“The Page Turner” จากปากคำผู้กำกับฯ

Home / ข่าวหนัง / “The Page Turner” จากปากคำผู้กำกับฯ

“The Page Turner” สามารถทำให้เราหวาดหวั่นในตัวละครอย่าง “เมลานี” ที่คล้ายกับระเบิดเวลาที่ถูกควบคุมด้วยโทสะเงียบๆ ที่คุกรุ่นในใจตลอดเวลา หลังจากถูกดับฝันของการเป็นนักเปียโนโดย “อาเรียน” แบบไม่ได้ตั้งใจ และเมื่อมีโอกาสผู้เคยถูกกระทำอย่างเมลานี ก็ลุกมาเป็นผู้กระทำที่ทำลายชีวิตทั้งชีวิตของอาเรียนได้อย่างเลือดเย็น และความหวาดหวั่นที่ยากจะคาดเดาคือเสน่ห์ที่ชวนติดตาม

ชื่อของ เดนิส เดอร์คูรท์ อาจจะไม่คุ้นหูชาวไทยมากนัก แต่ในแวดวงหนังฝรั่งเศส ผู้ชายคนนี้ได้รับการกล่าวขวัญว่าเป็นผู้กำกับฯรุ่นใหม่คนหนึ่งที่น่าจับตามอง แม้ว่าจะเพิ่งก้าวจากการเป็นครูสอนวิโอล่าและดนตรีแชมเบอร์และนักวิโอล่า เข้ามาคลุกคลีอยู่ในวงการหนังแดนน้ำหอมเพียงไม่กี่ปีก็ตาม

แทบทุกเรื่องเดนิสจะเขียนบทหนังเอง โดยจะมีทั้งเรื่องราวตลกเสียดสี และดราม่าที่ตีแผ่ด้านมืดในจิตใจของมนุษย์ และในหนังเรื่องล่าสุด “The Page Turner” ก็ยังคงแนวถนัดอย่างดราม่าไว้เช่นเดิม แต่ที่แตกต่างและน่าสนใจคือเขาได้หยิบยกเรื่องราวของท่วงทำนองดนตรีที่งดงามอ่อนหวาน มาผสานกับจิตใจที่เต็มไปด้วยพลังแห่งความริษยาและมุ่งมั่นที่จะแก้แค้น

ในโอกาสที่เดนิสเดินทางมาเมืองไทย มติชน ก็ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ล้วงลึกถึงตัวตนของเขา

เดนิสนั้นเรียนจบจากมหาวิทยาลัยปารีส ในสาขาจิตวิทยา และปริญญาโทจากสถาบันการศึกษาทางรัฐศาสตร์ แต่ด้วยความที่ครอบครัวอยู่ในแวดวงหนังมาตั้งแต่ปี 2473 ก็มีส่วนทำให้เขาหลงใหล และตัดสินใจที่จะก้าวมาทางนี้

“ทุกครั้งที่ผมสร้างหนัง ผมจะคิดเสมอว่านี่คือหนังเรื่องแรก และตั้งใจทุ่มเทอย่างเต็มที่ โดยจะสร้างจากเรื่องราวในจิตใจมากกว่าภาพที่เห็นข้างนอก ผมเชื่อความรู้สึกและสัญชาตญาณที่มีอยู่” เดนิสเล่าให้ฟังถึงหลักการทำงานที่ยึดเสมอมา

ใน “The Page Turner” เดนิสพยายามรวบความสนใจทุกด้านทั้งการเขียนบทและดนตรีมาไว้ด้วยกัน โดยได้รับแรงบันดาลใจจากหนังญี่ปุ่นคือ The Dark Water และเขาได้ลองแหวกแนวสู่มุมมองของหนังระทึกขวัญ โดยที่ยังไม่ทิ้งความเป็นตัวตน

“พยายามหาความแปลกใหม่มาเสนอที่หยิบประเด็นของความอิจฉาของผู้หญิงและการแก้แค้นขึ้นมา เพราะคิดว่าเป็นความรู้สึกสามัญและเป็นสากล ที่ถึงจะซ่อนในจิตใจแต่ทุกคนก็สามารถเข้าใจได้”

และเมื่อถามถึงจุดเด่นของหนังเรื่องนี้ในมุมมองของผู้กำกับฯนั้น เขาก็ว่า

“เป็นความรู้สึกรุนแรงภายในใจของตัวละครที่ไม่ได้ถ่อยทอดออกมาอย่างปกติธรรมดา แต่ถ่ายทอดผ่านบทเพลงที่ใช้ประกอบในตัวหนัง”

ฟังดูแล้ว น่าสนใจไม่น้อย

“ผมชอบที่จะสร้างหนังให้คนดูคิดเยอะๆ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะยาก จนดูไม่รู้เรื่อง ตอนหนังฉายที่ฝรั่งเศสก็ไปนั่งรอตอนหนังจบเพื่อดูปฏิกิริยาของผู้ชม เห็นหลายคนหน้าเครียดๆ ก็ตกใจว่าหนังไม่ดีรึเปล่า แต่ตอนหลังพอมาคุยก็เลยรู้ว่าเขามีเรื่องให้คิดต่อหลังจากหนังจบ ผมเลยแฮปปี้มาก” เดนิสเล่าให้ฟังพร้อมรอยยิ้มกว้าง

สำหรับการแข่งขันด้านธุรกิจในวงการหนังฝรั่งเศสนั้น เดนิสมองว่า มีไม่มากนักแม้จะมีผู้กำกับฯเยอะ และผลิตหนังในแต่ละปีค่อนข้างสูงก็ตาม เพราะวงการหนังฝรั่งเศสได้รับเงินสนับสนุนอย่างเต็มที่จากข้อกำหนดของรัฐบาลนั่นเอง

“วงการหนังฝรั่งเศสจะแข่งกันผลิตหนังให้หลากหลายมากกว่าแข่งเรื่องตัวเงิน มีทั้งให้ความบันเทิงและคุณภาพแบบข้อคิด ซึ่งจะต่างจากฮอลลีวู้ดที่เน้นบันเทิง เพราะทุกครั้งที่มีคนดูหนัง ไม่ว่าจะเป็นของประเทศไหน 10% ของค่าตั๋วจะมอบให้วงการหนัง ให้ผู้กำกับฯนำไปสร้างหนังได้เลย”

คนแวดวงหนังไทยได้ยินแล้วต้องอิจฉาแน่ๆ

เดนนิสบอกด้วยว่า หลังจากนี้เขาจะก้าวสู่ฮอลลีวู้ดไปกำกับฯแนวแอ๊คชั่น ดราม่า ซึ่งไม่รู้ว่าจะเสร็จให้ได้ดูเมื่อไหร่

ระหว่างนี้ก็ให้ดู “The Page Turner” ที่จะเข้าฉายในเฉพาะที่โรงภาพยนตร์ลิโด้ ตั้งแต่ 14 กรกฎาคมเท่านั้น

ที่มาจากหนังสือพิมพ์