มารู้จัก ไชอา ลาบัฟ แห่งทรานฟอร์เมอร์

Home / ข่าวหนัง / มารู้จัก ไชอา ลาบัฟ แห่งทรานฟอร์เมอร์

ฮอลลีวู้ด สตาร์
เทพิตา

พระเอกเนื้อหอมสุดๆ ของฮอลลีวู้ดตอนนี้ไม่มีใครเกินหน้าหนุ่มชื่อและนามสกุลเรียกยากไปนิด ไชอา ลาบัฟ ปี 2007 เป็นปีทองของเขาจริงๆ มีหนังที่ออกฉายไปแล้วอย่างหนังทริลเลอร์สุดฮิต Disturbia ที่ลงทุน 20 ล้านดอลลาร์กว่าๆ แต่โกยแล้วในอเมริการ่วม 80 ล้านดอลลาร์

ยังก้าวมาเป็นพระเอกในหนังแอ๊กชั่นสนั่นจอทุนมหาศาล Transformers(ทรานส์ฟอร์เมอร์ส)-มหาวิบัติจักรกลสังหารถล่มจักรวาล ที่ลงจอฉายให้ชมในบ้านเราในตอนนี้ ฉายก่อนอเมริกาด้วย

ถ้าแรงไม่พอหนุ่มคนนี้ยังจะประกบแฮริสัน ฟอร์ด และ เคต แบลนเชตต์ ในหนังภาคต่อสุดฮิต Indiana Jones

ไชอา ลาบัฟ ถือเป็นเด็กปั้นขึ้นหม้อของพ่อมดฮอลลีวู้ด สตีเว่น สปีลเบิร์ก เพราะหนัง 3 เรื่องดังกล่าวข้างต้นมีชื่อสปีลเบิร์กเกี่ยวข้องทั้งสิ้น

แรงขนาดนี้ไม่ทำความรู้จักเขาไม่ได้แล้ว

ไชอา ลาบัฟ หรือชื่อเต็ม Shia Saide LaBeouf เกิดวันที่ 11 มิ.ย. 1986 ถึงตอนนี้อายุ 20 ปีเต็ม เกิดที่ลอส แองเจลิส แคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา เขาเป็นลูกชายคนเดียวของพ่อ เจฟฟรีย์ ลาบัฟ และแม่ ชานย่า ลาบัฟ แต่พ่อแม่หย่ากัน โดยเขาอาศัยอยู่กับแม่ในลอสแองเจลิส

เริ่มต้นฉายแววการเป็นดาราด้วยการเดี่ยวไมโครโฟนแนวตลกในละแวกบ้านและตามร้านกาแฟ

วันหนึ่งได้ดูเพื่อนแสดงในหนัง Dr.Quinn, Medicine Woman เป็นจุดเริ่มต้นให้เขาอยากเป็นดารา เขาคุยเรื่องนี้กับแม่ แล้ววันรุ่งขึ้นเขาเริ่มมองหาตัวแทนโดยหาเบอร์จากสมุดหน้าเหลืองและโทร.นัด เมื่อนัดพบตัวแทนชอบเขาและจับเซ็นสัญญา และเริ่มทดสอบบทเพื่อรับงานแสดง ประเดิมด้วยการเล่นซีรีส์ยอดนิยมของช่องดิสนีย์เรื่อง Even Stevens ปี 2000 แล้วปี 2003 เขาได้รางวัลการแสดงโดดเด่นจากเวที เดย์ไทม์ เอ็มมี่ 


ก่อนก้าวมาเป็นหนึ่งในนักแสดงชายผู้เป็นที่ต้องการตัวมากที่สุดในฮอลลีวู้ดอย่างรวดเร็ว ความสามารถและพลังที่เขามีอยู่โดยธรรมชาติทำให้เขามีชื่อเสียงในฐานะหนึ่งในนักแสดงอนาคตไกล

ปี 2003 มีผลงาน 5 เรื่อง คือ Charlie”s Angels: Full Throttle, Dumb and Dumberer:When Harry Met Lloyd(เขามีหนังในดวงใจเรื่อง Dumb & Dumber เลยตัดสินใจรับเล่นภาค 2), นิยายยอดนิยมของหลุยส์ ซาชาร์ ที่กลายมาเป็นหนังเรื่อง Holes, The Battle of Shaker Heights, The Even Stevens Movie

