“ตลก” แห่เป็นผู้กำกับฯ ฝีมือหรือแค่แฟชั่น

Home / ข่าวหนัง / “ตลก” แห่เป็นผู้กำกับฯ ฝีมือหรือแค่แฟชั่น

คอลัมน์ กระแสร้อน

คาเฟ่ซบเซา ไปเป็นตัวสร้างสีสันเสริมพิธีกรหลักในรายการต่างๆ ก็เริ่มเฝือ ประดาตลกแถวหน้าเลยขยับขยายหางานสาขาใหม่ๆ ในวงการทำงาน

การเป็นผู้กำกับฯ ภาพยนตร์ คือ คำตอบนั้น

ช่วง 3-4 ปีมานี้ต้องยอมรับ ตลกขอหรู นั่งแท่นผู้กำกับฯ หนังเกลื่อนเลย ไล่ตั้งแต่ “เด๋อ ดอกสะเดา” กับผลงาน “โอ๊กอ๊าก”, “เทพ โพธิ์งาม” กับเรื่อง “ดึก ดำ ดึ๋ย”, “โน้ต เชิญยิ้ม” เปิดตัวด้วย “ฅนปีมะ” แต่มาฮิตกระจายด้วยเรื่อง “หลวงพี่เท่ง” และล่าสุดกำลังรอฉาย “ครอบครัวตัวดำ” รวมถึงถ่ายทำเรื่อง “อีส้มสมหวัง” หรือจะเป็น “จตุรงค์ มกจ๊ก” ที่เปิดซิงผู้กำกับฯ หนังด้วยเรื่อง “โกยเถอะโยม” พอไปได้สวยก็กำลังเร่งทำงานกำกับฯ เรื่องใหม่ “ตั๊ดสู้ฟุด”

ส่วนตลกหน้าตายลูกอีสาน “หม่ำ จ๊กมก” ไม่น้อยหน้า มาเป็นผู้กำกับฯ กับเขาด้วย เริ่มด้วยเรื่อง “บอดี้การ์ดหน้าเหลี่ยม” ตามด้วย “แหยมยโสธร” และที่เพิ่งผ่านสายตาไป “บอดี้การ์ดหน้าเหลี่ยม 2” ด้วยทุนสร้างอลังการขึ้น อย่างนี้ 2 คู่หู่ “เท่ง เถิดเทิง” กับ “โหน่ง ชะชะช่า” จะน้อยหน้าได้อย่างไร ขอเป็นเล่นและควบตำแหน่งผู้กำกับฯ ภาพยนตร์เป็นเกียรติเป็นศรีกับตัวเองบ้างในผลงานกำกับฯ เปิดซิงเรื่อง “โหน่งเท่ง คนมาหาเฮีย”

เมื่อปริมาณตลกมาเป็นผู้กำกับฯ มากขึ้นเรื่อยๆ เป็นดอกเห็ด เลยเป็นคำถามว่า นี่เป็นแค่กระแสแฟชั่นเท่านั้น หรือตลกทั้งหลายมีฝีมือจริง

จะฟันธงไปเองจะกระไรอยู่ ให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินในผลงานจะดีกว่า แถมให้ตลกทั้งหลายที่บัดนี้มีตำแหน่งผู้กำกับฯ ได้ออกทรรศนะความคิดเห็นกัน

เริ่มที่ “เด๋อ ดอกสะเดา” ที่บอกว่า “ที่ตลกมาทำหนังมากขึ้นผมว่าน่าจะเกิดจากความเบื่อการเล่นตลก เบื่อการแสดง อยากหาอย่างอื่นทำ เป็นการระบายความรู้สึก อย่างพวกผมเป็นรุ่นแรกๆ ที่ลุกขึ้นมาทำก็ผิดบ้าง ถูกบ้าง เพราะเราทำหนังจากประสบการณ์ ไม่ได้ร่ำเรียนมาทางนี้ ส่วนหนึ่งที่ตลกมาทำหนังมากขึ้นผมคิดว่าที่ผ่านมามีตลกหลายๆ คนทำแล้วได้เงิน แต่อย่าลืมว่าพวกเรา คือ ตลก ที่เห็นว่าประสบผลสำเร็จมีน้อยแต่ไม่ประสบผลสำเร็จมีมากกว่า ถ้าไม่แน่จริง ระยะยาวเราสู้คนที่เขาทำเป็นอาชีพไม่ได้ ก็อยากเตือนตรงนี้ไว้อย่าแห่ตามกระแสจนลืมประมาณตัวเอง”

