ยักษ์เขียว”เชร็ค 3″ กลับมาป่วน!

Home / ข่าวหนัง / ยักษ์เขียว”เชร็ค 3″ กลับมาป่วน!

movie

คอลัมน์ สดจากเยาวชน
สุเทพ คล้ำนคร


กลับมาแล้ว เจ้ายักษ์เขียวตัวป่วนที่คนทั้งโลกรู้จักดี “เชร็ค” นั่นเอง กลับมาในภาค 3 Shrek the Third และแรงสุดๆ เปิดตัว 3 วันที่อเมริกาด้วยรายได้สูงลิบ 122 ล้านดอลลาร์ สูงสุดเท่าที่เคยมีหนังแอนิเมชั่นเคยเปิดตัว ตอนนี้
ที่บ้านเรากำลังลงโรงอยู่เหมือนกัน

เชร็ค ภาคแรก จบลงอย่างแฮปปี้เอนดิ้ง ทำรายได้ทั่วโลกถึง 479 ล้านดอลลาร์ ทำยอดขายดีวีดีมากกว่า 50 ล้านแผ่น ภาพยนตร์ภาคแรกยังคว้าชัยชนะด้วยรางวัลออสการ์ตัวแรกที่มีการแจกกันในสาขาภาพยนตร์การ์ตูนยอดเยี่ยมปี 2002 เมื่อ เชร็ค 2 เปิดตัวฉายตามมาในปี 2004 สร้างสถิติเปิดตัวฉาย 5 วันแรกได้สูงสุดตลอดกาล ความสำเร็จดังกล่าวทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้กลายเป็นภาพยนตร์ทำรายได้สูงสุดตลอดกาลอันดับ 3 ด้วยยอดรายได้ทั่วโลกสูงถึง 920 ล้านดอลลาร์

กลับมาในภาค 3 เนื้อหาจับประเด็นที่ว่าการเป็นพระราชาใช่ว่าจะเหมาะกับทุกคน โดยเฉพาะถ้าคุณเป็นยักษ์เขียวที่มีกลิ่นเหม็นสาบโคลนตม!!

เมื่อ “เชร็ค” แต่งงานกับ “เจ้าหญิงฟิโอน่า” สิ่งสุดท้ายที่เขาต้องการคือ การปกครองอาณาจักรฟาร์ฟาร์อะเวย์

แต่เมื่อพระราชาแฮโรลด์ พ่อตาของเขาเกิดสิ้นพระชนม์กระทันหัน “เชร็ค” จึงกลายเป็นผู้สืบทอดบัลลังก์ทันที

ถ้าว่าที่พระราชาที่ไม่อยากเป็นพระราชาไม่สามารถหาคนเหมาะสมมาแทนที่เขาได้ เขาต้องติดกักอยู่กับตำแหน่งนี้ไปตลอดชีวิต


ราวกับนั่นยังเป็นปัญหาหนักอก “เชร็ค”ไม่พอ เจ้าหญิงฟิโอน่ากำลังจะมีเซอร์ไพรส์ให้เขาอีกด้วย

“เชร็ค” ที่กำลังมึนงงกับภาระหน้าที่ในการดูแลอาณาจักรและความเป็นพ่อที่ใกล้เข้ามา ออกเดินทางค้นหาว่าที่รัชทายาทอีกเพียงคนเดียวของราชบัลลังก์แห่งนี้ นั่นก็คือ “อาร์ตี้” ลูกพี่ลูกน้องที่หายตัวไปนานของเจ้าหญิงฟิโอน่าซึ่งเป็นเจ้าชายวัยรุ่นสุดเฮี้ยว

ขณะที่ “เชร็ค” ไม่อยู่ ศัตรูเก่าอย่าง “เจ้าชายชาร์มมิ่ง” ได้พาหน้าหล่อๆ กลับเข้ามายังอาณาจักรฟาร์ฟาร์อะเวย์พร้อมความรู้สึกผิดในสมองเล็กๆ ที่แสนกลวงของเขา

ด้านเชร็ค แม้มี “ด็องกี้” และ “พุสส์อินบู้ทส์” ที่แสนอ่อนโยนอยู่เคียงข้าง แถมยังได้รับความช่วยเหลืออย่างเต็มกำลังจากเจ้าหญิงฟิโอน่า และเหล่ากองทัพเจ้าหญิงทั้งหลาย แต่ก็ยังเป็นภารกิจสุดโหดสำหรับเชร็คและอาร์ตี้ที่จะจัดการกับเรื่องทุกอย่าง และค้นหาตอนจบแบบ “มีความสุขไปชั่วนานแสนนาน” ของพวกเขา

