เจาะใจ”อ๊อกไซด์ แปง” ถึงฝั่งฝัน”โกฮอลลีวู้ด”

Home / ข่าวหนัง / เจาะใจ”อ๊อกไซด์ แปง” ถึงฝั่งฝัน”โกฮอลลีวู้ด”

คอลัมน์ กระแสร้อน

2 ผู้กำกับฯพี่น้องฝาแฝดจากฮ่องกง “อ๊อกไซด์” และ”แดนนี่ แปง” ขอไปกระหึ่มฮอลลีวู้ด เมื่อผลงานกำกับฯหนังสัญชาติอเมริกันครั้งแรก “The Messengers” เปิดตัวอันดับ 1 ในอันดับหนังทำเงินที่อเมริกาสุดสัปดาห์ 2-4 ก.พ. ทำเงินได้ 14.7 ล้านดอลลาร์(ราว 515 ล้านบาท)ถึงตอนนี้หนังทำเงินแล้ว 34.5 ล้านดอลลาร์(ราว 1,200 ล้านบาท) ถือว่าโกยกำไรไปเท่าตัวเมื่อตัวหนังลงทุนแค่ 16 ล้านดอลลาร์(ราว 560 ล้านบาท)

หนังเรื่องนี้มีผู้อำนวยการสร้างคือ “แซม ไรมี่” ผู้กำกับฯ “สไปเดอร์แมน” ทั้ง 3 ภาค เป็นการเปิดประตูการทำงานในฮอลลีวู้ดให้ทั้ง “อ๊อกไซด์” และ”แดนนี่” ได้อย่างดี

ตอนนี้ “The Messengers” ลงจอฉายที่เมืองไทย มีชื่อไทยว่า “คนเห็นโคตรผี” เรื่องราวของ “ครอบครัวโซโลมอน” ที่ทิ้งชีวิตแสนวุ่นวายในเมืองชิคาโก เพื่อไปยังโลกสันโดษในฟาร์มนอร์ธ ดาโกต้า ท่ามกลางทุ่งดอกทานตะวันอันสงบเงียบ

แต่แล้ว “เจส” ลูกสาววัยรุ่นก็สัมผัสได้ถึงความน่ากลัว และ “เบน” น้องชายวัย 3 ขวบ เมื่อมองเห็นเงาคนตายภายในบ้านที่เงียบสงบ เมื่อความสยองทวีความรุนแรงมากขึ้น การประจันหน้ากับความตายที่เต็มไปด้วยอันตรายก็เริ่มขึ้น

ไม่มีใครเชื่อในสิ่งที่พวกเขาเห็น…สัญญาณเตือนครั้งสุดท้ายแจ้งเหตุ…พวกเขาจะทำอย่างไรก่อนที่จะสายเกินแก้!

นำแสดงโดยนักแสดงสาววัยรุ่น “คริสเต็น สตว็อร์ต” ที่เคยมีผลงานหนังดังอย่าง “Zathura” และ “Panic Room” ในบทลูกสาวของ “โจดี้ ฟอสเตอร์”

การโกอินเตอร์สู่ตลาดหนังใหญ่ที่สุดในโลกของ “อ๊อกไซด์” และ”แดนนี่ แปง” ถือเป็นความภูมิใจคนไทยกลายๆ ได้เหมือนกัน เพราะแม้เขาถือสัญชาติฮ่องกงเมื่อเกิดที่นั่น แต่เขามีเชื้อคนไทยอยู่ครึ่ง แท้ที่จริงแล้วเขาเป็นลูกครึ่งไทย-จีน

แถมประวัติการทำงานของ “อ๊อกไซด์” ส่วนใหญ่ก็อยู่ที่เมืองไทย โดยปี 2535 บินข้ามฟ้ามาร่วมงานกับกันตนา ในตำแหน่ง Senior Colorist ที่กันตนาโพสโปรดักชั่น และได้กำกับฯภาพยนตร์ไทยเรื่องแรก “ท้าฟ้าลิขิต” ได้พระเอก “ดู๋”สัญญา คุณากร ประกบ “น้ำผึ้ง”ณัฐริกา ธรรมปรีดานันท์ ซึ่งได้รับเสียงวิจารณ์ด้านบวกมากทีเดียว

ต่อมาทำงานตำแหน่ง Senior Telecine Colorist ให้บริษัท Oriental Post ปลายปี 2543 สองพี่น้องจับมือสร้างหนังไทย “บางกอกแดนเจอรัส เพชฌฆาตเงียบ อันตราย” ก่อนโด่งดังทั่วเอเชียใน “The Eye-คนเห็นผี” ปี พ.ศ.2545 ตามด้วยหนังไทยอีกเรื่อง “ส้ม แบงก์ มือใหม่หัดเขียน”

มีโอกาสเจาะใจ “ออกไซด์” ในความสำเร็จที่เกิดขึ้น เริ่มต้นเจ้าตัวบอกความรู้สึกที่ทำหนังฮอลลีวู้ดเรื่องแรกก็เปิดตัวอันดับ 1 ว่า “รู้สึกโชคดีมาก หนังเรื่องนี้ฉายไปแล้วและได้รับการตอบรับที่ดี ดีใจสุดๆ เลย ผมคิดว่าหนังโดนใจคนดูที่โน่นเพราะคงเห็นตัวอย่างหนังแล้วน่าสนใจ และคงเกี่ยวกับเด็กที่สามารถเห็นผีด้วยมันคงแปลกดี อีกอย่างการที่เราเป็น ผกก.คนไทยมากำกับฯหนังฮอลลีวู้ดมันจะเป็นยังไงบ้าง หนังเรื่องนี้ดูง่ายมากๆ ไม่ต้องคิดอะไรเลย”

