คุยกับหนุ่มเซอร์หัวใจหวาน ‘อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม’

Home / ข่าวหนัง / คุยกับหนุ่มเซอร์หัวใจหวาน ‘อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม’

เป็นหนุ่มเนื้อหอมสำหรับวงการหนังไทยเสียจริงๆ สำหรับ อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม ที่เวลานี้มีงานหนังในมือถึง 6 เรื่องด้วยกัน รวมถึงเรื่อง “Me…Myself ขอให้รักจงเจริญ” ของผู้กำกับหนังมือใหม่ “อ๊อฟ” พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง กับบทนางโชว์สาวประเภทสองที่ความจำเสื่อมไปรักกับผู้หญิง น่าสนใจขนาดนี้ เลยตรงปรี่เข้าไปขอสัมภาษณ์เรื่องงาน และเรื่องหัวใจมาฝากแฟนๆ บันเทิง “คม ชัด ลึก” กันเสียหน่อย

พูดถึงงานหนังเรื่อง “Me…Myself ขอให้รักจงเจริญ” หน่อย
ที่จริงตอนที่อ่านบทแรกๆ รู้สึกว่าหนังมันยังอ่อน แต่จะรู้สึกได้เลยว่า พี่อ๊อฟเขามีอะไรมากกว่าบทที่ถืออยู่ในมือ ซึ่งระหว่างที่ถ่าย บทก็จะถูกปรับปรุงไปเรื่อยๆ จนเป็นหนังของพี่อ๊อฟ

มองแล้วหนังน่าจะประสบความสำเร็จแค่ไหน
มันพูดยากนะ คำว่าประสบความสำเร็จ มันต้องวัดกันที่เม็ดเงินเท่าไรเหรอ ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน 20 ล้าน ถือว่าประสบความสำเร็จไหม หรือว่า 40 ล้านล่ะ มันอยู่ที่จังหวะ และกระแสช่วงนั้นมากกว่า ว่าเป็นยังไง หนังจะออกมาชนกับเรื่องอะไร ถ้าไปชนกับหนัง “ไพเรท ออฟ เดอะ แคริบเบียน” ผมก็ยกมือไหว้กลับบ้านดีกว่า (หัวเราะ) อีกอย่างเรื่องหนังมันก็มีเรื่องการเมืองมาเกี่ยวข้องด้วย ถ้าบริษัทหนังเล็ก โรงฉายก็จะไม่เยอะ แต่ยังไงซะ ผมว่าหนังเรื่องนี้น่าจะทำรายได้ระดับหนึ่ง แต่เชื่อว่า น่าจะโดนตลาดต่างประเทศ

มีวิธีการเลือกงานยังไง
ผมเลือกจากบท และทีมงานก่อน เพราะผมมองว่า บทเหมือนสันหลังของหนังทั้งเรื่อง จากนั้นก็จะดูว่าทีมงานมีมุมมองในการจะสื่อสารหนังออกมาอย่างไร ถ้าหากว่าคุยกันรู้เรื่อง ดูแล้วว่าน่าสนใจ ก็โอเครับ

รับแต่งานหนัง แล้วละครล่ะ
จริงๆ ก็มีคุยกับทางช่อง 3 อยู่บ้างเหมือนกัน แต่มันยังมีหลายปัจจัย ผมยังไม่พร้อมกับการเล่นละคร ไม่รู้สิ ก่อนหน้านั้นก็เคยเล่นของหม่อมน้อย (ม.ล.พันธ์เทวนพ เทวกุล) แต่เพราะผมไปเรียนการแสดงกับหม่อมน้อย ก็เหมือนกับผมเข้าคลาสแล้ว ก็ต้องมาสอบด้วยการเล่นละคร แต่สำหรับผม ผมมองว่าละครมันมีจุดมุ่งหมายต่างจากหนัง คือลึกๆ แล้ว หนังทำเพื่อให้คนดูสามารถเก็บไว้ได้ ซึ่งเมื่อดูจบ หนังอาจจะมีผลต่อชีวิตนิดหน่อย แต่ละครมันเหมือนเรื่องรายวันทั่วไป แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผมจะไม่เล่นละครเลยนะ ปีนี้คงได้เล่นแหละ แต่ผมมองว่า ถ้าผมเล่นหนัง คงจะมีคนดูมากกว่าเล่นละคร สังเกตไหมว่าดาราหนังกับละคร แทบจะไม่ข้ามสายกันเลยนะ อย่างเรย์ แมคโดนัลด์ ถ้าให้ไปเล่นละคร ก็คงไม่ชอบระบบ คงท้อ เพราะบางคนก็ไม่เข้ากับระบบการทำงานแบบนั้น