แล้วปี 2004 เริ่มได้ลับฝีมือกับนักแสดงระดับแถวหน้าอย่าง วิล สมิธ ในหนังแอ๊กชั่น I, Robot และยังร่วมแสดงกับพระเอกยอดนิยม คีอานู รีฟส์ ในภาพยนตร์แฟนตาซี Constantine ปี 2005 ปีนั้นคว้าบทนำในภาพยนตร์ของวอลต์ ดิสนีย์ พิคเจอร์ส เรื่อง The Greatest Game Ever Played ผลงานกำกับฯ ของดารา บิลล์ แพ็กซ์ตัน

ปี 2006 มีผลงานแสดงในภาพยนตร์ดราม่าเรื่อง A Guide to Recognizing Your Saints รวมถึงภาพยนตร์สารคดีกึ่งดราม่าที่ได้รับคำชมเรื่อง Bobby ที่ร่วมแสดงกับ เดมี่ มัวร์ และ เอไลจาห์ วู้ด

แล้วปี 2007 ก็แจ้งเกิดให้ดังเป็นพลุแตกด้วยบทวัยรุ่นหนุ่มที่โดนกักบริเวณอยู่ในบ้าน และเชื่อว่าเพื่อนบ้านของเขาคือฆาตกรต่อเนื่อง ใน Disturbia ของผู้กำกับฯ ดีเจ คารูโซ แถมยังให้เสียงพากย์ในการ์ตูนเรื่องราวนกเพนกวินนักโต้คลื่น Surf”s Up

ใน ทรานส์ฟอร์เมอร์ส ที่มีสตีเว่น สปีลเบิร์ก นั่งแท่นผู้อำนวยการสร้างบริหาร และผู้กำกับฯ ไมเคิล เบย์ โดยเขารับบทแซม วิตวิกกี้ เด็กวัยรุ่นธรรมดาๆ คนหนึ่งที่ยืนขวางทางระหว่างการต่อสู้ของสองสายพันธุ์มนุษย์ต่างดาวจักรกลอย่าง ออโต้บ็อทส์ และ ดีเซปทิคอนส์ ที่ก่อศึกสงครามกันโดยมีชะตากรรมของจักรวาลเป็นเดิมพัน และเมื่อสงครามนี้มาถึงโลก ชะตากรรมโลกก็อยู่ในมือเขา

“แซม(บทที่เขาเล่น) กลายเป็นคนส่งสารให้หุ่นยนต์” ลาบัฟบอก “เขาเป็นเหมือนกรรมการตัดสินสถานการณ์ทั้งหมดระหว่างออโต้บ็อทส์และดีเซปทิคอนส์ เขาคือหลักยึดเหนี่ยวของมนุษย์ในภาพยนตร์เรื่องนี้ มันเป็นพล็อตเรื่องที่แสนประหลาดโดยมีเด็กไฮสกูลสองคนที่ไม่ได้มีความสามารถพิเศษใดๆ ไม่มีผ้าคลุม ไม่มีปืนกระบอกโต เป็นผู้ที่มีอำนาจเหนือหุ่นยนต์ฝ่ายผู้ร้าย, รัฐบาล, แฮ็กเกอร์ และทุกคน”

ลาบัฟเผยถึงการร่วมงานกับผู้กำกับฯ เบย์ เจ้าพ่อหนังแอ๊กชั่นที่มีเครดิตหนังฮิตอย่าง Armageddon, Pearl Harbor, Bad Boys ทั้ง 2 ภาค, The Rock ว่า “มีทั้งคนที่รักและเกลียดไมเคิล เบย์ มันคือความจริง” ลาบัฟหัวเราะ “แต่เป้าหมายของผมคือการทำงานกับผู้กำกับฯ ทุกประเภท ผมอยากขยายฝีมือออกไปและแสดงภาพยนตร์ที่พวกคนดูกลุ่มกว้างจะซาบซึ้งกับประสบการณ์เหมือนจริงนั้น”

