คำต่อคำ “ซิลเวสเตอร์ สตอลโลน”

Home / ข่าวหนัง / คำต่อคำ “ซิลเวสเตอร์ สตอลโลน”

กระแสร้อน
ณัฐพงษ์ บุณยพรหม รายงาน

 

ใครคิดถึง “แรมโบ้” ตอนนี้ “แรมโบ้” กลับมาแล้ว ใน “แรมโบ้ 4” หนังแอ๊กชั่นตามแบบฉบับของพระเอกกล้ามโต “ซิลเวสเตอร์ สตอลโลน” ที่ครั้งนี้เหมาทั้งเล่นและกำกับฯ เองในชื่อตอน “จอห์น แรมโบ้”

พิเศษกว่านั้นภาคนี้ยังมาปักหลักถ่ายทำในประเทศไทยตลอดทั้งเรื่อง ค่ายโรส มีเดีย แอนด์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ส่งเทียบเชิญไปเยี่ยมกองถ่าย “แรมโบ้ 4” ที่ปักหลักถ่ายทำกันที่ผาเงิบ ทางขึ้นดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่ แถมยังได้สัมภาษณ์พิเศษ “สตอลโลน” แบบคำต่อคำมาฝากแฟนๆ “แรมโบ้” ในเมืองไทยด้วย

ถามถึงเรื่องย่อของภาคนี้
“สตอลโลน” กล่าวว่า “ภาคนี้จะเป็นภาคสุดท้ายของแรมโบ้ หลังจากเมื่อ 18 ปีก่อน แรมโบ้ภาค 3 ได้เดินหายไปในป่าแห่งหนึ่งในประเทศไทย และมีคนพบว่าแรมโบ้ใช้ชีวิตอย่างสมถะเรียบง่าย เป็นคนจับงูหาเลี้ยงชีพอยู่ที่ภาคเหนือของไทย เรื่องราวการผจญภัยและต่อสู้ของแรมโบ้จะเกิดขึ้นจากตรงนี้”

เขายังกล่าวอีกว่า เมื่อประมาณ 1 ปีครึ่งที่ผ่านมา เขากำลังอยู่ระหว่างการถ่ายทำหนังเรื่อง Rocky Balboa เขามีความรู้สึกอยากทำหนังแอ๊กชั่นดีๆ ที่มาจากปัญหาจริงที่เกิดขึ้น ซึ่งปัญหาของประเทศพม่าเป็นเรื่องน่าสนใจ

ส่วนเหตุผลที่เลือกประเทศไทย
เขายังบอกให้กระจ่าง “จริงๆ แล้วผมตั้งใจอยากเข้ามาถ่ายทำแรมโบ้ 2 ในเมืองไทยอยู่แล้ว แต่ในที่สุดแรมโบ้ 2 ก็ไปถ่ายทำในประเทศเม็กซิโกเพราะเหตุผลบางประการ มาครั้งนี้ จอห์น แรมโบ้ เนื้อเรื่องมีส่วนเกี่ยวข้องกับประเทศพม่าและบทเกี่ยวข้องกับเมืองไทยอยู่บ้าง ประกอบกับสถานที่ประเทศไทยมีความหลากหลายทั้งเรื่องเชิงวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม ประเทศไทยจึงเป็นสถานที่น่าประทับใจมากในการเข้ามาครั้งนี้”


“ผมทำวิจัยมาเยอะมาก ทั้งพูดคุยกับนักการเมืองที่อเมริกา องการสหประชาชาติ และคนพม่าอพยพ ยิ่งสืบค้นไปมากเรื่องราวของพม่าก็เหมือนหนังประเภทสยองขวัญ เป็นเรื่องราวที่โหดร้ายมาก แต่คนทั่วโลกรู้จักแต่ปัญหาของอิรัก ซัดดัม, โซมาเลีย ผู้คนไม่รู้เลยว่าในพม่าถือว่าเป็นสงครามกลางเมืองที่ยาวนานที่สุดในโลก”

มันเป็นสิ่งที่คุณสนใจเป็นการส่วนตัวหรือเปล่า?
ซิลเวสเตอร์กล่าวว่า มันเป็นสิ่งที่ผมสนใจเป็นการส่วนตัวอยู่แล้ว พม่าเป็นประเทศที่แปลกประหลาดและไม่ธรรมดา พวกเขาไม่สนใจอะไรเลย เป็นประเทศที่มีประเทศร่ำรวยหนุนหลังอยู่ ผมต้องการตีแผ่เรื่องราวเพื่อให้ความรู้แก่ผู้ชมพร้อมไปกับให้ความสนุกสนานกับฉากแอ๊กชั่นมันส์ๆ

ระยะห่างของภาค 3 กับภาคนี้ว่าทำไมถึงนานจัง?
ได้รับการบอกกล่าวอีกว่า “ผมรู้ว่ามันนานมาก หลังจบภาค 3 ซึ่งเป็นการทำงานที่ยากแล้วผมมีปัญหาด้านการเมืองนอกจากนั้น เค้ายังกล่าวหาว่าผมใช้ยาเสพติด ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ผมท้อแท้และผิดหวังเช่นเดียวกับ “ร็อกกี้ 5″ ซึ่งผมไม่คิดว่าจะได้ทำ ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมานี้โลกเปลี่ยนไปมาก ผมประหลาดใจมากที่คนอยากนำคาแร็กเตอร์นี้กลับมาทำใหม่และเป็นช่วงเวลาใกล้เคียงกับร็อกกี้ในช่วงหลังๆ ส่วนมากคนหันไปนิยมหนังอย่าง Spiderman, Fantastic 4 แต่อย่างไรก็ตาม หนังอย่างแรมโบ้ก็มีคาแร็กเตอร์โดดเด่นและน่าจดจำ เพียงแต่ภาคนี้ผมใส่เนื้อหาความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในโลกนี้ลงไป” 


