“มะหมา” มาจากไหน? ต้นเรื่องความภูมิใจของหมาไทยพันทาง

Home / ข่าวหนัง / “มะหมา” มาจากไหน? ต้นเรื่องความภูมิใจของหมาไทยพันทาง

จากที่คนไทยเคยแต่หลงใหลได้ปลื้มอยู่กับหมาแสนรู้อย่าง “แลสซี่” หรือ “เบนจี้” ในหนังฮอลลีวู้ด จนเผลอมองเมินหมาไทยแถวบ้านไป มาวันนี้บรรดา “หมาไทยพันทาง” จากหนังเรื่อง “มะหมา 4 ขาครับ” จะมากอบกู้ชื่อเสียงของบรรดาผองเพื่อนเสียใหม่ เพื่อให้คนไทยได้ภูมิใจกับประชากรสี่ขาของชาติตัวเองเสียที ซึ่งหลายคนที่ได้ไปชมภาพยนตร์เรื่องนี้ก็คงประจักษ์แก่ตาของตัวเองแล้วว่า หมาไทยมีความสามารถและมีเสน่ห์ไม่แพ้หมาฝรั่งเขาเลย

พร้อมกันนี้หลายคนก็อาจนึกสงสัยว่ามะหมาเหล่านี้ท่าน (ทีมงาน) ได้แต่ใดมา? เราจึงอาสามาไขข้อข้องใจให้ว่า ส่วนใหญ่ก็เก็บได้ตามข้างถนนนั่นแหละ

เอ้าไม่เชื่อก็ตามไปดู

เริ่มต้นกันที่หัวหน้าแก๊งมะหมาอย่าง “ลุงกาแฟ” ซึ่งประวัติแกไม่ธรรมดา เพราะได้ชื่อว่าเป็นหมาข้างถนนของจริง โดยลุงกาแฟได้รับการชักนำเข้าสู่วงการโดย วันไชย เจียมภักดี เจ้าของศูนย์ฝึกสุนัขไชยภักดิ์ ที่เล่าว่าหลังตระเวนตามถนนหนทางเพื่อหาสุนัขที่จะมารับบทนี้อยู่นานนับปี อยู่มาวันหนึ่งขณะที่ขับรถกลับบ้านก็ไปเจอเอาหัวหน้าแก๊งหมาข้างถนนอยู่ตัวหนึ่ง ซึ่งก็อาศัยอยู่ในละแวกศูนย์ฝึกนั่นแหละ โดยลุงกาแฟเดินมายืนจังก้าอยู่กลางถนน ราวกับจะบอกว่าเขานี่แหละที่เหมาะกับบทนี้ที่สุด เนื่องจากแกเป็นหมาไทยพันทางที่ดูแก่ๆ หงอยๆ และดูมีร่องรอยของการต่อสู้ในชีวิตมาเยอะ ตรงตามที่ทีมงานอยากได้พอดี

แต่ด้วยความที่เป็นสุนัขข้างถนนของแท้เลยทำให้มีปัญหาในการฝึกอยู่บ้าง เพราะลุงกาแฟไม่ไว้ใจคนซักเท่าไร ครูฝึกวันไชยเลยทดลองให้ครูฝึกของลุงกาแฟเอาแกเข้าไปอยู่ที่บ้าน คลุกคลีกินนอนด้วยกัน จนทำให้ลุงกาแฟยอมให้ความไว้วางใจและยอมฝึก จนใครเห็นฝีมือการแสดงของหมาชราตัวนี้ก็ทึ่งไปเหมือนกัน

ถัดมาคือ “พิกุล” เจ้าของคาแร็กเตอร์กุลสตรีไทยพันทาง โดยเจ้าหล่อนมีชื่อจริงว่า “เก็บตก” ซึ่งน่าจะมาจากการที่เธอถูกครูวันไชย (เจ้าเก่า) เก็บมาเลี้ยงตั้งแต่เล็ก เพราะสงสารที่เห็นเธอกำลังถูกรุมทำร้ายจากแก๊งสุนัขข้างถนนแถวนั้น และต่อมาน้องเก็บตกก็ได้รับการฝึกฝนการแสดงจนได้เล่นหนังและละครมากมาย

