วิชา พูลวรลักษณ์ เฉลย ทำไมถึงหวนบุกสแตนด์อะโลน!

Home / ข่าวหนัง / วิชา พูลวรลักษณ์ เฉลย ทำไมถึงหวนบุกสแตนด์อะโลน!

ด้วยโมเดลธุรกิจที่หลากหลายบวกกับมุมมองที่แหลมคมของผู้บริหารในกลุ่ม “เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์” ทำให้ผู้ประกอบการโรงภาพยนตร์ค่ายนี้ขยายตัวได้อย่างรวดเร็ว เพราะด้วยโมเดลที่หลากหลายนี้ทำให้สามารถเลือกสรรโมเดลที่ตอบโจทย์ของการลงทุนทุกสภาวะ

“วิชา พูลวรลักษณ์” ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ได้ให้สัมภาษณ์ถึงทิศทางการลงทุนของกลุ่มว่า บริษัทมีแผนจะรุกหนักในปีหน้า หลังที่ได้ชะลอการลงทุนไปเล็กน้อยในปีนี้

เป็นการชะลอเพื่อรอทิศทางของรัฐบาล และเชื่อว่าในไตรมาส 3 ปีนี้บรรยากาศรวมๆ น่าจะดีกว่าไตรมาส 3 ปีที่แล้ว และจะดีต่อเนื่องอีกในไตรมาสสุดท้ายของปี

อีกทั้งเชื่อว่าความเชื่อมั่นของผู้บริโภคน่าจะเพิ่มมากขึ้นอีกในปีหน้า

“วิชา” บอกว่า จากความเชื่อมั่นด้านการบริโภค (consumption) ที่เริ่มกลับมานี้เอง ทำให้กลุ่ม “เมจอร์” ต้องเตรียมแผนรุกอย่างหนักในปีหน้า ทั้งการขยายสาขาแบบสแตนด์อะโลนและไปควบคู่กับเทสโก้-โลตัส และบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ โดยประเมินมูลค่าการลงทุนไว้ในเบื้องต้นคร่าวๆ ขณะนี้ไว้ไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท สำหรับลงทุนขยายโรงภาพยนตร์อีก 7 สาขา รวมประมาณ 49 โรง (ไม่รวมโครงการเมเจอร์ อเวนิว รัชโยธิน ที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้แล้ว)

ตัวเลขดังกล่าวนี้เป็นเพียงแค่ประมาณการและเป็นตัวเลขที่สรุปได้ในเวลานี้ และก่อนถึงสิ้นปีนี้น่าจะสรุปได้อีก 2-3 แห่ง ซึ่งจะมุ่งเน้นรูปแบบสแตนด์อะโลนเป็นหลัก

โดยสาขาใหม่ที่จะเกิดขึ้นในปีหน้าประกอบด้วย รัตนาธิเบศร์, โลตัส พระราม 4, นวนคร, ธัญบุรี, อยุธยา, ศาลายา, กระบี่ และโบว์ลิ่ง 2 สาขา คือ รัตนาธิเบศร์ และอยุธยา

ในจำนวนนี้เป็นโครงการขนาดใหญ่ มีพื้นที่ให้เช่า และเป็นคอนเซ็ปต์สแตนด์อะโลนถึง 2 สาขา คือ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รัตนาธิเบศร์ ที่ได้เช่าที่ดินของเทสโก้-โลตัส สาขารัตนาธิเบศร์ จำนวน 5 ไร่ รวมพื้นที่กว่า 50,000 ตารางเมตร สร้างคอมเพล็กซ์ มูลค่ากว่า 700 ล้านบาท ประกอบด้วยโรงภาพยนตร์ 15 โรง, โบว์ลิ่ง 20 เลน, พื้นที่ร้านค้า ประมาณ 9,000 ตารางเมตร คาดว่าน่าจะเปิดให้บริการได้ในช่วงประมาณเดือนตุลาคม 2551

และโครงการเมเจอร์ อเวนิว รัชโยธิน ที่ร่วมลงทุนกับบริษัท สยามฟิวเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) มูลค่าโครงการประมาณ 1,000 ล้านบาท บนพื้นที่บริเวณด้านข้างเมเจอร์ ซีนี เพล็กซ์ รัชโยธิน จำนวน 9 ไร่ และมีพื้นที่ร้านค้าประมาณ 10,000 ตารางเมตร คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในช่วงประมาณไตรมาส 2 ของปี 2551

