เซ็งระบบเผด็จการ ‘เจ้ย’ รู้เหตุหนังไทยไม่พัฒนา

Home / ข่าวหนัง / เซ็งระบบเผด็จการ ‘เจ้ย’ รู้เหตุหนังไทยไม่พัฒนา

“เจ้ย” อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล เสียใจหนังไทยโดนปิดกั้นเสรีภาพ จนทำให้อุตสาหกรรมหนังไทยย่ำกับที่ ยัน “แสงศตวรรษ” ไม่มีเจตนาทำเสื่อม ถอดใจกับการเป็นคนไทย

เป็นประเด็นร้อนพอสมควร สำหรับหนังอินดี้เรื่อง “แสงศตวรรษ” ที่ถูกกองเซ็นเซอร์ยึดฟิล์ม แม้จะหั่น 4 ฉากของหนัง ที่ไม่ผ่านการเซ็นเซอร์ไปแล้วก็ตาม จนฝ่ายคนทำหนังถอดใจที่จะให้หนังเรื่องดังกล่าว ฉายในเมืองไทยไปแล้ว ทั้งนี้เมื่อสอบถามไปยังผู้กำกับหนังเจ้าของรางวัลจากเทศกาลหนังทั่วโลก “เจ้ย” อภิชาติพงศ์ ภายหลังจากการเดินทางกลับมาจากต่างประเทศ ได้กล่าวถึงความคืบหน้าดังนี้

“รู้สึกเสียใจแน่นอน เพราะคนทำงาน เราตั้งใจทำงานออกมาอย่างดีที่สุด ไม่ได้มีเจตนาให้เสื่อมเสียศีลธรรมอะไรเลย ทุกคนที่ได้ดู ไม่ว่าจะเป็นคนต่างชาติหรือคนไทย ก็ไม่เคยมีประเด็นมาโต้แย้ง ว่าเสื่อมเสีย เรารู้สึกเสียใจ ว่าเราได้รับคำชื่นชมมา นี่คือหนังไทยที่เอาไปแชร์วัฒนธรรมให้คนต่างชาติดูแล้ว เราก็อยากให้คนไทยได้ดูด้วย ยังไงหนังมันก็ไม่ได้เงินอยู่แล้ว ด้วยเป็นหนังอินดี้

คือเราต้องเจรจากับโรงหนังเอง ว่าจะให้หนังฉาย เพราะมีคนบางกลุ่มที่เขาอยากดู และหนังมันก็ต้องสัมผัสกับจอใหญ่ แต่ก็ต้องมาโดนอย่างนี้ ก็ทำให้เราสงสัยในระบบ ว่ามาตรฐานมันอยู่ตรงไหน คนรุ่นใหม่จะเจออย่างเราไหม แล้วนี่หรือเปล่าที่มีส่วนให้หนังไทยไม่พัฒนา เพราะผมโดนต่างชาติเข้ามาถามทุกครั้ง ว่าทำไมหนังไทยไม่พัฒนา ซึ่งผมก็ต้องอธิบายไป แต่มาเจอเองว่ามันมีอย่างนี้จริงๆ ว่าในกฎหมายมันมีรากฐานของเผด็จการอยู่ เราไม่อยากตำหนิใคร แต่ว่าเขาน่าจะช่วยคนทำงานมากกว่า” เจ้ย กล่าวเสียงเซ็ง

ผู้กำกับหนังนอกกระแส กล่าวต่อไป ว่าการที่มีคนบอกให้ตัดฉากใดๆ ออกไปนั้น เหมือนกับการดูถูกคนดูหนัง และคนทำหนัง ด้วยฉากทุกฉาก ล้วนมีส่วนสำคัญต่อเนื้อเรื่องทั้งสิ้น

“คนที่ได้ดูหนัง ก็บอกว่าหนังไม่เห็นจะมีอะไร อย่างถ้าบอกว่าทำไมไม่ตัดฉากพระดีดกีตาร์ แล้วถามว่าที่มีหนังพระหนีผี หรือมาเล่นตลกให้ดู มันคืออะไร คนทำงานไม่ควรได้รับคำถามแบบนี้ เขาไม่มีสิทธิตัดหนังเรา ถ้างั้นก็จัดเรตหนังสิ ให้ประชาชนเป็นคนตัดสินเอา มันเหมือนเป็นความกลัวของระบบรากฐานสังคมเผด็จการ โตได้แล้ว อย่าปิดกั้นความคิดเด็กเลย ถามว่าผมถอดใจกับการทำหนังไหม ผมถอดใจกับการเป็นคนไทยมากกว่า เพราะมันเป็นแค่หนึ่งในส่วนของระบบนี้ที่เราต้องทน แล้วมันต้องทนไปอีกนานแค่ไหน ผมเชื่อว่าแต่ละอาชีพก็คงมีเรื่องการจำกัดเสรีภาพ ผมไม่โทษคนเซ็นเซอร์ แต่มองว่าระบบมันควรแก้ไขได้แล้ว” เจ้ย อธิบาย

ผู้กำกับหนังอินดี้ กล่าวต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ว่าหนังของเขา ได้รับการต้อนรับอย่างดีในต่างประเทศ ได้รับการจัดให้อยู่อันดับ 1 ของนิตยสารหนังในสหรัฐอเมริกา

“แสงศตวรรษ คว้ารางวัล 4 รางวัลจากเทศกาลหนัง ทั้งรางวัลลำดับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม จากฮ่องกง ฟิล์ม อวอร์ด รางวัลภาพยนตร์ที่น่าจับตามอง จากสวิตเซอร์แลนด์ และออสเตรเลีย และรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม จากฝรั่งเศส แต่ทั้งนี้ เราไม่ได้อยากจะโอ้อวดอะไร ไม่ใช่การโปรโมทหนัง เพราะเราไม่ฉายหนังเรื่องนี้ในเมืองไทยแล้ว ส่วนที่มีคนให้กำลังใจเยอะ ก็เชื่อว่าเขาคงรู้สึกคล้ายกัน มันไม่เฉพาะคนทำหนัง แต่บ้านเรายังปิดหูปิดตาเยอะ ทั้งที่มนุษย์ทุกคนต้องการเสรีภาพ หลังจากนี้หากเราไม่ได้รับการคืนฟิล์ม ก็คงต้องปล่อยให้เป็นไปตามกฎหมายว่าจะเอาทรัพย์สินของเขาคืนได้อย่างไร” เจ้ย กล่าวสรุป


ที่มาจากหนังสือพิมพ์

ที่มาภาพประกอบ Happenning