ไชยา-คนหิ้วหัว บนช่วงเวลาอาภัพของหนังไทย

Home / ข่าวหนัง / ไชยา-คนหิ้วหัว บนช่วงเวลาอาภัพของหนังไทย

ไม่นับรวมรายได้ร่วม700 ล้านบาทของหนังมหากาพย์แห่งสยามประเทศ”ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช” ทั้งสองภาคหากย้อนกลับไปดูรายได้หนังไทย เมื่อหลายเดือนก่อนจะพบว่า ขบวนหนังตลกต่างยกทัพกรีธากวาดรายได้ไปเป็นกอบเป็นกำ เช่น “บอดี้การ์ดหน้าเหลี่ยม 2” ฟันไปเกือบๆ ร้อยล้านบาท “เท่ง-โหน่งคนมาหาเฮีย” ฉกไป80 ล้าน “ตั๊ดสู้ฟุด” โกยไปกว่า 70 ล้าน “หอแต๋วแตก” และ”คู่แรด” หยิบไปอีกเรื่องละ50 ล้านบาท มองเผินๆคล้ายกับว่าปีนี้ ยุคทองของหนังไทยกำลังจะกลับมา เพราะตลอดโปรแกรมจนถึงขณะนี้หนังไทย 30 เรื่องในจำนวนนี้ น้อยกว่าครึ่งหรือเพียงสิบกว่าเรื่องเท่านั้นที่ออกจะล้มเหลวในเรื่องของรายได้ รวมถึงหนังไทยสองเรื่องที่เปิดตัวฉายไปเมื่อสองสัปดาห์ที่ผ่านมา นั่นก็คือ “ไชยา” และ “คนหิ้วหัว”

อันที่จริงแล้วสถานการณ์ของวงการหนังในบ้านเราเมื่อสองเดือนที่แล้วค่อนข้างซบเซาไม่น้อย หลังผ่านพ้นมหกรรมหนังซัมเมอร์ฟอร์มยักษ์จากฮอลลีวู้ดที่ดาหน้ากอบโกยเงินทองจากคอหนังชาวไทย รวมทั้งอีกหลายๆ ประเทศทั่วโลก ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-กลางเดือนกรกฎาคม มีเพียง “ตั๊ดสู้ฟุด” เท่านั้น ที่เป็นหนังไทยทำรายได้พอสมน้ำสมเนื้อ แต่หลังจากนั้นมาไม่ปรากฏว่า มีหนังเรื่องไหนทำรายได้เกิน 70 ล้านบาทอีกเลย แม้แต่หนังภาคต่อของเฉินหลงที่คอหนังบ้านเราคุ้นเคยอย่าง “Rush Hour 3” หรือหนังแอ็คชั่นที่กวาดรายได้ไปกว่า700 ล้านบาทในสหรัฐอเมริกา อย่าง “The Bourne Ultimatum” ก็เข็นไม่ขึ้นในเมืองไทยเพราะเก็บได้ไม่ถึง 50 ล้าน ส่วนหนังไทยไม่ต้องพูดถึง 3-4 เรื่อง ที่ออกฉายในเวลาไล่เลี่ยกัน ต่างกอดคอก้มหน้ารับชะตากรรม ด้วยรายได้ไม่ถึง 10 ล้านบาท

หลายคนมองว่าปัจจัยหลักมาจากปัญหาเศรษฐกิจที่ทำให้คนออกจากบ้านมาดูหนังน้อยลง แต่แล้วเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา การเปิดตัวของหนังไทยสองเรื่องคือ “สายลับจับบ้านเล็ก” กับ “บ้านผีสิง” ก็สามารถล้างอาถรรพณ์ได้สำเร็จปลุกกระแสวงการหนังให้ตื่นจากความเงียบเหงา จูงมือกันเก็บเกี่ยวรายได้ แบ่งๆ กันไปเรื่องละประมาณ 25 ล้านบาท ดังนั้นประเด็นในเรื่องของเศรษฐกิจอาจไม่ใช่สาเหตุใหญ่ แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่านั้นคือ มันอาจจะเป็นเครื่องบ่งชี้ว่า รสนิยมในการดูหนังของคนไทยกำลังจะเปลี่ยนไปนับจากนี้ เพราะหนังผี และหนังตลกเท่านั้น ที่จะได้รับความนิยม

คงไม่สามารถฟันธงชี้ชัดกันตรงๆได้ว่า หากไม่ใช่หนังฟอร์มยักษ์จากฮอลลีวู้ด หรือหนังผีกับหนังตลก หนังในแนวทางอื่นๆ ไม่มีทางเจาะตลาดเมืองไทยได้เลยหรือ? แต่เมื่อลองพิจารณาจากสถิติรายได้ที่ผ่านมา โดยเฉพาะในปีนี้จะเห็นว่า ถ้าไม่ใช่ระดับบล็อกบัสเตอร์อย่าง “Spider Man 3” “Pirates of the Caribbean 3″ หรือ”Harry Potter 5” หนังตลกบ้านๆอย่างหนังไทย 4-5 เรื่อง ในย่อหน้าแรกที่เอ่ยถึง ล้วนเป็นหนังทำเงินอันดับต้นๆ ทั้งสิ้น

