แองเจลิน่า โจลี ถึงจะดังระดับโลก แต่คนในบ้านเด็กกำพร้าไม่รู้จัก!!!

Home / ข่าวหนัง / แองเจลิน่า โจลี ถึงจะดังระดับโลก แต่คนในบ้านเด็กกำพร้าไม่รู้จัก!!!

คอลัมน์ บันเทิงต่างประเทศ
raikorn@hotmail.com

 
แองเจลิน่า โจลี เคยเล่าว่า เป็นความตั้งใจของเธอตั้งแต่ยังเป็นสาวรุ่นที่อยากจะรับอุปการะเด็กมาเลี้ยงเป็นลูก และหลังจากเพิ่งได้เด็กชายเวียดนามมาเป็นสมาชิกใหม่ในบ้าน โดยเป็นลูกคนที่ 4 แต่เป็นลูกบุญธรรมคนที่ 3 ในครอบครัว ต่อจาก แม็ดด๊อกซ์ เด็กชายชาวกัมพูชาวัย 5 ขวบ และ ซาฮาร่า เด็กหญิงชาวเอธิโอเปีย วัย 2 ขวบ นางเอกซุปเปอร์สตาร์วัย 31 ก็ให้สัมภาษณ์นักข่าวว่า หลังจากนี้เธอจะอยู่บ้านเพื่อช่วย ด.ช.แพ็กซ์ เธียน โจลี ปรับตัวกับการใช้ชีวิตในสหรัฐอเมริกา

“ตอนนี้ฉันมีลูก 4 คน และการเลี้ยงดูพวกเขาคือสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับฉันตอนนี้ ฉันภูมิใจและมีความสุขมากที่ได้เป็นแม่ของพวกเขา”

อย่างไรก็ตาม เธอก็ว่าในความดีใจนั้นส่วนหนึ่งก็มีความเสียใจแฝงอยู่ นั่นคือเสียใจที่ทำให้ชีวิตของ ฝ่ามกวางซาง หรือในชื่อใหม่แพ็กซ์ เธียน โจลี ที่มีความหมายว่า “สรวงสวรรค์อันสงบสุข” เด็กกำพร้าวัย 3 ขวบครึ่งที่เคยอยู่แบบธรรมดา ไม่มีใครสนใจ ต้องมาตกอยู่ในวงล้อมและสายตาจับจ้องของสื่อ ในฐานะลูกเลี้ยงของดาราดัง

“ฉันเชื่อว่าการถูกรุมถ่ายภาพ การตกเป็นข่าวในสื่อต่างๆ ต้องทำให้เขาไม่ชอบแน่ และฉันเองก็รู้สึกเป็นห่วงเรื่องนี้มาก และรู้สึกเสียใจที่นำเขาเข้ามาเจอสภาพชีวิตแบบนี้”

คุณแม่ยังสาวซึ่งกำลังทำให้ครอบครัวเล็กๆ ของเธอกลายเป็น “ครอบครัวสหประชาชาติ” ขนาดย่อม โดยมีทั้งลูกบุญธรรมและลูกแท้ๆ ชิโล่ห์ นูเวล โจลี-พิตต์ เด็กหญิงวัย 9 เดือนที่เกิดกับ แบรด พิตต์ ยังให้สัมภาษณ์ถึงเหตุผลที่เธอยังเพิ่มเด็กต่างชาติ ต่างภาษาเข้ามาอยู่ในบ้านเรื่อยๆ ว่า “ทุกคนต่างก็รู้ดีว่าเด็กๆ จำเป็นต้องมีครอบครัว ในเมื่อฉันมีความสามารถจะให้ครอบครัวแก่เด็กเหล่านั้นได้ ทำไมฉันต้องปฏิเสธด้วยล่ะ”

ถึงแม้ตอนไปรับตัวแพ็กซ์ เธียน ที่เวียดนาม โจลีจะเดินทางไปกับแมดด๊อกซ์ โดยไม่มีแบรด พิตต์ ติดตามไปด้วย แต่งานนี้พิตต์ก็รู้เห็นเป็นใจตั้งแต่แรก โดยทั้งสองได้เดินทางไปดูเด็กๆ ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าทัม บินห์ ในนครโฮจิมินห์ ซิตี้ ตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว

บุย ธิ บิช ตูเยิน นางพยาบาลที่สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าทัม บินห์ เล่าว่า ตอนที่ทั้งคู่ไปนั้นไม่มีใครที่นั่นรู้เลยว่า ทั้งคู่คือดาราดังระดับโลก แต่นึกว่าเป็นคู่สามีภรรยา ชาวบ้านธรรมดา “พวกเราคิดว่าพวกเขาเป็นสามีภรรยาที่อยากมาเยี่ยม และเอาของขวัญมาแจกให้เด็ก เพราะตอนที่มา พวกเขาเอาของเล่นมาแจกเด็กเยอะแยะเลย”

ตูเยินซึ่งคอยดูแลแพ็กซ์ เธียน ตั้งแต่ถูกนำมาอยู่ที่ทัม บินห์ หลังจากถูกแม่ทิ้งไว้ที่โรงพยาบาลตั้งแต่อายุได้แค่ 1 เดือนยังเล่าว่า โจลีได้ใช้ดินสอสีวาดรูปเล่นกับเด็กๆ ด้วย และนั่นเป็นภาพที่ทำให้เธอและเพื่อนเจ้าหน้าที่รู้สึกว่า “เธอรักเด็กด้วยหัวใจของเธอจริงๆ”

