วิล สมิธ ถึงวันที่กลายเป็นพระเอกขายฝีมือ

Home / ข่าวหนัง / วิล สมิธ ถึงวันที่กลายเป็นพระเอกขายฝีมือ

คอลัมน์ ฮอลลีวู้ดสตาร์
เทพิตา


วิล สมิธ จัดเป็นพระเอกหนังตลาด เล่นหนังทำเงินแทบทุกเรื่อง ถึงวันนี้กลายเป็นพระเอกขายฝีมือ เล่นหนังคุณภาพ

ผลงานล่าสุด The Pursuit of Happyness-ยิ้มไว้ก่อนพ่อสอนไว้ กำลังฉายในบ้านเรา และส่งให้เขาได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมในเวทีออสการ์ ครั้งที่ 2

เช้าตรู่จันทร์ที่ 26 ก.พ.นี้แล้ว จะได้รู้ว่าเขามีสิทธิ์ก้าวขึ้นบนเวทีเพื่อรับรางวัลหรือไม่?

ไม่ใช่เต็งหนึ่ง แต่การเล่นแบบสุดฝีมือก็ใช่ว่าจะไม่มีสิทธิ์

ถึงตอนนี้ได้เวลาไปรู้จักหนุ่มผิวสีฝีมือดีคนนี้แล้ว

สมิธ เกิดในครอบครัวชนชั้นกลาง พ่อเป็นวิศวกร แม่เป็นคณะกรรมการโรงเรียน เกิดวันที่ 25 ก.พ. ปี 1968 อายุ 39 ปี ในฟิลาเดลเฟีย สหรัฐอเมริกา

เขาเป็นเด็กเรียนดี จนมหาวิทยาลัยดัง เอ็มไอที เสนอทุนการศึกษาให้ แต่เพราะหลงใหลในการแสดงจึงตอบปฏิเสธไป

เริ่มต้นเป็นนักร้องเพลงแร็พตอนเรียนไฮสคูลปีสุดท้าย มีชื่อในการร้องเพลงว่า เฟรช พรินซ์ โดย พรินซ์ มาจากความพลิ้วในการหลีกเลี่ยงและพาตัวเองให้หลุดจากปัญหาต่างๆ ได้ โดยอาจารย์เป็นคนตั้งให้ คำว่า เฟรช เติมเข้าไปเพื่อให้ดูเป็นนักร้องแร็พมากขึ้น จับคู่กับ เจฟ ทาวเนส ศิลปินดูโอเพลงแร็พ พวกเขาใช้ชื่อวงว่า D.J. Jazzy Jeff & the Fresh Prince

ก่อนมาเป็นนักร้องเดี่ยวออกอัลบั้มชุดแรก Big Willie Style ทำยอดขายมากถึง 8 ล้านชุดทั่วโลก มีเพลงฮิตอย่าง Getting” Jiggy Wit It และเพลง Just the Two of Us ตามด้วยอัลบั้มชุด 2 Willennium

แม้สร้างชื่อจากการเป็นศิลปินแร็พ แต่สมิธก็พิสูจน์ความสามารถด้านแสดงจนเป็นที่ยอมรับ

ตอนอายุ 18 เริ่มมีหนี้สินเพราะใช้เงินฟุ่มเฟือย แต่โชคเข้าข้างเมื่อ เบนนี่ เมดินา แห่งวอร์เนอร์ บราเดอร์ส ชวนมาเล่นละครเรื่อง The Fresh Prince of Bel Air เรื่องราวเด็กจนๆ คนหนึ่งที่ต้องใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวเศรษฐีชาวเบเวอร์ลี่ โดยออกอากาศอยู่ 6 ปี ตรงนั้นถือเป็นประตูให้สมิธก้าวสู่วงการภาพยนตร์

บทแรกในหนังที่ได้รับคำชมจากนักวิจารณ์คือ บทเกย์ในเรื่อง Six Degrees of Separation ฉายปี 1993

แล้วปี 1995 เป็นปีแจ้งเกิดในหนังแอ๊กชั่นฟอร์มยักษ์ Bad Boys แสดงกับคู่หู มาร์ติน ลอว์เรนซ์ ปี 1996 ตอกย้ำการเป็นพระเอกทำเงินด้วยหนังวิทยาศาสตร์ฟอร์มยักษ์ Independence Day ทำเงินมโหฬาร เฉพาะในอเมริกา 306 ล้านดอลลาร์

ดูท่าจะถูกโฉลกกับมนุษย์ต่างดาวเมื่อปี 1997 ประสบความสำเร็จต่อเนื่องกับบทสายลับชุดดำที่ต้องต่อกรกับมนุษย์ต่างดาวใน Men in Black จับคู่กับทอมมี่ ลี โจนส์ และโกยเงินกระจายในอเมริกา 250 ล้านดอลลาร์