และด้วยความที่เธอเป็นหมาเรียบร้อยเลยเหมาะกับบทพิกุล สุนัขที่นิ่ง เงียบ จะเดินจะเหินแต่ละทีก็เชื่องช้า ไม่ค่อยสนอกสนใจ แล้วก็ไม่ค่อยเห่าใคร คล้ายๆ กับว่ากลัวดอกพิกุลจะร่วงอย่างนั้นแหละ

ต่อกันที่ “เปี๊ยก” ซึ่งรับบทโดยสุนัขลายแต้มพันทางผู้มีนามจริงสุดหรูว่า “ริชาร์ด เดอะ ไลอ้อนฮาร์ท” ซึ่งก็เป็นครูวันไชยอีกเช่นเคยที่ไปพบ และไปเก็บมาจากแถวๆ สถานีตำรวจแห่งหนึ่ง เพราะมันถูกทิ้งให้อยู่ตัวเดียวโดยไม่มีทั้งพ่อแม่หรือพี่น้อง ครูวันไชยจึงนำกลับมาเลี้ยงด้วยความสงสาร โดยที่ไม่ได้ตั้งใจจะฝึกให้เป็นนักแสดง แต่ความเป็นดาวที่ฉายแววอยู่ในตัวของริชาร์ดทำให้แมวมองสนใจอยากให้ไปถ่ายโฆษณาและละคร จนริชาร์ดกลายเป็นหมาคิวทองของศูนย์ฝึกไปในที่สุด ซึ่งที่ดังสุดสุดก็เป็นละครเรื่อง “สุดรักสุดดวงใจ” ในบทบาทของ “พี่เก็บตก” นั่นไงล่ะ

 

อีกตัวคือ “เก่ง” ซึ่งมีที่มาสุดแสนจะรันทด เพราะถูกเจ้าของใจร้ายทิ้ง จนต้องไปอาศัยอยู่ที่มูลนิธิสัตว์พิการปากเกร็ด สถานที่ที่ทีมงานหมายมั่นจะไปตามหาดารามารับบทนี้พอดี โดยทีมงานเล่าว่าในมูลนิธิแห่งนี้มีสุนัขจรจัดอยู่หลายร้อยตัว แต่ละตัวก็จะมายืนออรวมกันข้างหน้ากรง เห่าบ้าง กัดกันบ้างวุ่นวายไปหมด ในขณะที่ เจ้าเก่งกลับนิ่ง มีมาด มองมาด้วยแววตากระตือรือร้น แถมยังขึ้นไปยืนเด่นอยู่บนอัฒจันทร์ตัวเดียว ราวกับว่าจะโชว์ตัวให้ทุกคนเห็น และนั่นก็ทำให้เก่งได้รับเลือกให้มารับบทนี้ ซึ่งครูฝึกก็ถึงกับออกปากชมว่าเก่งสมชื่อจริงๆ 

 

จากชีวิตรันทดของมะหมาทั้ง 4 ก็มาทำความรู้จักกับน้อง “เซ็กซี่” พุดเดิ้ลขาวล้วนผู้มีนามจริงสุดจะไทยว่า “กิ๊ก” กันบ้างดีกว่า หนูกิ๊กเธอเป็นเด็กในสังกัดของครูฝึกวันไชยอีกตัว ที่มีดีกรีความจัดจ้านในด้านการแสดงไม่แพ้ใคร แถมด้วยจริตจะก้านแบบมะหมาที่หลายคนจะต้องอมยิ้ม

ในเรื่อง “เซ็กซี่” คือหมาข้างถนน แต่อย่าเพิ่งแปลกใจไปว่าทำไมหมาฝรั่งหน้าตาน่ารักๆ อย่างนี้จะรับบทหมาเดินดินอย่างนั้นได้ เพราะในความเป็นจริงพุดเดิ้ลก็มีสถิติถูกทิ้งขว้างไม่แพ้หมาพันธุ์อื่นๆ เลย ซึ่งสาเหตุหนึ่งก็มาจากการที่มันเป็นหมาฝรั่งที่คนไทยเลี้ยงมากที่สุดนั่นเอง

