คนทำหนังเหลืออดเซนเซอร์ไทยฉาก ”ชิซูกะ” อาบน้ำยังแบนได้

Home / ข่าวหนัง / คนทำหนังเหลืออดเซนเซอร์ไทยฉาก ”ชิซูกะ” อาบน้ำยังแบนได้

คนทำหนังไทยเหลืออดระบบเซนเซอร์ของภาครัฐ รวมตัวจัดสัมมนาหาทางออก ผู้กำกับฯ มานพ ชี้ โมเสกที่มาบังภาพเป็นการสนับสนุนแผ่นผีทางอ้อม เจ้าของลิขสิทธิ์การ์ตูนโดราเอม่อนแขวะคนเซนเซอร์ฉาก ”ชิซูกะ” อาบน้ำ คิดอะไรกับฉากนี้? ด้านนักวิชาการให้ความเห็นถึงการจัดเรตติ้ง แต่ถ้าเป็นคนของรัฐก็จะยังเหมือนเดิม ฃ

 

 


กลายเป็นปัญหาที่กระทบถึงผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมภาพยนตร์เป็นอย่างมาก สำหรับระบบการเซนเซอร์ที่เคร่งครัดของภาครัฐภายใต้การดูแลของกระทรวงวัฒนธรรม ทั้งนี้ระบบการเซนเซอร์ดังกล่าวถูกมองว่าเป็นการริดรอนสิทธิผู้บริโภคเกินไป อีกทั้งยังทำให้คนหันไปซื้อแผ่นผีกันมากขึ้น (เนื่องจากไม่ถูกเซนเซอร์) ล่าสุด เมื่อวันที่ 10 พ.ค. ที่ผ่านมา เหล่านักวิชาการ คนทำหนัง

 และบุคคลในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ นำโดย อ.กฤษฎา เกิดดี หัวหน้าหลักสูตรนิเทศศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยรังสิต, รศ.รักศานต์ วิวัฒน์สินอุดม หัวหน้าภาควิชาการภาพยนตร์ฯ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ปรัชญา ปิ่นแก้ว นายกสมาคมผู้กำกับฯ, สุรศักดิ์ สรรพิทักษ์เสรี เลขาธิการสมาคมสมาพันธ์ฯ, มานพ อุดมเดช ผู้กำกับหนังรุ่นเก๋า ฯลฯ ได้รวมตัวกันจัดสัมมนาเรื่อง ”ทางออกกับปัญหาเซนเซอร์ภาพยนตร์ วีซีดีและดีวีดี” ณ โรงแรมเรดิสัน ทั้งนี้เพื่อร่วมกันเสนอแนะทางออกของปัญหาที่เกิดขึ้น

 


จากการสัมมนาครั้งนี้ มานพ อุดมเดช ผู้ซึ่งเคยฝากผลงานไว้ในหนังเรื่อง ”คืนบาปพรหมพิราม” และกำลังจะมีผลงานหนัง ”สวยซามูไร” ออกมาในเร็วๆ นี้ ได้ให้ความเห็นว่า ในปัจจุบันเรายังมีความไม่เข้าใจในวิญญาณของการเป็นสื่อภาพยนตร์ แม้ว่าทางคนในอุตสาหกรรมภาพยนตร์จะเรียกร้องพร้อมกับหนังสือพิมพ์และหนังสือพิมพ์ประสบความสำเร็จ

 แต่ว่าหนังยังค้างอยู่ ซึ่งโมเสกของการเซนเซอร์ถือว่าตัวบั่นทอนการอยากซื้อแผ่นถูกลิขสิทธิ์เป็นอย่างมาก ถามว่าใครอยากที่จะซื้อหนังที่มีโมเสก ซึ่งนี่เป็นการบังคับให้คนไปซื้อแผ่นผีโดยปริยาย และที่สำคัญภาพยนตร์ในแง่ของเศรษฐกิจถือว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าต้นทุนต่อชิ้นสูงกว่าผลิตภัณฑ์อื่นๆ ในโลก และเป็นสิ่งที่นำเงินตราเข้าประเทศได้ อย่างหนังเรื่องต้มยำกุ้ง-องค์บาก ซึ่งหนังไทยเป็นสินค้าที่จะนำเงินตราเข้าประเทศได้