นอกจากเป็นพระเอก ยังร้องเพลงประกอบหนัง Men in Black และได้รับรางวัลแกรมมี่ สาขานักร้องแร็พเดี่ยวยอดเยี่ยม

ปี 1998 กระทบไหล่รุ่นใหญ่ ยีน แฮ็กแมน ในหนังตื่นเต้นชวนติดตาม Enemy of the State ยังทำเงินดี 111 ล้านดออลาร์

แต่ปี 1999 เป็นปีเสียหน้า เสียฟอร์ม เมื่อรับบทผู้รักษากฎหมายในยุคศตวรรษที่ 19 จาก Wild Wild West ประกบ เควิน ไคลน์ และ ซัลม่า ฮาเย็ก ที่ได้รับการคาดหมายว่าต้องกระหึ่ม แต่กลับเจ๊งสนิททั้งในส่วนรายรับและคำวิจารณ์

ปี 2000 พลิกไปเล่นหนังคุณภาพ ไม่ใช่แอ๊กชั่นสนั่นจออย่างที่เคยๆ ใน The Legend of Bagger ผลงานกำกับฯ โดย โรเบิร์ต เรดฟอร์ด แต่ไม่ค่อยได้รับยกย่องว่าเป็นนักแสดงคุณภาพนัก

แต่สมิธไม่ละความพยายาม ขอพิสูจน์ฝีมือในบทนักชกผู้เป็นตำนาน มูฮัมมัด อาลี ใน Ali เมื่อปี 2001 เขาตั้งใจกับบทนี้มาก ศึกษาบทอย่างดีและเพิ่มน้ำหนักให้เหมือนอาลีที่สุด ผลจากความพยายามทำให้ได้รับเสนอชื่อชิงออสการ์ สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม ครั้งแรก

กลับมาสวมบทสายลับในชุดดำอีกครั้งใน Men in Black II ในปี 2002 และปี 2003 สานต่อเล่นหนังภาคต่ออีกเรื่องที่แจ้งเกิดนั่นคือ Bad Boys II ส่วนปี 2004 มี 2 ผลงาน ลำดับแรกให้เสียงพากย์การ์ตูน Shark Tale และแสดงจริงในหนังแอ๊กชั่นของโลกอนาคต I, Robot

ในปี 2005 หาความท้าทายเมื่อมาแสดงภาพยนตร์โรแมนติก คอมเมดี้ครั้งแรกใน Hitch และไม่ผิดหวังเมื่อทำเงินถล่มทลาย กวาดในอเมริกา 177 ล้านดอลลาร์

หนังสือพิมพ์ ยูเอส ทูเดย์ ขนานนามให้เป็นนักแสดงที่ทำรายได้สูงสุดโดยนับจากรายได้การขายตั๋ว

ถึงเป็นดาราดัง แต่ไม่คิดทิ้งงานเพลง ยังออกอัลบั้มให้ฟัง อัลบั้มท้ายสุดคือ Lost and Found มีเพลงดัง Switch

ล่าสุดใน The Pursuit of Happyness นอกจากหนังได้รับยกย่องว่าเป็นหนึ่งในหนังดี รายได้ก็อู้ฟู่ ถึงตอนนี้ในอเมริการับแล้ว 162 ล้านดอลลาร์

ในเรื่องเขารับบทวีรบุรุษนักขายฝีมือดีที่สุดที่กลายเป็นตำนานของอเมริกา เขาต้องเป็นพ่อที่เลี้ยงลูกลำพังหลังภรรยาทิ้งไปเพราะความจน ถึงจะต้องสู้กับอุปสรรคใหญ่หลวง สุดท้ายเขาก็ทำสำเร็จ เป็นผู้ชนะที่ยิ่งใหญ่

ดูเหมือนสมิธจะอินจนถ่ายทอดอารมณ์ดราม่าได้เยี่ยม ไม่รู้เพราะบทลูกชายในเรื่องได้ เจเด้น คริสโตเฟอร์ ไซร์ สมิธ ลูกชายตัวจริงวัย 7 ขวบมาเล่นหรือเปล่า

สมิธก็ไม่มีข้อกังขาในตัวลูกชายเขาเลย “เด็กคนนั้นเล่นขโมยซีนในทุกฉากที่เราแสดงด้วยกัน” สมิธหัวเราะ “ผมไม่ค่อยปลื้มเท่าไหร่ ดีนะที่เขาเป็นลูกผมเอง เพราะถ้าเขาเป็นลูกคนอื่น ผมคงไล่เขาออกจากภาพยนตร์เรื่องนี้แน่”

