจับตามองว่าจะคว้ารางวัลดารานำชายยอดเยี่ยม จากบท “อีดี้ อามิน” จาก “เดอะ ลาสต์ คิง ออฟ สกอตแลนด์” ยังพูดถึง “ข่าวประชุมลับ” ที่ดาราผิวสีจัดฉลองให้แก่กันในวงใน แต่หลุดไปเป็นข่าวในนิตยสารนิวส์วีกว่า “เป็นแค่การที่กลุ่มคนผิวสีจัดเลี้ยงฉลองเพื่อเป็นเกียรติแก่กันเท่านั้น แต่รับรองว่าไม่ใช่การประท้วง หรือต้องการแสดงเจตนารมณ์อย่างอื่นแน่นอน” นักแสดงชายซึ่งมีผลงานเด่นมากปีนี้ และหากชนะเขาจะเป็นพระเอกอัฟริกัน-อเมริกันคนที่ 3 ในประวัติศาสตร์ 78 ปีที่สามารถคว้าออสการ์ดารานำชายยอดเยี่ยม บอกกับนักข่าวที่ถามถึงการประชุมดังกล่าว

ในออสการ์ครั้งที่ 79 นี้มีนักแสดงผิวสีมีชื่อเข้าชิง 5 คน นอกจากวิทเทคเกอร์ ยังมีเอ็ดดี้ เมอร์ฟี่ย์ และ เจนนิเฟอร์ ฮัดสัน จาก “ดรีมเกิร์ลส์”, วิล สมิธ จาก “เดอะ เพอร์ซูท ออฟ แฮปปี้เนสส์” (The Pursuit of Happyness) และ ดิจิมอน ฮอนซู จาก “บลัด ไดมอนด์”

ในวันนั้น มาร์ค วอห์ลเบิร์ก ก็ยังออกมาเผยเคล็ดลับที่ทำให้เขาสร้างเซอร์ไพรส์ มีชื่อติด 1 ใน 5 เข้าชิงดาราสนับสนุนชายยอดเยี่ยมจาก “เดอะ ดีพาร์ตเต็ด” (The Departed) ว่า เขาอาศัยประสบการณ์เกเรในวัยหนุ่มมาปรับใช้กับการสวมบทตำรวจปากกล้าในหนังดังของ มาร์ติน สกอร์เซซี่ย์

“ผมใช้ประสบการณ์เหล่านั้นล้วนๆ และนี่ยังเป็นครั้งแรกที่ผมทำให้พ่อแม่ร้องไห้ด้วยความดีใจ หลังจากที่ท่านต้องเสียใจกับผมมามากมาย”

นักแสดงเจ้าบทบาทยังเล่าย้อนถึงวัยหนุ่มว่า “ผมจำได้ว่าต้องโทรศัพท์บอกพ่อแม่ให้มาประกันตัวผมที่โรงพักประมาณ 20-25 ครั้ง และมีอยู่ครั้งหนึ่งที่พ่อต้องนั่งรถไฟมาประกันตัวผม ด้วยเงินที่เขาเตรียมไว้จะซื้ออาหาร เอามาเลี้ยงลูกๆ ทั้ง 9 คน”

ย้อนมาที่ ลอว์ร่า ซิสคิน อีกสักครั้ง เพราะเธอได้พูดถึงไอเดียที่เธอเตรียมจะพลิกโฉมงานออสการ์ปีนี้ว่าจะไม่เน้นที่ดาราดังระดับเอ-ลิสต์เหมือนทุกปี แต่จะเปลี่ยนมาเน้นให้ผู้ชมมีโอกาสทำความรู้จักกับดาราที่น่าสนใจ แต่ยังไม่ค่อยดัง ด้วยการนำเสนอเกร็ดประวัติของดาราเหล่านั้นตลอดทั้งรายการ เริ่มต้นตั้งแต่บริเวณพรมแดง ก่อนเดินเข้างานกันเลย ซึ่งทุกปีพิธีกรจะเน้นถ่ายภาพแฟชั่นการแต่งตัวของดาราดังระดับซุปเปอร์สตาร์ แต่ปีนี้ เธอจะเน้นให้ดาราดังได้พูดคุยกับดาราที่มีฝีมือน่าสนใจ แต่ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักของคนดู

อีกทั้งพยายามจะทำให้การถ่ายทอดสดไม่กินเวลายืดเยื้อ และไม่น่าเบื่อด้วย

ที่มาจากหนังสือพิมพ์