คนวงการหนัง รวมตัว ค้านเต็มที่ พ.ร.บ.ใหม่

Home / ข่าวหนัง / คนวงการหนัง รวมตัว ค้านเต็มที่ พ.ร.บ.ใหม่

 ในที่สุดคณะกรรมการกฤษฎีกาก็เห็นชอบผ่าน  พ.ร.บ.ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ฉบับใหม่ออกมา เตรียมเสนอให้ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เห็นชอบและประกาศเป็นกฎหมายบังคับใช้ แทน พ.ร.บ.ฉบับเดิมที่ใช้กันมาตั้งแต่ปี 2473 ซึ่ง พ.ร.บ. ดังกล่าวนี้ทำเอาคนทำหนังต้องมารวมตัวกันเพื่อคัดค้านในบางจุดที่ไม่เห็นด้วย โดยเฉพาะที่มาของ คณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ ที่ไม่มีผู้มีความรู้เกี่ยวกับศาสตร์ภาพยนตร์รวมอยู่ด้วย

 โดยทั้งหมดได้รวมตัวกันภายใต้ชื่อ เครือข่ายรณรงค์เพื่อเสรีภาพของภาพยนตร์ ประกอบไปด้วย สมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย สมาคมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย สมาคมสมาพันธ์ภาพยนตร์แห่งชาติ มูลนิธิหนังไทย ชมรมหนังสั้นแห่งประเทศไทย ฯลฯ ซึ่งเครือข่ายดังกล่าวเตรียมทำหนังสือคัดค้านยื่นเสนอต่อ สนช. เช่นกัน

 ปรัชญา ปิ่นแก้ว ในฐานะนายกสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย เปิดเผยว่า   พ.ร.บ.อันใหม่นี้เราต้องยับยั้ง เพราะนอกจากภาพยนตร์แล้วก็ส่งผลไปถึงวิดีโอ  เกม อินเทอร์เน็ต และ หนังสั้น ซึ่งหนังสั้นไม่เคยถูกควบคุม    มาก่อน ปัญหาของแต่ละกลุ่ม ก็แตกต่างกัน สิ่งที่เราไม่เห็นด้วยเกี่ยวกับ พ.ร.บ. นี้   ก็คือ ที่มาของคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ ซึ่งควรจะมีการแบ่งสัดส่วนให้เท่ากัน คือคนของ   ภาครัฐ คนในวงการภาพยนตร์ และประชาชนทั่วไป อันนี้เราต้องการมาก

 แต่ตอนนี้ที่มีอยู่ทั้ง 16 คนเป็นคนของรัฐบาลหมดเลย ส่วนอีก 7 คนก็แต่งตั้งโดยรัฐมนตรี ซึ่งบุคคลเหล่านี้จะเป็นคนพิจารณาเรื่องต่าง ๆ  อย่างน้อยน่าจะมีคนที่มีความรู้ด้านภาพยนตร์เข้าไปมีส่วนร่วม ส่วนเรื่องของการจัดเรต ภาพยนตร์นั้น ทางเราเห็นด้วยกับการจัดเรตอยู่แล้ว แต่ว่ารายละเอียดต้องมาพูดคุยกัน ว่าจะจัดกี่เรต อะไรบ้าง ส่วนในเรื่องของภาพยนตร์ที่ห้ามฉาย โดยหลักประชาธิป ไตยเราไม่เห็นด้วย แต่เราก็เข้าใจกติกาสังคม ก็ควรระบุให้ชัดเจนว่าประเภทใดบ้างที่เข้าข่ายของการแบน ถ้าเป็นไปตามข้อกำหนดนี้ก็แบนกันไป สำหรับการคัดค้านเราคงไม่ทำให้เกิดการชุมนุมที่สร้างความเดือดร้อนให้แก่สังคม แต่เป็นลักษณะพูดคุยหรือยื่นข้อเสนอที่เราเห็นด้วยประกอบกันไปกับร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ให้ สนช.ดู

   นายกสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย กล่าวต่อว่า สำหรับประเภทของเรต ภาพยนตร์ที่ขณะนี้ถูกระบุก็คือ 4 ประเภท 1.ภาพยนตร์ที่เหมาะสมกับผู้ชมทั่วไป 2.ภาพยนตร์ที่ผู้มีอายุต่ำกว่า 15  ปี ต้องมีผู้ปกครองแนะนำ 3.ภาพยนตร์ ที่ห้ามผู้มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ชม 4.   ภาพยนตร์ห้ามเผยแพร่ในราชอาณาจักร แต่ที่เรามาดูคือ เรตประเภท 1 กับ 2 มันต่างกันมาก

 อย่างภาพยนตร์ที่ต้องมีผู้ปกครองแนะนำ แต่ในสังคมมันก็มีผู้  ปกครองที่แย่ ๆ ไม่มีวุฒิภาวะ อันนี้ก็ต้องคุยกัน ทุกคนอยากให้มีการจัดเรต อยากให้เป็นรูปธรรมมากที่สุด การจัดเรตมันควรจะศึกษาเยอะ ๆ แล้วฟังความคิดเห็นให้ครบทุกด้าน ทั้งประชาชนและผู้ประกอบการด้วย ให้กำหนดว่ามีกี่เรต อะไรบ้าง

 แต่อันนี้เขาวางมาแล้ว ผมเองได้คุยกับ ผอ.ลัดดา ตั้งศุภาชัย ผอ.กลุ่มเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม เราก็บอกว่าเราเห็นด้วย แต่ขอไปคุยด้วยในรายละเอียด เขาก็บอกว่าได้ และก็รับปากไป เราเข้าใจว่าเขาอยู่ตรงนี้เขาต้องรักษาสิ่งที่ดีไม่ดีให้กับสังคม การแบนเราก็เห็นด้วย แต่ตอนนี้ความเห็นของทุกกลุ่มต้องขอคัดค้าน พ.ร.บ.ฉบับนี้ไว้ก่อน ในเหตุผลของแต่ละกลุ่มแตกต่างกันไป แต่ของภาพยนตร์คือผิดข้อเดียวคือ จำนวนและสัดส่วนของคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ.

ที่มาจากหนังสือพิมพ์