หลังจากที่เปิดตัวโครงการใหญ่ “เอสพลานาด” มูลค่ากว่า 500 ล้านบาท บนพื้นที่ 10 ไร่ ประกอบด้วยโรงภาพยนตร์ 12 โรง โบว์ลิ่ง 22 เลน คาราโอเกะ 17 ห้อง ลานสเกตช์น้ำแข็งกว่า 15,000 ตารางเมตร และพื้นที่ร้านค้าอีกกว่าจำนวนหนึ่ง

“วิชา” ได้บอกถึงเป้าหมายในการสาขาด้วยว่า ภายใน 2-3 ปีนับจากนี้จะเพิ่มสัดส่วนการลงทุนด้วยการขยายสาขาไปยังพื้นที่ต่างจังหวัดให้มีสัดส่วนประมาณ 40% และกรุงเทพฯ 60% จากปัจจุบันที่มีสาขาต่างจังหวัดเพียงแค่ 20% เท่านั้น โดยจะขยายให้ครอบคลุมทั่วทุกภูมิภาคในจังหวัดที่เป็นศูนย์กลางของแต่ละภูมิภาค เพื่อเป็นการกระตุ้นการบริโภคของผู้บริโภคในโลคอลให้เกิดขึ้น

พร้อมตั้งเป้ามีโรงภาพยนตร์ครบ 500 โรงได้ภายในปี 2553

ล่าสุด ได้เปิดให้บริการสาขาเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ พัทยา รวมมูลค่าการลงทุนประมาณ 200 ล้านบาท ซึ่งเป็นสาขาที่ 37 ตั้งอยู่กับโครงการดิ อเวนิว พัทยา ประกอบด้วยโรงภาพยนตร์ 8 โรง โบว์ลิ่ง 22 เลน คาราโอเกะ 9 ห้อง และแคลิฟอร์เนีย ว๊าว เอ็กซ์พีเรียนซ์

สำหรับแนวทางในการลงทุนนั้น ราชันย์โรงหนังบอกว่า “เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์” จะกลับมาโฟกัสการลงทุนในสาขาที่เป็นสแตนด์อะโลนมากขึ้น เพราะเชื่อว่า เป็นรูปแบบที่ตอบโจทย์ทางการตลาด และตอบสนองไลฟ์สไตล์ในการเข้ามาใช้บริการของกลุ่มผู้บริโภคได้ดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเวลาในการเข้ามาใช้บริการที่เปิดกว้างตั้งแต่รอบเช้ายันรอบดึก สามารถจัดรอบการฉายได้มากกว่า

ที่สำคัญ นอกจากจะตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคแล้ว ยังเป็นโมเดลที่ตอบโจทย์ความต้องการของนักลงทุน หรือ investor ได้ดีเยี่ยม

เพราะเป็นรูปแบบที่มีพื้นที่ให้เช่า ซึ่งจะทำให้รายได้ที่แน่นอน ที่ชัดเจน

ประธานกรรมการบริหารค่ายเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ยังแจงให้ฟังด้วยว่า ปัจจุบันกลุ่มเมเจอร์ฯ มีพื้นที่ให้เช่าประมาณ 80,000 ตารางเมตร คิดเป็นสัดส่วนรายได้ประมาณ 8% ปีหน้าจะมีพื้นที่ให้เช่าเพิ่มอีกไม่ต่ำกว่า 20,000 ตารางเมตร รวมเป็นประมาณ 100,000 ตารางเมตร ซึ่งจะทำให้รายได้จากให้เช่าพื้นที่ให้เช่าเพิ่มเป็น 10-12%

เมื่อมีการลงทุนสแตนด์อะโลนเพิ่มขึ้น ก็จะมีพื้นที่ให้เช่าเพิ่มขึ้น นั่นหมายความว่า รายได้ส่วนที่เป็น fix Income ก็จะเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามด้วย

จึงไม่ต้องแปลกใจที่ “เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์” หันมาโฟกัสโครงการที่เป็นสแตนด์อะโลนเพิ่มขึ้น โดยตั้งเป้าหมายว่าจากนี้ไปต้องมีสแตนด์อะโลนปีละ 1 สาขาเป็นอย่างต่ำ

ที่มา ประชาชาติธุรกิจ