“ไมเคิลคือผู้กำกับฯ แอ๊กชั่นที่บ้าที่สุดในโลก” ลาบัฟกล่าวต่อ “เขาโหด เขาหัวดื้อ แต่มีอารมณ์ขัน เขามีเซนส์ด้านภาพที่น่าทึ่งมาก เขาคืออัจฉริยะ ผมรู้ว่าผมได้ทำงานกับไมเคิล เบย์ ที่ดีที่สุดแล้ว”

ตอนลาบัฟได้ข่าวครั้งแรกว่าจะมีการสร้างภาพยนตร์ Transformers เขาแค่หวังว่าภาพยนตร์จอใหญ่เรื่องนี้จะไม่สูญเสียหัวใจของการ์ตูนและของเล่นเหล่านี้ “วัยเด็กของผมคือการ์ตูนเรื่อง Yogi Bear และ Transformers” ลาบัฟบอก “ผมอายุ 8 ขวบ และผมจะเปิดเทปการ์ตูนพวกนั้นดูซ้ำแล้วซ้ำอีก”

หุ่นทรานส์ฟอร์เมอร์สตัวโปรดของเขา คือ บัมเบิลบี โดยมี ดีเซปทิคอนส์ เฟรนซี่ มาเป็นอันดับ 2

ระหว่างถ่ายทำ ลาบัฟสนิทสนมกับนักแสดงรุ่นใหญ่ จอน วอยต์ ที่กลายมาเป็นพ่อทูนหัวให้เขาและเป็นผู้มอบหนังสือเกี่ยวกับโรงมหรสพให้ “ในภาษากรีก คำว่า “โรงมหรสพ” หมายถึง “สถานที่ที่มาดู”” ลาบัฟอธิบาย “ผู้คนมาที่โรงมหรสพเพื่อมาดูบางสิ่งที่พวกเขาไม่เคยประสบพบเจอมาในชีวิต ได้เห็นสถานการณ์ทางสังคมที่ดูเกินจริง บนความเป็นไปได้ทางเครื่องยนต์กลไก บนเงื่อนไขของมนุษย์ แต่ทุกเรื่องราวที่เกินจริงนั้นเริ่มต้นด้วยความเป็นจริง ซึ่งก็คือเรื่องที่ไมเคิลและผมได้พูดคุยกัน”

“ไชอาคือเสียงฮือฮาโดยแท้” วอยต์เห็นด้วย “เขาคือนักแสดงตัวจริง” นักแสดงรุ่นใหญ่ระดับฝีมือกล่าวชมนักแสดงรุ่นลูก

ครอบครัวเขาไม่สมบูรณ์นัก เพราะพ่อเขาเป็นคนขายยาเสพติดและติดเฮโรอีนจนต้องเข้ารับการบำบัด แต่ตอนนี้พ่อของเขาเลิกยาได้เรียบร้อยแล้ว และกลับมาอยู่กับลูกชายที่บ้าน และอาศัยการวาดรูปเป็นงานอดิเรก

“การที่เติบโตมาพร้อมกับการเห็นพ่อต้องเข้ารับการบำบัดทำให้ผมเศร้า พ่อผมเริ่มจากบุหรี่ ต่อด้วยกัญชาและสุดท้ายเป็นเฮโรอีน”

โดยไชอาจ้างให้พ่อกลับมาอยู่กับเขาโดยให้เงินค่าจ้างพ่อ 800 ดอลลาร์ต่อสัปดาห์ แต่เขาบอกว่าตอนแรกเงินทำให้พ่ออยู่กับเขา แต่หลังจากนั้นเป็นเรื่องสายใยระหว่างพ่อลูกล้วนๆ

แม้เป็นหนุ่มที่ดูโตเกินวัยเมื่อทำงานตั้งแต่เด็ด ตลอด 10 บนเส้นทางมายา แต่ลาบัฟก็เป็นหนุ่มถ่อมตัว ไม่คิดว่าตัวเองเป็นดาราดัง และตัวเขาเองค่อนข้างแตกต่างจากดาราวัยรุ่นอื่นๆ เมื่อไม่ชอบทำตัวตกเป็นข่าวให้เม้าธ์ในนิตยสารแทบลอยด์เหมือนดารารุ่นเดียวกัน และเขาก็ยังรักการเรียน เมื่อล่าสุดมหาวิทยาลัยเยล ตอบรับเขาเข้าเรียนแล้ว

ที่มาจากหนังสือพิมพ์