สมิธกล่าวให้จริงจังมากขึ้นว่า “ในตอนแรกมีหลายเรื่องที่เราห่วงๆ ในฐานะพ่อเขา ผมคงลำบากกับการจะทุ่มเทสมาธิให้การแสดงของผมในฉากที่เราต้องแสดงด้วยกัน แต่ผลกลับออกมาแตกต่างจากที่ผมคิดเอาไว้ เมื่อผมมองตาเจเด้นที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความโกรธแบบในบทที่เขาต้องรู้สึก มันช่วยเพิ่มความสมจริงให้ฉากนั้น เพราะผมเกิดความรู้สึกขึ้นมาจริงๆ ว่าผมทำให้เขาผิดหวังในฐานะที่ผมเป็นพ่อเขา มันทำให้เกิดอารมณ์อันทรงพลังขึ้นมาในตัวผม”…ไม่ค่อยบ้าเห่อเลยเนอะคุณพ่อตัวอย่าง

เรื่องความรัก สมิธผ่านการแต่งงานครั้งแรกกับ เชรี ซามปิโน เมื่อปี 1992 ก่อนหย่าร้างในปี 1995 โดยมีลูกด้วยกัน 1 คน แล้วปี 1997 ก็แต่งงานใหม่กับ จาด้า พิงค์เก็ต สมิธ และร่วมสร้างครอบครัวอบอุ่นจนเป็นที่อิจฉาของชาวฮอลลีวู้ดจนถึงตอนนี้ มีลูก 2 คน ชายหนึ่ง หญิงหนึ่ง เป็นโซ่ทองคล้องใจ

 

ย้อนหลัง 5 ปี “ออสการ์”

เช้าตรู่จันทร์ที่ 26 ก.พ.นี้แล้ว ผลรางวัลออสการ์ ครั้งที่ 79 ประจำปี 2006 จะประกาศผลผู้ชนะ หยิบสถิติผู้ชนะ 6 สาขาใหญ่ใน 5 ปีย้อนหลังมาย้อนรำลึก

ออสการ์ ครั้งที่ 78 ปี 2005
ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม : Crash
ผู้กำกับยอดเยี่ยม : อัง ลี จาก Brokeback Mountain
นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม : ฟิลิป ซีมัวร์ ฮ็อฟแมน จาก Capote
นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม : รีส วิทเธอร์สปูน จาก Walk the Line
นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม : จอร์จ คลูนีย์ จาก Syriana
นักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม : ราเชล ไวซ์ จาก The Constant Gardener

ออสการ์ ครั้งที่ 77 ปี 2004
ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม : Million Dollar Baby
ผู้กำกับยอดเยี่ยม : คลินต์ อีสต์วู้ด จาก Million Dollar Baby
นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม : เจมี่ ฟ็อกซ์ จาก Ray
นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม : ฮิลลารี่ สแวงก์ จาก Million Dollar Baby
นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม : มอร์แกน ฟรีแมน จาก Million Dollar Baby
นักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม : เคต แบลนเชตต์ จาก The Aviator

ออสการ์ครั้งที่ 76 ปี 2003
ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม : The Lord of the Rings: The Return of the King
ผู้กำกับฯ ยอดเยี่ยม : ปีเตอร์ แจ๊กสัน จาก The Lord of the Rings: The Return of the King
นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม : ฌอน เพนน์ จาก Mystic River
นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม : ชาร์ลิซ เธียรอน จาก Monster
นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม : ทิม ร็อบบินส์ จาก Mystic River
นักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม : เรเน่ เซลวีเกอร์ จาก Cold Mountain

ออสการ์ครั้งที่ 75 ปี 2002
ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม : Chicago
ผู้กำกับยอดเยี่ยม : โรมัน โปลันสกี้ จาก The Pianist
นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม : เอเดรียน โบรดี้ จาก The Pianist
นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม : นิโคล คิดแมน จาก The Hours
นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม : คริส คูเปอร์ จาก Adaptation
นักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม : แคทเธอรีน ซีตา-โจนส์ จาก Chicago

ออสการ์ครั้งที่ 74 ปี 2001
ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม : A Beautiful Mind
ผู้กำกับยอดเยี่ยม : รอน โฮเวิร์ด จาก A Beautiful Mind
นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม : เดนเซล วอชิงตัน จาก Trainning Day
นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม : ฮัลลี่ แบร์รี่ จาก Monster”s Ball
นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม : จิม บรอดเบนต์ จาก Iris
นักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม : เจนนิเฟอร์ คอนเนลลี่ จาก A Beautiful Mind

ที่มาจากหนังสือพิมพ์