ก่อนเจ้าตัวจะร่ายถึงจุดเริ่มต้นในการทำงานที่ฮอลลีวู้ด “คือ ผกก.สไปเดอร์แมน เค้าเคยดูหนังเรื่อง “คนเห็นผี” แล้วเค้าชอบมาก และเค้าก็ไปสร้างบริษัทเองทำหนังผีโดยเฉพาะ และเป็นช่วงที่เค้าทำสไปเดอร์แมน เลยไม่ว่างที่จะกำกับฯเอง เลยจำเป็นต้องหา ผกก.ใหม่มาทำงาน จริงๆ เค้าเคยติดต่อ ผกก.ญี่ปุ่นให้ไปทำหนังกับเค้ามาแล้ว และเราก็โชคดีที่มีโอกาสได้ทำหนังกับเค้าเหมือนกัน”

แล้วทำงานกับ “แซม ไรมี่” เป็นยังไงบ้าง? “เค้านิสัยดีมาก ด้วยความที่เค้าเป็น ผกก.ด้วยเพราะฉะนั้นเค้าจะเข้าใจการทำงารของเราพอสมควร”

เรื่องความต่างของการทำหนังเอเชียกับไปที่ฮอลลีวู้ดได้รับการบอกต่อ “ที่ฮอลลีวู้ดมันมีความละเอียดมากกว่า เรื่องสคริปต์มันต้องใช้เวลามากกว่า กว่าจะมาเป็นหนังแต่ละเรื่องได้มันต้องผ่านขั้นตอนอะไรเยอะ ตอนเราทำเค้ามีสคริปต์ให้เราอยู่แล้ว เราไปถึงได้อ่านบทก็ชอบ แต่ก็มีการปรับแก้นิดนึง คือ ผมเพิ่มนักแสดงเด็กคนหนึ่งเข้าไปในหนัง โชคดีที่เค้าให้เรามีส่วนร่วมตัดสินใจด้วย หนังเรื่องนี้ผมใช้เวลาถ่ายทำ 4 เดือน แต่ถ้าร่วมทั้งหมดทุกส่วนก็ประมาณ 1 ปี”

“สำหรับมุมมองที่ว่าฮอลลีวู้ดเน้นเรื่องธุรกิจจ๋า มันก็เป็นจริง ทุกอย่างเค้าจะวางแผนให้ชัดเจน เซฟตรงไหนได้ก็เซฟ ไม่มีใครอยากมารับผิดชอบอะไรทีหลัง เพราะฉะนั้นทุกอย่างต้องเซฟก่อน”

เขายังบอกอีกว่ากลิ่นอายของหนังผีฮอลลีวู้ดกับหนังผีเอเชียในความคิดเขาไม่ต่างกันเท่าไร

ส่วนความยากของการทำงานที่ฮอลลีวู้ด เขาบอกว่าเป็นเรื่องของการต้องพูดภาษาอังกฤษ

ในส่วนความพอใจกับภาพยนตร์เรื่องนี้สำหรับเขาเต็มเปี่ยม “พอใจอยู่แล้ว จริงๆ เราสองคนเป็น ผกก.มาประมาณ 10 ปี และการได้ไปทำงานที่ฮอลลีวู้ดก็เป็นที่พอใจมากๆ”

รุกคืบถามต่อมีผลงานที่ฮอลลีวู้ดต่อหรือยัง? “ก็มีสคริปต์ส่งมา 2-3 เรื่อง แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจ เราต้องดูให้ละเอียดก่อน ที่ส่งมาก็มีเรื่องเกี่ยวกับผี และแอ๊กชั่น”

เห็นว่าเรื่อง “ดิ อายส์” ที่เคยกำกับฯฝรั่งซื้อไปทำในเวอร์ชั่นฮอลลีวู้ดแล้ว? “เค้าซื้อไปตั้งนานแล้ว เราไม่ได้มีส่วนร่วมอะไรในเรื่องนี้เลยหลังจากเขาซื้อไปแล้ว ไม่ได้เกี่ยวกับเราแล้ว”

หนังเอเชีย “อินเฟอร์นัล แอฟแฟร์” ฝรั่งซื้อไปดัดแปลงเป็นเรื่อง “เดอะ ดีพาร์ตเต็ด” จนได้ออสการ์ อย่างนี้คาดหวังแค่ไหนกับ “ดิ อายส์” เวอร์ชั่นฝรั่งว่าจะไปไกล “ก็หวังให้เค้าได้เงิน และคนชอบแค่นั้นก็พอ สมมติเค้ารายได้ดี คนชอบดูเค้าคงต้องมีคนถามถึงเราแน่นอน เพราะคนก็คงอยากรู้ว่าออริจินัลของหนังมาจากไหน ตอนนี้ขอให้หนังได้เงินก่อนดีกว่า”

ไปดีกับงานกำกับฯให้ฮอลลีวู้ด เลยแย็บถามจะทิ้งงานกำกับฯหนังเอเชียหรือเปล่า? เจ้าตัวส่ายหน้า “ไม่ทิ้ง ยังอยู่เอเชียแน่นอน ที่วางแผนไว้คิดว่าปีหน้าจะกลับมาทำหนังไทยอีกเรื่องหนึ่ง แต่ยังไม่รู้ว่าเกี่ยวกับเรื่องอะไร”

คนไทยที่คิดถึงงานกำกับฯหนังไทยของเขาต้องอดใจรอ

ที่มาจากหนังสือพิมพ์