จากภาคที่แล้วถึงภาคนี้มีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้าง?
“แน่นอนครับ ตัวแรมโบ้ภาคนี้เริ่มไม่ค่อยมีความเชื่อถือในคนอื่น มีความแข็งแกร่ง บ้าบิ่น และมีความโกรธแค้นแตกต่างจากแรมโบ้ภาคอื่นๆ ที่สุขุม เงียบขรึม ดังนั้น จอห์น แรมโบ้ ในภาคนี้จึงดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา”

“แน่นอนว่ากลุ่มเป้าหมายเปลี่ยนไป ก่อนผมจะสร้างหนังเรื่องนี้ผมมองว่าตอนนี้เป็นตลาดของวัยรุ่นที่จะไปดูหนังในโรงภาพยนตร์ คนกลุ่มนี้อาจเคยดูแรมโบ้ในรูปแบบวีซีดีและดีวีดี แต่สำหรับจอห์น แรมโบ้ กลุ่มเป้าหมายจะกว้างมากไม่ว่าจะเป็นเด็กวัยรุ่น ผู้ใหญ่ หรือคนที่ไม่เคยดูแรมโบ้มาก่อน รวมไปถึงแฟนๆ แรมโบ้ก็จะกลับมาดูอีกแน่นอน”

ถามถึงความคาดหวังต่อภาคนี้
เขาตอบอย่างหนักแน่น “ผมคิดว่าหนังเรื่องนี้คงได้รับการตอบรับจากคนไทยอย่างดีมาก เพราะไม่ว่าจะสถานที่ถ่ายทำที่ใช้ประเทศไทย ทีมงานคนไทย และดาราคนไทยหลายๆ คนก็มาแสดงเรื่องนี้ นอกจากนั้น ยังใช้คนพม่าจริงๆ มาเล่นในบทที่มีความสำคัญ ซึ่งยากมากที่จะมีโอกาสได้ร่วมงานแบบนี้”

วกไปถามความรู้สึกต่อเมืองไทย
ซิลเวสเตอร์กล่าวว่า ผมรักเมืองไทย และความเป็นคนไทย นอกจากนี้ ทีมงานที่ทำงานร่วมกับผมยังเป็นบุคลากรที่มีความสามารถมาก ผมคิดว่าวงการภาพยนตร์ไทยแข็งแกร่งไม่แพ้ฮ่องกงเลยทีเดียว

ในส่วนงบประมาณได้รับการแจกแจงว่าใช้งบประมาณ 50 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 2,000 ล้านบาท แต่หากรวมค่าทำโปรดักชั่นและการตลาดน่าจะถึง 100 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 4,000 ล้านบาท

ทั้งเล่นและกำกับฯ เอง เป็นอย่างไรบ้าง?
ซิลเวสเตอร์ เผยว่า “ตอนแรกที่รับปากว่าจะกำกับฯ ผมไม่คิดว่าจะยากมากนัก แต่เมื่อมากำกับฯ แล้วผมคิดว่าเป็นอะไรที่ยากที่สุดในชีวิตผม มันเป็นงานเหนื่อยที่สุด แต่คุ้มค่ามาก ทำให้ผมได้บอกเรื่องราวในมุมมองของผม และไม่คิดว่าคนอื่นจะทำได้ในรูปแบบอย่างที่ผมทำ และสามารถทำให้มุมกล้องถ่ายทอดออกไปเป็นมุมมองของแรมโบ้อย่างแท้จริง”

หนึ่งในนักแสดงไทยที่ร่วมงานในภาคนี้มีชื่อ “ต๊อก”ศุภกรณ์ กิจสุวรรณ
ซิลเวสเตอร์บอกว่า เขาเป็นคนยอดเยี่ยม เขาดูหล่อ และมีบุคลิกดีมาก ตอนแรกผมไม่ได้คาดหวังไว้อย่างนี้เลย เขาว่องไวมาก ยิ่งในฉากแอ๊กชั่นเหมือนแมวเลยทีเดียว ผมเลยเพิ่มเติมบทแอ๊กชั่นให้เขา เปรียบเสมือนแรมโบ้ภาคภาษาไทยคนหนึ่ง ผมคิดว่าเขาจะมีอนาคตไกลทีเดียว

ท้ายสุดพระเอกกล้ามบึ้กยังเผยถึงโปรเจ็กต์หนังในลำดับต่อไปว่า
จะทำหนังเกี่ยวกับอดีตนักแข่งรถมอเตอร์ไซค์ที่มีน้องชายรํ่ารวยมาก มาวันหนึ่งได้เจอปัญหากับยาเสพติดจึงกลับมาหาอดีตนักแข่งรถคนหนึ่ง ณ เวลานั้นเขาไม่ได้แข่งรถมานานกว่า 20 ปี เป็นคนใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยว ซึ่งยากมากในการจะกลับมาคุยกันได้เหมือนเดิม

“มันเป็นโปรเจ็กต์ที่น่าสนใจ ซึ่งผมต้องเล่นและกำกับฯเองด้วย จริงๆ แล้วสตูดิโอที่ฮอลลีวู้ดอยากให้ผมได้สร้างหนังอีกสัก 2-3 เรื่อง ซึ่งผมก็เห็นดีด้วยและหลังจากนั้นผมคงเกษียณแล้ว” สตอลโลนทิ้งท้าย

ที่มาจากหนังสือพิมพ์