ผู้กำกับฯ ชื่อดังยังกล่าวต่อไปอีกว่า การเซนเซอร์ส่งผลเสียนอกจากทางด้านเศรษฐกิจแล้ว ยังส่งผลเสียทางด้านวัฒนธรรมอีกด้วย ทั้งนี้ฮอลลีวู้ดขายวัฒนธรรมเพื่อจูงใจคนในโลกให้คิดแบบสหรัฐฯ ซึ่งตลาดในเอเชียคือตลาดที่ใหญ่รองลงมาจากฮอลลีวู้ด 


”ตอนนี้คนญี่ปุ่นไม่ดูหนังญี่ปุ่นแล้ว ดูแต่หนังของสหรัฐฯ เขาภูมิใจในสิ่งที่เป็นสหรัฐฯ ไม่ได้ภูมิใจในสิ่งที่เป็นญี่ปุ่น เมืองไทยก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน มันจะสะท้อนไปสู่เรื่องใหญ่ๆ เช่น การเมือง เศรษฐกิจ วัฒนธรรม ถ้าเราเปิดกว้างให้เสรีภาพกับคนสร้างภาพยนตร์การค้าก็จะดีขึ้น รัฐก็จะเก็บเม็ดเงินได้มากขึ้น เอาตรงนี้มาเป็นภาษีได้ ถ้าเราไม่แก้ไขตรงนี้มันจะมีปัญหาเพราะมีการลดเงินในการสร้างหนังลงแล้วเราจะเอาอะไรไปขายเค้าล่ะ เราต้องแก้ไขผมคิดว่าถ้าแก้ไขตรงนี้ได้ทุกๆ อย่างจะดีขึ้นครับ” ผู้กำกับฯ มานพกล่าว


ด้าน จิรัต กมลพิระกาล หรือ วรชาติ รอดถนอม รักษาการนายกสมาคมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย กล่าวว่า ข้อบังคับของกระทรวงปี 49 ประมาณปลายปี 48 หลังจากที่มีการมอบโอนภารกิจจากกระทรวงมหาดไทยไปสู่กระทรวงวัฒนธรรม ได้มีการตั้งกฎเกณฑ์มาว่า ตอนนี้ในการเซนเซอร์มีการบังเหล้า บังบุหรี่ เพื่อนๆ ตนในวงการเริ่มท้อเพราะต้องทำยังไงให้ผ่านเซนเซอร์ หลายๆ ท่านที่อยู่ในที่นี้ ก็ต้องพยายามทำตามกฎหมาย แต่สิ่งที่พวกตนพยายามทำตามกฎหมายนี่คือทำให้สูญเสียทางธุรกิจ 


”การที่เค้าออกมาบอกให้บังเหล้า บังบุหรี่ กลายเป็นว่านอกจากจะไม่ส่งเสริมแล้ว ยังเป็นการทำลายพวกเราอีก วันนี้เซนเซอร์แม้แต่การ์ตูนมาตรฐานของการเซนเซอร์มันยังไม่มี”


เมื่อกล่าวถึงการเซนเซอร์การ์ตูน อรมัน มนวิชิต ผู้บริหารจากโรสมีเดีย เจ้าของลิขสิทธิ์การ์ตูน ”โดราเอม่อน” ซึ่งถูกเซนเซอร์ในฉากอาบน้ำของชิซูกะเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ได้ให้ความเห็นกับเรื่องนี้ว่า โดราเอม่อนเป็นการ์ตูนที่ได้รับความนิยมมาตั้งแต่ 10-20 ปีที่แล้ว เราไม่เคยพูดถึงการเซนเซอร์เลยตัวโดเรมอนเองมันมีบทที่เป็นสายสัมพันธ์ระหว่างความเป็นเพื่อนฝูง ฉากที่โดนเซนเซอร์คือฉากที่ชิซูกะอาบน้ำอยู่ ชิซูกะเป็นเด็กเรียนหนังสือเก่ง ช่วยเหลือเพื่อนแล้วก็เป็นฉากที่มันไม่มีอะไรที่บ่งบอกถึงอะไรที่มันน่าเกลียด ฉากอาบน้ำธรรมดา ซึ่งชิซูกะชอบการอาบน้ำอยู่แล้ว ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนรู้อยู่ แต่เราได้โดนเซนเซอร์ในฉากนี้ 


