บ๊อบ- ฮาร์วี่ย์ ไวน์สไตน์ ทุ่ม 285 ล้านดอลลาร์ บูม หนังเอเชีย!!!

Home / ข่าวหนัง / บ๊อบ- ฮาร์วี่ย์ ไวน์สไตน์ ทุ่ม 285 ล้านดอลลาร์ บูม หนังเอเชีย!!!

คอลัมน์ บันเทิงต่างประเทศ
โดย
raikorn@hotmail.com

บ๊อบ และ ฮาร์วี่ย์ ไวน์สไตน์ สองพี่น้อง อดีตผู้ก่อตั้งและผู้บริหารค่ายหนังมิราแมก (Miramax) ที่หันมาตั้งบริษัทสร้างหนังของตัวเองชื่อ “เดอะ ไวน์สไตน์(The Weinstein Co)” มีสำนักงานใหญ่ในนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ประกาศทุ่มเงิน 285 ล้านดอลลาร์ (ราว 9,661.5 ล้านบาท) ลงทุนสร้างหนังเอเชีย ซึ่งตอนนี้มีภาพยนตร์ในโครงการแล้วทั้งหนังจีน ฮ่องกง ญี่ปุ่น และไทย

สำนักข่าวเอพีเล่าว่า ข้อมูลดังกล่าวมาจาก แถลงการณ์ของบริษัทเดอะ ไวน์สไตน์ ที่ระบุด้วยว่า ในบรรดาภาพยนตร์ที่บริษัทเล็งไว้นั้น มีภาพยนตร์จีนเรื่อง “ฮัว มู่หลาน” ตำนานเกี่ยวกับวีรสตรีจีนผู้ยิ่งใหญ่ และ “เดอะ เซเว่น ซามูไร” ผลงานเรื่องดังยุค ค.ศ.1954 ของ อากิระ คูโรซาว่า ผู้กำกับฯชั้นบรมครูของญี่ปุ่น ที่จะถูกนำกลับมาสร้างใหม่

สำหรับภาพยนตร์ทั้งสองเรื่อง ก่อนหน้านี้ก็มีสื่อของจีน รายงานว่า จาง จื่อ อี้ (หรือจาง ซิ ยี่) นางเอกสาวที่โด่งดังจาก “เคราชิ่ง ไทเกอร์,ฮิดเดน ดราก้อน” ได้เซ็นสัญญาแสดงนำไปแล้ว

ในแถลงการณ์ของไวน์สไตน์ยังบอกด้วยว่า ภาพยนตร์เรื่อง “เดอะ ฟอร์บิดเดน คิงด้อม (The Forbidden Kingdom)” ภาพยนตร์จีนเรื่องแรกที่นำ เฉิน หลง พระเอกซุปเปอร์นักบู๊ของฮ่องกง มาประชันบทบาทกับ เจ็ต ลี หรือ หลี่ เหลียน เจี๋ย พระเอกชื่อดังของจีน ก็เป็นหนึ่งในผลงานของบริษัท ซึ่งขณะนี้ได้เปิดกล้องถ่ายทำอย่างเงียบๆ ในจีนแผ่นดินใหญ่ และเดอะ ไวน์สไตน์ จะร่วมมือกับบริษัทไลอ้อนเกต ในการจัดจำหน่ายภาพยนตร์เรื่องนี้ในสหรัฐอเมริกา,สเปน,อังกฤษ,ฝรั่งเศส และกลุ่มประเทศละตินอเมริกา