ฝ่าย “ป๋าเทพ โพธิ์งาม” บอกว่า “การที่ตลกมาทำหนังเยอะก็ดีนะ ถือว่าเป็นมิติใหม่ที่ดี ต่อไปในอนาคตอาจมีอะไรที่พัฒนามากกว่านี้ ผมไม่แน่ใจว่าเป็นแฟชั่นรึเปล่า แต่อยากให้คนที่มีโอกาสทำ ทำอะไรที่เป็นกิจจะลักษณะหน่อย ถ้าทุกวันนี้เราปล่อยทำกันมาก มันจะเป็นแนวเดียวคล้ายกันหมด ดูแล้วไม่แตกต่างกัน น่าจะฉีกจากเดิม ป๋าคิดแบบนี้อย่างหนัง “ดึก ดำ ดึ๋ย” ที่เจ๊งไป เราก็อยากทำอะไรฉีกออกไป แต่ตอนนั้นอาจเร็วไป”

บางคนสบประมาทตลกที่มากำกับหนัง…”ป๋าคิดว่าเป็นบางคน บางคนทำจริงจัง อย่างป๋าเองเป็นตลกก็จริง แต่เวลาทำอะไรป๋าตั้งใจมากๆ เลย”

อีกหนึ่งตลก “จตุรงค์ มกจ๊ก” จะมีความคิดเห็นเช่นไร ไปฟังเขาร่าย “ผมว่าไม่ใช่เรื่องแฟชั่นแน่ๆ เพราะคนที่ทำไม่ได้คือทำไม่ได้ การทำหนังเป็นเรื่องใหญ่ เป็นงานระดับประเทศเพราะทำให้คนทั่วประเทศดู ไม่ใช่ว่าตลกทุกคนจะทำได้ คนไหนทำแล้วไม่ดีจริงๆ คนดูจะตัดสิน แล้วผมอยากให้มองว่าตลกที่มาเป็นผู้กำกับฯส่วนใหญ่เป็นตลกที่ผ่านการเล่นหนังมาหลายเรื่อง มีประสบการณ์ ส่วนการดูถูกว่าตลกทำหนังแล้วไม่ดี ผมว่าคิดกันไปเอง ดีหรือไม่ดีคนดูจะตัดสิน”

ด้าน “หม่ำ จ๊กมก” ที่ติดลมกับงานผู้กำกับหนัง ให้ทรรศนะ “เรื่องคนชอบสบประมาทว่าตลกทำหนังแล้วไม่ดีอันนี้แล้วแต่คนจะคิด บางคนเค้ามีมุมมองว่าตลกทำหนังคงไม่มีสาระ แต่ผมรู้สึกได้กับหนังผมเอง รวมถึงกับทุกอย่างที่ผมทำไม่ใช่แค่หนังหรอก”

“เรื่องแฟชั่นอันนี้ก็พูดยาก เราพูดเองไม่ได้ แต่คนดูจะตัดสินว่าที่ตลกมาทำหนังน่ะเป็นแฟชั่นหรือความสามารถ แฟนใครแฟนมัน อย่างผมก็มีแฟนหนังอยู่แล้ว ส่วนเรื่องที่ว่าเอาชื่อตลกมาเป็นหัวโขนแต่จริงๆ ไม่ลงมือทำ อันนี้แล้วแต่คนจะคิด แต่ใช้คำนี้กับผมไม่ได้นะ เพราะผมเป็นคนชอบภาพยนตร์ อาจไม่ได้เรียนมาโดยตรง แต่รู้สึกได้กับหนังที่ทำ”