”ถามว่าฉากนี้มันทำให้คนที่ดูรู้สึกยังไงบ้าง เราถามทุกคนๆ บอกว่าไม่มีความรู้สึกอะไรเลยที่เห็นชิซูกะอาบน้ำ นั่นหมายความว่าระบบการเซนเซอร์ คนที่เซนเซอร์รู้สึกอะไรกับฉากนี้เหรอ ทำไมต้องโดนกับฉากนี้และถามอีกหน่อยว่ามาตรฐานการเซนเซอร์อยู่ที่ไหนในเมื่อโรงภาพยนตร์สามารถปล่อยบางฉากออกไปได้ แต่วีซีดีทำไมถึงปล่อยบางฉากออกไม่ได้ มาตรฐาน บรรทัดฐานการเซนเซอร์อยู่ตรงไหน” เจ้าของลิขสิทธิ์ภาพยนตร์การ์ตูนโดราเอม่อนกล่าวอย่างมีอารมณ์


ขณะที่ มร.พีเจ ซึ่งเป็นตัวแทนจัดจำหน่ายของภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดและทุกมุมโลก ได้ให้ข้อเสนอแนะว่า ทุกประเทศก็มีรูปแบบในการเซนเซอร์ภาพยนตร์ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบของ วีซีดี ดีวีดี ภาพยนตร์ ซึ่งตนเชื่อว่าทุกประเทศให้สิทธิรัฐบาลในการเซนเซอร์ภาพยนตร์ เชื่อมั่นและเคารพด้วยว่าทุกๆ คนมีความคิดเห็นแตกต่างกันในการเซนเซอร์ภาพยนตร์ ทุกๆ หน่วยงานที่เข้ามาเกี่ยวข้องเขาก็มีไอเดียหรือแนวทางเกี่ยวกับการเซนเซอร์ภาพยนตร์เหล่านั้น ดังนั้นเมืองไทยจึงควรจะมีการจัดเรตติ้งของภาพยนตร์ ซึ่งระบบนั้นก็จะรองรับว่าภาพยนตร์เรื่องใดเหมาะสมกับผู้รับสื่อกลุ่มไหน 


”สรุปคือถ้าเราเห็นว่าเซนเซอร์แผ่นมีปัญหา เรารวมตัวกันได้ไหม รวมกลุ่มกันดีไหม ในวันนี้ทุกคนอาจจะเป็นคู่แข่งทางธุรกิจกัน ตั้งกรรมการร่วมขึ้นมาแล้วหาทางที่กฎหมาย เช่น ให้ฝ่ายเหล่านี้เข้าไปในการเซนเซอร์ร่วมกับเขาเป็นคณะอนุกรรมการ” มร.พีเจกล่าว


อย่างไรก็ตาม รศ.รักศานต์ วิวัฒน์สินอุดม หัวหน้าภาควิชาการภาพยนตร์ฯ จุฬาฯ กล่าวว่า ถ้าจัดเรตติ้งโดยเจ้าหน้าที่รัฐปัญหาจะเหมือนเดิม ปัญหาไม่ใช่อยู่ที่วิธีการไหน แต่อยู่ที่ใครเป็นคนตรวจพิจารณา ต้องมีการผลักดันในการตรวจพิจารณา ผู้บริโภคต้องเข้ามามีส่วนเข้ามากลั่นกรอง  

ที่มา สยามดารา