 

ด็กในสังกัดครูวันไชยอีกตัวได้แก่ เจ้าตัวร้ายอย่าง “ทอมมี่” คอลลี่สีขาวดำเจ้าของชื่อจริงว่า “เชสเตอร์” ที่ได้รับเลือกให้มาเล่นบทนี้ เพราะความที่ไม่หล่อแต่หน้าตาเจ้าชู้ ดูจิตๆ กามๆ สมกับบทบาทในเรื่องเลยล่ะ

นี่ก็คอลลี่เหมือนกัน แต่เหนือชั้นกว่าเพราะเธอได้รับบทเป็น “น้ำค้าง” นางเอกของเรื่อง โดย “น้องเฟิร์น” ตัวนี้เป็นลูกสาวแสนรักแสนหวงของภรรยาครูวันไชย และได้มาเล่นหนังเพราะมีคาแร็กเตอร์ตรงตามที่ทีมงานต้องการ คือเป็นหมาฝรั่งพันธุ์สวยๆ ตัวต้องไม่ใหญ่กว่าพระเอก แต่ก็ต้องดูแตกต่างกันหน่อย

แม้จะอยู่ในศูนย์ฝึก ทว่าน้ำค้างก็ไม่เคยได้รับการฝึกฝนมาก่อน หากด้วยความใกล้ชิดกับครูฝึก เธอก็เลยเป็นหมาที่ถูกฝึกได้ง่ายมากๆ เลยล่ะ

ปิดท้ายด้วยพระเอกหลังอานสุดเท่อย่าง “มะขาม” ซึ่งแรกเริ่มเดิมทีผู้กำกับฯของเรื่องอย่าง พันธุ์ธัมม์ ทองสังข์ และ สมเกียรติ วิทุรานิช อยากได้พระเอกเป็นหมาหลังอานที่ดูแล้วเหมือนดาราขวัญใจวัยรุ่นอย่าง หนุ่ย-อำพล ลำพูน ตอนเล่นหนัง “น้ำพุ” ไม่ใช่ดาราประเภทกล้ามใหญ่บึกบึน ว่าแล้วก็จัดแจงให้ทีมงานไปหาตามท้องถนน เวทีประกวด และเว็บไซต์ต่างๆ

แต่ดวงหมาจะดังอะไรก็ฉุดไม่อยู่ เพราะระหว่างที่เจ้ามะขามกำลังจะไปประกวด แต่ยังไม่ทันขึ้นเวที ก็ถูกแมวมองของกองหนังชักชวนเข้าวงการเสียก่อน ถามว่าทำไมต้องเป็นเจ้ามะขามตัวนี้ ผู้กำกับฯเขาบอก เพราะมันแลดูเป็นหมาวัยรุ่นใจร้อน ขี้เล่น ซนและดื้อ ซึ่งตรงตามคาแร็กเตอร์ที่หาอยู่พอดี

รวมๆ แล้ว กว่าทีมงานจะได้ตัวมะหมาทั้ง 8 มาจนครบก็ใช้เวลากว่า 1 ปีเลยทีเดียว ซึ่งพวกเขาก็เป็นเป็นนักแสดงกลุ่มเดียวในเรื่องและในวงการภาพยนตร์ที่ไม่เคยเรียกร้องค่าตัว หากสิ่งที่พวกเขาอยากได้มีเพียงอาหาร ความรักและการดูแลอย่างดีเท่านั้น

ดูหนังเรื่องนี้แล้ว นอกจากจะภูมิใจกับฝีมือกำกับฯและฝึกสุนัขของคนไทย ก็อย่าลืมเผื่อแผ่ความรักให้พวกเขา และผองเพื่อนสี่ขาข้างถนนตัวอื่นๆ ด้วยล่ะ

ที่มาจากหนังสือพิมพ์