ถามเรื่องความรักบ้าง
ความรักตอนนี้ก็สบายดี

ทำไมถึงกล้าให้ข่าวเรื่องอยู่ก่อนแต่งกับ “จี๊ด” แสงทอง เกตุอู่ทอง
ที่เขาพาดข่าวหลายเล่มมันแรงกว่าความจริง เรายอมรับว่าไปหากัน เขามีที่ของเขา ผมก็มีที่ของผม แต่ไม่ใช่ว่าไปเช่าห้องอยู่ด้วยกันขนาดนั้น เพราะเขาก็มีบ้านที่เขาเช่าตั้งแต่ก่อนเขาคบกับผม ซึ่งมันก็เป็นอย่างนั้น เพียงแต่เราสลับกันไปมา ข่าวออกมาแบบนี้ ทางบ้านจี๊ดเองก็ไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไรเลย ผมเองรู้สึกว่ามันปกติมาก

ถูกมองว่าเป็นผู้กล้า
มันก็แรงเฉพาะคำที่พาดหัว แต่ผมไม่ได้รู้สึกว่าความเป็นจริงมีอะไรมาก เข้าใจว่าตอนที่ออกมาอยู่ในสื่อ มันต้องออกมาแบบนี้อยู่แล้ว กะว่ามันต้องเป็นอย่างนี้อยู่แล้ว เพราะผมก็อยู่กับสื่อมาเกือบครึ่งชีวิตแล้ว ก็จะค่อนข้างชินกับการเป็นข่าวมากกว่าจี๊ด ตอนคบกันแรกๆ ก็บอกจี๊ดว่าจะเจออย่างนี้นะ จะเจอเป็นเรื่องเป็นราว

จี๊ดว่าอย่างไรบ้างกับข่าว
ตอนแรกเขาก็ตกใจว่าไม่มีอะไรเขียนยังเขียนกันได้ ผมก็อธิบายว่า มันหลีกเลี่ยงไม่ได้ และจะเป็นอย่างนี้ไปตลอด แต่วิธีที่จะอยู่กับมัน คือต้องตอบตรงไปตรงมา เพราะสิ่งที่เขาเขียนมันสะท้อนจากสิ่งที่เราพูด เราไม่มีทางบอกให้ทุกคนมาคิดว่าสิ่งที่เราทำถูกต้อง ต้องเชื่อผม แต่มากที่สุดคือพูดไปก่อนว่าชีวิตผมเป็นอย่างนี้ เชื่ออย่างนี้ ความจริงคืออย่างนี้ ที่เหลือเราไม่สามารถกำหนดได้ อย่าไปซีเรียสกับข่าว ซึ่งจี๊ดก็เข้าใจ

มีคนติดต่อให้ทำงานคู่กันบ้างไหม
มีเยอะ งานอีเวนท์เยอะ แต่เราไม่ค่อยชอบออกเท่าไร แต่ก็เรื่อยๆ รายการมีเชิญออก แต่ทั้งผมและจี๊ดไม่ชอบเอาเรื่องความรักไปเปิดเผยในรายการทีวี เพราะมันดูมากเกินไป กับการที่จะให้พูดว่าเจอกันยังไง ตอนนี้อยู่ที่ไหน มันไม่รู้สึกจำเป็นที่จะต้องทำอย่างนั้น ไม่อยากจะเกี่ยวข้องกับเทรนด์คู่รัก เราอยากเป็นคู่ที่อยู่ด้วยกันจริงๆ ไม่ใช่ถูกกำหนดจากสื่อ

ได้ยินว่า “ต่าย” นิทรา อยากให้ถ่ายแบบคู่กับ “เจน” เจนสุดา ปานโต อดีตรัก
ไม่รู้สิข่าวนี้มันอาจจะนานแล้วมั้ง คือพี่ต่ายเขาสนิทกับผม สนิทกับเจน แล้วก็สนิทกับจี๊ด เขาก็อาจจะอยากขอถ่ายรูปคู่มั้ง เพราะเขาชอบถ่ายแฟชั่นคู่ ตัวผมมองว่าแฟชั่นก็คือแฟชั่น ถ้าให้ถ่ายคู่ก็ไม่คิดอะไร ผมก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับเจนอยู่แล้ว

แต่ เจน เขาบอกปฏิเสธ เพราะเกรงใจจี๊ด
ผมเข้าใจผู้หญิงนะ ว่าเวลาพูดอะไรต้องให้เบาหน่อย เพราะผู้หญิงถ้าเจออะไรจะหนักกว่าผู้ชาย ถ้าหากว่าเจนเขาบอกว่า ก็เอาสิ ไม่คิดอะไร คนอาจจะมองว่าแรดก็ได้ นี่คือความจริงของวงการบันเทิง แต่ถ้าพี่ต่ายเขามองว่าเหมาะ ผมก็โอเค ไม่ซีเรียส

งานยังไงก็แค่งาน ถ้าหากเห็นแฟชั่นอนันดาคู่เจนขึ้นมา จี๊ดคงไม่จี๊ดใจใช่มั้ยเอ่ย…

ที่มาจากหนังสือพิมพ์