“หนังตัวอย่าง” โลกระหว่าง ตัวหนังสือ และ ภาพยนตร์

Home / ข่าวหนัง / “หนังตัวอย่าง” โลกระหว่าง ตัวหนังสือ และ ภาพยนตร์

“ธนกฤต เตียวกุล” ไม่ใช่นักแสดง ไม่ได้เป็นผู้กำกับ ไม่ได้เรียนจบสายการทำหนัง แต่เขาทำ “หนังตัวอย่าง” ขึ้นมา ด้วยความรู้สึกที่ผูกพันกับหนังไทยมาตั้งแต่สมัยเด็กๆ

เมื่อเติบโตขึ้นธนกฤตได้มีโอกาสมาทำงานเขียนเกี่ยวกับหนัง กับนิตยสาร “Flicks” ของนคร วีระประวัติ ที่แห่งนี้เอง ที่กระตุ้นความอยาก…อยากเป็นคนทำหนัง

“ผมเติบโตมากับการดูหนังไทย ที่บ้านเป็นร้านวิดีโอ ลุงผมรับถ่ายวิดีโอตามงานต่างๆ เราก็ช่วยแกถือสายไฟมาตั้งแต่เด็กๆ พอเข้ามากรุงเทพฯได้ทำงานสัมภาษณ์คนทำหนัง รู้สึกว่าตัวเราชอบหนัง อยากทำหนัง อยากรู้เรื่องหนัง แต่จะทำยังไง ผมก็ต้องทำหน้าที่ของตัวเอง ทำหน้าที่เขียน ผมอยากรู้ว่าผู้กำกับฯ ผู้ช่วยผู้กำกับฯ คนตัดต่อทำงานอย่างไร ผมก็เอาตัวเองไปปะทะกับของจริง ไปอยู่ในกองถ่ายจริงๆ เขาทำหนังไป ผมก็สัมภาษณ์ไป”

ซึ่งคนในวงการหนังหลายท่านที่ธนกฤตได้มีโอกาสสัมผัส ล้วนเป็นแรงบันดาลใจให้แก่เขาในการทำงาน ไม่ใช่แค่ทำหนัง รวมถึงให้เขามุ่งมั่นที่จะทำหนังสือสักเล่ม เพื่อบอกให้คนอื่นๆ ได้รับรู้ว่าบุคคลเหล่านี้สามารถเป็นแรงบันดาลใจที่ดีให้ได้ ผ่านหนังสือที่ชื่อว่า “หนังตัวอย่าง”

“ผมคิดว่าอ่านเรื่องราวของเขาเหล่านี้แล้วเราได้รับแรงบันดาลใจ ว่าจะทำอะไร ก็ทำให้มันได้เรื่องได้ราว ผมมีหน้าที่เขียนหนังสือ ก็ต้องทำให้ดีที่สุด”

ว่าแล้วชายหนุ่มก็รวบรวมเอาบทสัมภาษณ์คนในแวดวงภาพยนตร์ที่เคยทำไว้ ได้แก่ ผู้กำกับฯ จิระ มะลิกุล, นนทรีย์ นิมิบุตร, เป็นเอก รัตนเรือง, ผู้ช่วยผู้กำกับฯ เชิดพงษ์ เหล่ายนตร์, ผู้ออกแบบงานสร้าง เอก เอี่ยมชื่น, ผู้กำกับภาพ ชาญกิจ ชำนิวิกัยพงศ์ และผู้ลำดับภาพ ม.ร.ว.ปัทมนัดดา ยุคล

“7 ท่านที่ผมสัมภาษณ์ ล้วนเป็นแรงบันดาลใจ เป็นผู้มีเมตตาจิตต่อผมอย่างสูง การได้สัมผัสท่านเหล่านี้ ทำให้ผมมีจุดยึดได้เข้าใจคำว่า …คุณค่าของคน อยู่ที่ผลของงาน…และทุกท่านก็ทำหนังเพราะรักหนัง แลกชีวิตกับหนังได้”

“ทุกท่านกระตุ้นผมให้ทำได้อย่างพวกเขา เมื่อก่อนผมเป็นคนคิดเยอะ คิด 10 อย่าง ทำไม่สำเร็จเลยสักอย่าง ตอนนี้รู้แล้วว่า คิดทีละอย่าง แล้วทำให้สำเร็จเป็นอย่างๆ ผมอยากให้คนรู้จักผมว่าผมทำงานดี มีคุณภาพ เหมือนพี่ต้อม พี่เก้ง”

ถึงจะชอบงานหนังเพียงใด ชายหนุ่มก็ยังไม่คิดจะผันตัวเองไปทำงานภาพยนตร์อย่างจริงจัง เพราะในขณะที่นักเขียนนั้นมีแค่ตัวเอง กับคอมพิวเตอร์ แต่การทำภาพยนตร์จะต้องสัมพันธ์กับคนจำนวนมาก ต้องรู้จักจิตใจของผู้ร่วมงาน และกระทั่งต้องรู้จักดินฟ้าอากาศ

“เมื่อเอาตัวเองเข้าไปสัมผัสในงานภาพยนตร์ ผมจึงรู้ว่า แต่ละวันที่เราข้ามไป เราไม่อยากให้มันผ่านไป ทุกครั้งที่ตื่น ต้องทำในสิ่งที่รักและทำให้ดี”

ปัจจุบันธนกฤต ทำงานเป็นบรรณาธิการที่สุดสัปดาห์สำนักพิมพ์ และเมื่อกลับมาสู่โลกของหนังสือ ชายหนุ่มแอบหวังเล็กๆ ว่าอยากให้คนหยิบหนังสือเล่มมาอ่านกันมากขึ้น

“ผมเชื่อว่ามีคนอ่านหนังสือไม่น้อย แต่การจะเลือกหยิบหนังสือมาสักเล่ม มันต้องมีเคมีที่ตรงกัน หนังสือไหนจะเหมาะกับคนอ่าน อยู่ที่เวลานั้นจะเจอหนังสือที่ต้องการหรือเปล่า หนังสือก็เหมือนเพื่อนที่พาเราไปเที่ยว ผมเชื่อว่าในที่สุดคนจะได้เจอในสิ่งที่ต้องกัน”

“ด้วยใจลึกๆ ผมอยากให้คนอ่านหนังสือกันเยอะๆ ชีวิตเราจะเติบโตได้ด้วยการอ่าน เจอคนดีๆ พูดจาดีๆ การอ่านเป็นรากฐานสำคัญ คุณอ่านหนังสือดีๆ แล้วคุณจะเจอคนดีๆ ไปด้วย ถ้าวันไหนเราหาสิ่งที่ตัวเองปรารถนาเจอ จะทำให้เราได้พบอะไรอีกมากมาย”

โลกของหนังสือนั้นไม่มีวันสิ้นสุด และการตามหาหนังสือเล่มที่เคยมีตรงกับเราก็คงไม่ยากจนเกินไป

ว่าแต่ว่า วันนี้ คุณอ่านหนังสือแล้วหรือยัง

ที่มา ประชาชาติธุรกิจ