ล้วงลึกชีวิตคนดังเอเชีย “โจวเหวินฟะ”

Home / ข่าวหนัง / ล้วงลึกชีวิตคนดังเอเชีย “โจวเหวินฟะ”

คอลัมน์ ฮอลลีวู้ดสตาร์
เทพิตา


โกฮอลลีวู้ดมาหลายปี ล่าสุดพระเอกเอเชียฝีมือกระเดื่อง โจวเหวินฟะ ได้รับเกียรติให้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในความยิ่งใหญ่ของหนังฟอร์มยักษ์ Pirates of the Caribbean: At World”s End วันนี้ เราจะพาไปล้วงลึกชีวิตคนดังเอเชียคนนี้

โจวเหวินฟะ เกิด 18 พ.ค.ปีค.ศ.1955 ที่ฮ่องกง ปัจจุบันอายุ 52 ปี เขาเกิดในครอบครัวยากจน จนขนาดบ้านไม่มีไฟฟ้า และต้องช่วยแม่ทำงาน พออายุ 17 ปี ตัดสินใจลาออกจากโรงเรียนไปทำงานสารพัด ทั้งเด็กส่งของไปรษณีย์ ขับแท็กซี่

ชีวิตพลิกผันเมื่อเห็นโฆษณารับเด็กฝึกหัดการแสดงของทีวีบี ตอนนั้นอายุ 18 ปี จึงไปสมัครเรียนการแสดงที่ทีวีบี สถานีโทรทัศน์ที่มีอิทธิพลสูงสุดของฮ่องกง

ภายในเวลาไม่กี่ปี จึงได้รับบทในซีรีส์โทรทัศน์เรื่อง Hotel ก่อนแจ้งเกิดในปี 1981 ด้วยผลงานชุด The Bund-เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ สร้างชื่อไปทั่วภูมิภาค

จากนั้นมีผลงานซีรีส์ที่โด่งดังกับทีวีอีกหลายเรื่อง อาทิ เทพบุตรชาวดิน เพชรตัดเพชร กระบี่เย้ยยุทธจักรนักสู้ผู้พิทักษ์ภาค 2

ได้รับการยอมรับว่าเป็นนักแสดงฝีมือดีและเป็นดาราจอเงินแถวหน้าในปี 1982 เมื่อแสดงภาพยนตร์เรื่อง The Story of Woo Viet

ปี 1985 เล่นภาพยนตร์ Hong Kong 1941-คนเดือดแดนวิกฤต ทำให้โจวได้รางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจากเทศกาลภาพยนตร์เอเชียแปซิฟิก ที่จัดขึ้นในกรุงโตเกียว และรางวัลม้าทองคำในไต้หวัน

ในปี 1986 แสดงภาพยนตร์ 12 เรื่อง เป็นสถิติสำหรับนักแสดงนำชายทีเดียว หนึ่งในนั้นคือ A Better Tomorrow-โหดเลวดี ภาพยนตร์โดย จอห์น วู ที่ได้รับการจารึกลงประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ตอนลงโรงเมื่อทำสถิติบ็อกซ์ออฟฟิศในทุกประเทศทั่วเอเชีย ผลักให้โจวเป็นซูเปอร์สตาร์ และได้รางวัลฮ่องกง อะคาเดมี อวอร์ด สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม ก่อนที่จะได้ร่วมงานกับ จอห์น วู อีก ในภาพยนตร์ฮิตหลายเรื่อง เช่น The Killer-โหดตัดโหด, Once A Thief-ตีแสกตะวัน และ Hard-Boiled-ทะลักจุดแตก ภาพยนตร์เหล่านี้รวมทั้งเรื่อง An Autumn Tale-ดอกไม้ของนายกระจอก

ขณะที่โจวเป็นเสาหลักของยุคฟื้นฟูหนังฮ่องกง ในที่สุดก็เตะตานักวิจารณ์ภาพยนตร์ตะวันตก

ช่วงต้นยุค 90s ภาพผลงานย้อนหลังของโจวเหวินฟะออกฉายทั่วโลก ตอนแรกที่สถาบันศิลปะในชิคาโกและพิพิธภัณฑ์ศิลปะในบอสตัน ก่อนย้ายไปจัดยังเมืองใหญ่อื่นๆ เช่น นิวยอร์ก ลอนดอน และปารีส

เมื่อ The Killer เข้าฉายในงานเทศกาลภาพยนตร์ซันแดนซ์ปี 1991 ก็ได้รับความสนใจจากสตูดิโอฮอลลีวู้ด โจวเริ่มแสดงภาพยนตร์อเมริกันเรื่องแรกปี 1998 The Replacement Killers ร่วมแสดงโดย มิรา ซอร์วิโน ตามด้วย The Corruptors ปี 1999 ร่วมแสดงโดย มาร์ก วอห์ลเบิร์ก, Anna and the King ปี 1999 แสดงกับ โจดี้ ฟอสเตอร์ และ Bulletproof Monk ปี 2003

โจวยังแสดงในภาพยนตร์ที่ได้รับออสการ์ Crouching Tiger, Hidden Dragon ฉายปี 2000 กำกับฯโดย อังลี ล่าสุดเรื่อง The Aunt”s Postmodern Love และแสดงในหนังฟอร์มยักษ์ของ จางอี้โหมว เรื่อง Curse of the Golden Flower-ศึกโค่นบัลลังก์วังทอง ในบทฮ่องเต้สุดโหด