ด้าน “โน้ต เชิญยิ้ม” ว่า “การที่ตลกมาทำหนังเยอะ ผมว่าน่าจะเป็นเรื่องมุมมองหลายๆ คน อย่างเช่นผมถือว่าเริ่มทำหนังมาแล้วได้เงิน ตลกคนอื่นมองเห็นว่าเป็นไปได้จึงอยากมาทำ แล้วถือว่าเป็นโอกาสดีที่จะได้แสดงความสามารถ และสร้างงานใหม่ๆ ขึ้น ส่วนตัวผมเองการทำหนัง เหมือนโยนหินถามทาง คือ เป็นการปูทางให้ลูกชายเดิน และเป็นการสร้างบารมีให้ตัวเอง แต่ก็อยากให้ตลกที่มาเป็นผู้กำกับฯ คิดเป็นอุทาหรณ์ว่าวันหนึ่งตลกเฟื่องตามคาเฟ่ แต่วันหนึ่งตลกคาเฟ่หายไป ช่วงนี้ตลกทำหนังแล้วบูม อยากให้สังวรว่าสักวันหนึ่งก็ต้องหายเหมือนตลกคาเฟ่”

ไปถามตลกหลายๆ คนที่ยังไม่ได้เป็นผู้กำกับฯ ภาพยนตร์ แต่มีแนวโน้มจะทำบ้าง เริ่มที่ “จิ้ม ชวนชื่น” เผยว่า “ผมคิดว่าการที่ตลกหันมาทำหนังเยอะขึ้นน่าจะเกิดจากพลังภายในตัวศิลปิน หรือร้อนวิชา ถามว่าเป็นแฟชั่นหรือเปล่า ผมว่าเป็นนะ เพราะพอรุ่นพี่ๆ เขาทำได้เราก็คิดว่าเราก็มีอะไรในหัวเหมือนกัน น่าจะทำได้ ที่ผ่านมาเราทำกันอยู่แล้ว คือ ผมจะอยู่ในทีมของยอร์ช(ฤกษ์ชัย พวงเพ็ชร) ช่วยกันคิด ช่วยกันทำตั้งแต่เรื่อง “พยัคฆ์ร้ายส่ายหน้า” ส่วนตัวผมเองกำลังคิดจะทำเรื่องเกี่ยวกับตลกคณะ ชวนชื่น ของผมเหมือนกัน กำลังเตรียมงานอยู่ครับ”

อดีตนายกสมาคมตลก “เป็ด เชิญยิ้ม” เป็นอีกคนที่เตรียมทำหนัง “ที่ตลกมาทำหนังผมว่าเป็นสิ่งดี ไม่เห็นเป็นอะไร ผมว่าเรื่องแฟชั่นก็คงไม่ใช่ เพราะต่างคนต่างมีมุมมอง อย่างผมตั้งใจอยากทำหนังมานานแล้ว แต่ยังไม่มีโอกาส พอช่วงนี้ถือว่าตลกทำหนังได้ดีขึ้น ในส่วนนายทุนก็เห็นความสามารถ พอผมไปเสนองานก็ให้ทำ จึงคิดว่าเป็นโอกาสมากกว่า อย่างผมที่เตรียมไว้แล้ว จะเปิดเดือนเม.ย. คือเรื่อง “อะต๊าติ๊งโหน่งมาแว้ว”เรื่องนี้มี โหน่ง ชะชะช่า กับ นุ้ย เชิญยิ้ม เล่น”

ปิดท้ายที่ตลกร่างแคระ “โก๊ะตี๋ อารามบอย” บอกว่า “งานกำกับฯ หนังอยากอยู่ครับ ตอนนี้กำลังศึกษา เรียนรู้ขั้นตอนการทำงานจากพี่ยอร์จ-ฤกษ์ชัย อยู่ ถ้าจะทำหนังเรื่องแรกก็อยากมีผู้ใหญ่หนุน เพราะเรายังไม่รู้รายละเอียดเยอะ ขนาดสี่เท้ายังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง เวลาจะทำอะไรควรคิดและทำให้รอบคอบ เพื่อผลจะได้เป็นบวกมากกว่าลบ ถ้าเมื่อไหร่ที่คิดทำหนังเองก็คงพักงดรับงาน เพราะอยากทุ่มเทให้งาน ความเป็นไปได้มีครับ”

ที่มาจากหนังสือพิมพ์