เชร็ค เริ่มต้นด้วยการเป็นเรื่องสั้นสำหรับเด็ก ผลงาน “วิลเลี่ยม สตีก” แต่พัฒนากลายเป็นหนึ่งในภาพยนตร์แฟรนไชส์ที่ประสบความสำเร็จที่สุดและเป็นที่รักมากที่สุดในประวัติศาสตร์วงการบันเทิง

ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีอันน่าตื่นตะลึง ทั้งภาพและความรู้สึกของเชร็ค ได้เปลี่ยนแปลงไปตลอดหลายปีที่ผ่านมา เช่นเดียวกับตัวเชร็คเอง เขามีเพื่อนใหม่มากมาย มีความรับผิดชอบใหม่ๆ และพัฒนามุมมองใหม่ต่อชีวิต

ใช่แล้ว ฮีโร่ตัวเขียวของเราเดินทางมาไกลมากจากสมัยที่เขาเคยอยู่เพียงลำพังในบ่อโคลน

นักพากย์ใน เชร็ค 3 ยังเป็นชุดเดิมจาก 2 ภาคแรก ทั้ง “ไมค์ ไมเยอร์ส” ให้เสียงพากย์เป็นเชร็ค ส่วนเวอร์ชั่นไทยได้ “ติ๊ก ชีโร่” มาพากย์ ส่วน “เอ็ดดี้ เมอร์ฟี่ย์” ให้เสียงพากย์ด็องกี้ ลาจอมกวน ของไทยมี “เอ็ม-สุรศักดิ์ วงษ์ไทย”

ขณะที่ “คาเมรอน ดิแอซ” ให้เสียงพากย์เจ้าหญิงฟิโอน่า รูปแบบเสียงไทยเป็น “แคท-แคทรียา อิงลิช ส่วน “แอนโตนิโอ แบนเดอรัส” ให้เสียงพากย์เหมียวสุดเท่ “พุสส์ อิน บู้ทส์” ของไทยคือ “ดอม เหตระกูล”

นักพากย์หน้าใหม่ที่เพิ่มเข้ามาเป็น “จัสติน ทิมเบอร์เลก” ให้เสียงพากย์ “อาร์ตี้” เสียงไทยคือ “ตั้ม-วิชญะ จารุจินดา

ในส่วนผู้กำกับฯ เปลี่ยนจาก แอนดรูว์ อดัมสัน จาก 2 ภาคแรกมาเป็น คริส มิลเลอร์ ที่ประเดิมผลงานการกำกับภาพยนตร์เรื่องแรกด้วยภาพยนตร์เชร็ค 3 แต่มิลเลอร์เริ่มมาร่วมงานกับดรีมเวิร์กส์ แอนิเมชั่นในปี 1998 ในเรื่อง Antz

งานสร้างส่วนมากเกิดขึ้นรอบๆ ตัวละครหลัก “ไมเยอร์ส” ที่ตั้งตารอภาพยนตร์เชร็ค 3 เปรียบเทียบว่ามันคือการที่ครอบครัวได้กลับมารวมตัวกัน ซึ่งในความรู้สึกหนึ่งมันเป็นเช่นนั้นจริงๆ

“ผมสนุกกับการทำงานกับเชร็คมาก” ไมเยอร์สกล่าว “แต่คุณต้องทำตัวบ๊อง และผมก็รักด็องกี้ ฟิโอน่า พุสส์อินบู้ทส์ และทุกอย่าง ผมมีความสุขมากเมื่อผมมาอยู่ในโลกใบนี้”

“ภาพยนตร์เรื่องนี้เข้าถึงผู้คน เหมือนสอนใจให้กับพวกเขาไปพร้อมๆ กับให้ความสนุกสนาน” ดิแอซบอก “มันถือเป็นสิทธิพิเศษจริงๆ ที่ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในอาณาจักรของเชร็ค”

สำหรับผู้มาใหม่ โอกาสจะได้เห็นตัวเองกลายเป็นตัวการ์ตูนอยู่ในเชร็ค 3 ทำให้เกิดปฏิกิริยาหลากหลายรูปแบบ เพราะเป็นแฟนภาพยนตร์สองภาคแรกอยู่แล้ว จัสติน ทิมเบอร์เลก แทบรอไม่ไหวที่จะได้แสดงบทบาทของเขาในภาพยนตร์ เชร็ค 3

“การได้เดินเข้ามาและได้สร้างตัวละครของคุณขึ้นมาถือเป็นสิ่งที่ดีมาก ผมสนุกมากกับการทำงานนี้ การให้เสียงพากย์แตกต่างไปจากการแสดงแบบอื่นๆ คุณต้องนึกภาพเอาว่าตัวละครของคุณจะมีหน้าตาและเสียงเป็นอย่างไร ดังนั้นพลังของคุณจึงมีมากกว่าปกติเยอะทีเดียว” ทิมเบอร์เลกกล่าว

ที่มาจากหนังสือพิมพ์