ส่วน At World”s End ถือเป็นโอกาสทองให้เขาได้ร่วมงานกับโปรดิวเซอร์พันล้าน เจอร์รี่ บรักไฮเมอร์ และกระทบไหล่สุดยอดซูเปอร์สตาร์ ฮอลลีวู้ด จอห์นนี่ เดปป์, ออร์แลนโด้ บลูม, เคียร่า ไนต์ลีย์, เจฟฟรี่ย์ รัช

หลังจากนั้น โจวยังเล่นดราม่าเกี่ยวกับสงครามโลกครั้งที่ 2 The Children of Huang Shi

ในส่วนชีวิตรัก โจวเคยคบหาดาราสาว เฉินอี้เหลียน (นางเอกผู้รับบท เซียวเหล่งนึ่ง คู่กับ หลิวเต๋อหัว) แต่ก็เลิกกันอย่างช้ำๆ จากนั้นก็เข้าพิธีวิวาห์ฟ้าผ่ากับ หวีอันอัน นางเอกคนดัง ในปี 1983 แต่ก็หย่ากันปีต่อมา จนปี 1986 โจวแต่งงานใหม่กับ จัสมิน ถัน สาวสิงคโปร์ลูกมหาเศรษฐี และครองรักมาถึงปัจจุบัน โดยไม่มีลูกด้วยกัน


ขอเป็น”โจรสลัด”กับเขาบ้าง

movie

 

ใน Pirates of the Caribbean: At World”s End โจวเหวินฟะ รับบทจ้าวแห่งโจรสลัด เซาเฟ็ง หัวหน้ากลุ่มโจรสลัดที่ประจันหน้ากับแจ๊กและพรรคพวกขณะพวกเขาเริ่มต้นการเดินทางครั้งใหม่ในตะวันออกไกล

โจวเหวินฟะตั้งความหวังไว้ว่า Pirates of the Caribbean จะทำให้ผู้ชมกลุ่มใหม่ได้รู้จักเขาและบางทีอาจเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงทิศทางใหม่ในอาชีพนักแสดงของเขาด้วยก็เป็นได้

เขากล่าวว่า มันถึงเวลาของการเปลี่ยนแปลง “ผมเกลียดหนังที่ยิงปืนโป้งป้างครับ มันไม่ใช่ทางของผมเพราะตอนนี้ผมอายุมากขึ้นแล้ว ผมต้องเปลี่ยนจากแนวนี้ไปยังอีกแนวหนึ่งครับ”

“ผมคิดว่า Pirates เข้ามาได้จังหวะพอดี และก็เป็นโอกาสที่ผู้ชมจะยอมรับความจริงที่ว่าผมได้ก้าวไปสู่อีกขั้นตอนหนึ่งในชีวิตครับ”

ไม่ต้องสงสัยเลยว่า เขายินดีแค่ไหนที่ได้ร่วมงานกับ จอห์นนี่ เดปป์ ผู้รับบทกัปตันแจ๊ก สแปร์โรว์ ตัวป่วนผู้น่ารัก, เคียร่า ไนต์ลีย์ ในบท เอลิซาเบธ สวอนน์ และ ออร์แลนโด้ บลูม ในบท วิล เทิร์นเนอร์ ที่กลับมารวมตัวกันอีกครั้งเพื่อนำบทสรุปมาสู่ไตรภาค Pirates

จริงๆ แล้ว หนึ่งในฉากสำคัญของเรื่องปรากฏในซีเควนซ์เปิดเรื่องคือเขต “โคมแดง” ของสิงคโปร์ ซึ่งมีบ้านเรือน แม่น้ำ ทะเลสาบ สะพานและตรอกที่นำสู่ตลาดเครื่องเทศและโรงอาบน้ำ มันเป็นฉากน่าอัศจรรย์และโจวก็เป็นคนหนึ่งที่ชื่นชมบรรยากาศแวดล้อมนี้ “ผมชอบฉากนี้นะครับ มันสวยและเฉียบมาก! มันทำให้งานผมง่ายขึ้นเยอะเวลามีฉากแบบนี้”

“พวกเขาล้วนแล้วแต่เป็นโจรสลัดและการทรยศหักหลังกันเป็นเรื่องปกติครับ” โจวพูดถึงตัวละครของเขา “ดังนั้น เซาเฟ็งเลยทำเหมือนว่าเป็นการติดต่อทางธุรกิจ มันไม่มีความดีความชั่วในโลกโจรสลัดและเซาเฟ็งก็ไม่ใช่ทั้งคนดีหรือคนชั่ว พวกเขาเป็นโจรสลัดและนั่นก็คือวิถีโจรสลัดครับ”

โจวอธิบายถึงเสน่ห์ที่ภาพยนตร์เรื่องนี้มีในระดับโลกว่า “ผมคิดว่าทุกคนต่างคิดฝันจะทำในสิ่งที่พ่อแม่หรือเจ้าหน้าที่ควบคุมไม่ได้กันทั้งนั้น โจรสลัดเป็นพวกขบถ ดังนั้นหนังเรื่องนี้ก็เลยมีเสน่ห์ระดับโลก โดยเฉพาะสำหรับคนอายุน้อยๆ”

ที่มาจากหนังสือพิมพ์