เดอะ ไวน์สไตน์ เล่าถึง “เป้าหมาย” ที่หันมาสนใจลงทุนทำหนังเอเชียว่า เป็นเพราะหวังจะได้ประโยชน์จากการถ่ายทำหนังในภูมิภาคเอเชีย ที่จะช่วยลดต้นทุนการผลิต ขณะที่การใส่ “กลิ่นอาย” ความเป็นตะวันตกเข้าไปในหนัง ก็น่าจะกลายเป็นผลงานที่ได้ตลาดคนดูทั้งในเอเชียและชาติตะวันตกไปพร้อมๆ กัน โดยโครงการที่วางไว้ตอนนี้ มีทั้งภาพยนตร์ที่บริษัทจะลงทุนสร้าง แล้วยังมีหนังอยู่ในมืออีก 21 เรื่องที่ได้ซื้อลิขสิทธิ์ไว้แล้ว และผลงานในรูปวิดีโออีก 10 เรื่อง ที่จะจัดจำหน่ายผ่านทางบริษัทดราก้อน ไดนาสตี้ ได้ผู้กำกับฯฮอลลีวู้ดชื่อดังอย่าง เควนติน ทาแรนติโน ซึ่งเป็นที่รู้กันว่า กำลังสนใจภาพยนตร์ฮ่องกง มาช่วยบริหารจัดการ

ทั้งนี้ ในบรรดาภาพยนตร์ที่บริษัทสนใจจะสร้าง เท่าที่เป็นข่าวก็มีทั้ง ภาพยนตร์ไทยที่ จา พนม ยีรัมย์ เคยแสดงนำไว้ และยังมีภาพยนตร์แอ๊คชั่น เรื่องราวของชาวอเมริกัน ที่พยายามสืบหาสาเหตุการตายของเพื่อนในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 และภาพยนตร์แอ๊คชั่นอีก 3 เรื่อง ภายใต้การดูแลของ โทนี่ แครนซ์ โปรดิวเซอร์ซีรี่ส์ดัง “ทเว็นตี้ โฟร์(24 )” และ แอนดรูว์ เลา ผู้กำกับฯฝีมือเยี่ยมของฮ่องกง เจ้าของผลงานกำกับฯ “อินเฟอร์นอล แอฟแฟร์” ที่ฮอลลีวู้ดซื้อไปสร้างเรื่อง “เดอะ ดีพาร์ตเต็ด” ที่คว้ารางวัลออสการ์ให้กับ มาร์ติน สกอร์เซซี่

อย่างไรก็ตาม ขณะที่บริษัทไวน์สไตน์ ยังไม่เคยออกมาประกาศให้ทราบว่า ดารานำแต่ละเรื่องจะเป็นใครบ้าง แต่ในเว็บไซต์ e Sina.com ของจีน ก็เล่นข่าวออกไปแล้วว่า จาง จื้อ อี้ ได้เซ็นสัญญาแสดงทั้งใน “มู่หลาน” และ “เซเว่น ซามูไร” โดยใน “มู่หลาน” ตำนานเรื่องดังของวีรสตรีผู้กล้า ที่มีทำออกมาเป็นภาพยนตร์การ์ตูน เธอจะรับบทเป็นเด็กสาว ที่ออกรบแทนบิดาที่กำลังป่วย ส่วนใน “เซเว่น ซามูไร” เธอจะรับบทเป็นหญิงชาวบ้านที่แต่งตัวปลอมเป็นชาย เพื่อป้องกันตัวจากพวกโจร

ทั้งนี้ สองพี่น้องไวน์สไตน์ทั้ง บ๊อบและฮาร์วี่ย์ นับว่าเป็นคนมีฝีมือในวงการฮอลลีวู้ด พวกเขาเป็นผู้ก่อตั้ง มิราแมก ค่ายหนังอินดี้ยุคแรกๆ ซึ่งมีส่วนอย่างมากที่ช่วยผลักดันกระแสหนังอินดี้ให้เข้าถึงคนดูในช่วงยุค 1990 เคยมีผลงานภาพยนตร์อินดี้ ที่ทำรายได้ดีหลายเรื่อง รวมทั้งหนังเพลง “ชิคาโก (Chicago)” ที่ชิงหลายรางวัลบนเวทีออสการ์

หลังจากทำมิราแมก มาสักระยะ ค่ายหนังยักษ์ใหญ่อย่าง วอลต์ ดิสนีย์ ก็เข้ามาซื้อมิราแมกเมื่อต้นยุค 1990 แต่สองพี่น้องไวน์สไตน์ก็ยังทำหน้าที่บริหารอยู่ กระทั่งปี 2548 ที่สองพี่น้องออกมาตั้งบริษัท เดอะ ไวน์สไตน์ ขึ้นมา

ที่มาจากหนังสือพิมพ์