หากมีคำถามว่า”ไชยา” ไม่ถูกจริตคนไทยหรือไร? และ “คนหิ้วหัว” ไม่สนุกตรงไหน?…ทำไม? หนังทั้งสองเรื่องจึงทำรายได้ผิดความคาดหมายอย่างมากมาย ชั่วโมงนี้อาจจะยังไม่มีใครให้คำตอบได้ แต่เท่าที่รู้ หนังไทยเหล่านี้พยายามแล้วอย่างเต็มที่ในการเข้าถึงคนดูวงกว้าง ไม่ว่าจะผสมผสานอรรถรสมากมาย ตั้งแต่ความสนุกสนานจากการดำเนินเรื่องที่น่าติดตาม ฉากแอ็คชั่นชวนลุ้นระทึกหรือเสียงหัวเราะเฮฮาจากมุกตลกไปจนถึงเรื่องราวซาบซึ้งสะเทือนใจในตอนท้าย

ที่สำคัญทั้ง”คนหิ้วหัว” และ “ไชยา” ต่างแฝงประเด็นแง่คิดที่น่าสนใจ เป็นหนังที่ไม่ขี้ริ้วขี้เหร่ทั้งในเรื่องของเนื้อหาและวิธีการนำเสนอ แต่สุดท้ายถูกมองข้ามไปอย่างน่าเสียดาย

ร้อยพันกระทู้บนเวบบอร์ดพันทิป และตามเวบไซต์มากมาย ที่ผู้คนเข้ามาแสดงความชื่นชมและชักชวนกันไปให้กำลังใจ “ไชยา” แต่ก็ไม่สามารถปลุกกระแสหนังให้กลับมาอยู่ในความสนใจของคนดูได้เหมือนเช่นที่เคยเกิดกับ “โหมโรง” เมื่อ 3 ปีก่อน หรือแม้แต่การลงทุนลงแรงโปรโมทหนังในทุกวิถีทางของ พิง ลำพระเพลิง ก็ไม่สามารถชักชวนแฟนๆ ของเขาให้ตีตั๋วเข้ามาดู “คนหิ้วหัว” ได้มากพอๆ กับ “โคตรรักเอ็งเลย” ที่หลายคนชื่นชมในปีที่ผ่านมา แม้เรื่องล่าสุดจะเต็มไปด้วยสารพัดลูกเล่นที่เจ้าตัวนำมาใช้เพื่อให้หนัง “คนหิ้วหัว” ของเขาดูสนุก มีทุกรสชาติ ไม่ใช่แค่หนังผีตลกดาษๆ หากแต่ยังแฝงด้วยสาระและชั้นเชิงการเล่าเรื่องที่คมคายมากกว่าเดิม แต่สุดท้ายรายได้กลับไม่ถึงครึ่งของเรื่องที่แล้ว

ไม่น่าเชื่อว่าศีลห้าข้อที่ ‘พิง’ อุตส่าห์ฝากบอกผ่านมากับ’ไอ้เตี้ย’ ไม่เป็นที่ถูกอกถูกใจของคนดูเท่าการได้เห็นเท้าลูบหน้าพยัคฆ์หน้าเหลี่ยม หรือการที่ผีหัวขาดตนหนึ่งออกตามหาเงินมาจ่ายค่าเทอมลูก ไม่สนุกเร้าใจเท่าการได้เห็นผีกะเทยขี่ปลัดขิกต่อสู้กับหมอผี

หากหนังทั้งสองเรื่องจะถูกมองข้ามและไม่ได้รับความสนใจจากคนดู อาจไม่ใช่เรื่องน่ากลัวเท่ากับหากวันข้างหน้าค่ายหนังอย่าง ไฟว์สตาร์ จะหันมาลงทุนสร้าง “หอแต๋วแตก” ภาค 2 หรือ พิง ลำพระเพลิง จะหันไปเอาดีทางการเขียนบทหนังตอนต่อไปของ “พยัคฆ์ร้ายส่ายหน้า”…

เพราะที่สุดแล้วพวกเขาต่างประจักษ์ว่า การพยายามทำหนังดีๆ สักเรื่อง แต่ผลลัพธ์ที่ได้คือการถูกปฏิเสธจากคนดู เพราะในความเป็นจริงแล้วถ้วยรางวัลหรือเสียงเยินยอชื่นชม มันก็ไม่ได้ทำให้ท้องอิ่มมิใช่หรือ?…

ที่มาจากหนังสือพิมพ์