ด้าน นายโฮ ธิ คิม เตา รองผู้อำนวยการบ้านเด็กกำพร้าแห่งนี้ ก็ว่า “เราไม่รู้สักนิดเลยว่าพวกเขาเป็นดาราใหญ่ จนกระทั่งได้เห็นรูปของพวกเขาในหน้าหนังสือพิมพ์เกือบทุกฉบับในวันรุ่งขึ้น”

จากที่ มาดอนน่า เคยถูกกลุ่มสิทธิมนุษยชนหลายกลุ่มออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่าใช้อภิสิทธิ์ความเป็น “ศิลปินดัง” ก้าวข้ามขั้นตอนกฎหมาย เมื่อคราวขอเด็กชายชาวมาลาวีไปเลี้ยงเป็นลูกเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว จนเจ้าตัวยังรู้สึกท้อแท้ เกือบจะถอดใจอยู่แล้วเหมือนกัน แต่สำหรับกรณีของโจลีกลับไม่ค่อยมีเสียงโจมตีสักเท่าไร ทั้งที่หากจะว่าไปเธอก็ใช้เวลาเร็วมาก จากโดยทั่วไปกว่าที่ใครสักคนจะรับเด็กเวียดนามไปเลี้ยงเป็นลูกก็ต้องใช้เวลาประมาณ 6 เดือน หรือนานกว่านั้น แต่โจลีใช้เวลาสั้นกว่าเยอะ โดยข่าวว่าเธอให้เอเยนซี่ในอเมริกาจัดการยื่นเอกสารขออุปการะเด็กชายผู้โชคดีเมื่อต้นเดือนมีนาคมนี้เอง จากนั้นพอกลางเดือนก็เดินทางไปจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเองตามขั้นตอนกฎหมาย แล้วก็พบกับเจ้าหน้าที่กงสุลสหรัฐที่นั่นเพื่อให้ออกหนังสือเดินทางของสหรัฐให้กับเด็กชาย ซึ่งคาดว่าน่าจะเดินทางกลับไปสหรัฐพร้อมเธอ ไม่เกินปลายเดือนมีนาคม

ทั้งนี้มีข่าวบางกระแสบอกด้วยว่า นอกจากฐานะความเป็นดาราดังที่ทำให้เธอได้รับเด็กไปเลี้ยงไวกว่าชาวบ้านธรรมดา อีกส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่า โจลีได้บริจาคเงินก้อนหนึ่ง ซึ่งไม่มีการเปิดเผยว่ามากน้อยเท่าไร ให้แก่บ้านเด็กกำพร้าแห่งนี้

“เด็กโชคดีแล้วที่มีดาราดังมารับไปเลี้ยง เขาจะได้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี” เหงียน ธิ ตวน หญิงเวียดนามวัย 39 ให้ความเห็น ขณะที่ เบธ โดบริช นักจิตบำบัดชาวอเมริกัน ในเมืองเมเปิลวู้ด รัฐนิวเจอร์ซีย์ สหรัฐอเมริกา ซึ่งเธอและสามีเคยขอเด็กหญิงเวียดนามไปอุปการะเป็นลูกเมื่อปีที่แล้วก็ได้เขียนอี-เมลแสดงความเห็นต่อเรื่องนี้ไปยังสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า การขอเด็กต่างชาติไปเลี้ยง “มีขั้นตอนที่ยุ่งยากมาก และมีปัญหาสารพัดรูปแบบ ขณะที่ทุกคนก็พยายามทำอย่างดีที่สุด และฉันก็เชื่อว่าทั้งแองเจลิน่าและมาดอนน่าก็น่าจะผ่านขั้นตอนต่างๆ เหมือนคนอื่น และฉันก็ไม่เห็นว่าพวกเธอจะทำอะไรที่มากไป หรือแย่ไปกว่าที่คนทั่วไปเขาทำกันในการจะขอเด็กไปเลี้ยงสักคน”

สำหรับเด็กเวียดนามที่มีชาวต่างชาติขอไปเลี้ยง จากข่าวของรอยเตอร์บอกว่า ส่วนใหญ่เป็นคนฝรั่งเศส แต่ก็มีตัวเลขคนอเมริกันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และจากสถิติเมื่อปีที่แล้ว เด็กเวียดนามนั้นมีผู้ขอไปอุปการะ 1,500 คน เพิ่มจาก เมื่อปี 2549 ที่มีอยู่ 1,200 คน ขณะที่ปีนี้มีการคาดการณ์ล่วงหน้าว่าน่าจะมีถึง 1,800 คน

แต่เด็กที่กำลังถูกมองว่าโชคดีที่สุดก็คือ เด็กกำพร้าคนนี้แหละ เพราะหลังไปถึงอเมริกาสักพัก เขาก็น่าจะได้นามสกุลต่อท้ายยาวขึ้นอีกนิดว่า แพ็กซ์ เธียน โจลี-พิตต์ หลังแบรด พิตต์ จะยื่นเรื่องต่อศาลที่สหรัฐเพื่อขอรับเป็นพ่อเด็ก ซึ่งเขาและโจลีไม่สามารถทำได้ในเวียดนาม เนื่องจากมีกฎหมายห้ามหญิง-ชายที่ไม่ได้แต่งงาน มาขอรับเด็กไปเลี้ยง แต่ยอมให้ “ซิงเกิล มาร์เธอร์” (แม่ที่เลี้ยงลูกตามลำพัง) ทำได้ โจลีจึงได้ยื่นเรื่องนี้ตามลำพังในฐานะซิงเกิล มาร์เธอร์

ที่มาจากหนังสือพิมพ์