สัปดาห์ภาพยนตร์ เชิด ทรงศรี

Home / ข่าวหนัง / สัปดาห์ภาพยนตร์ เชิด ทรงศรี

คอลัมน์ เที่ยวชมศิลปะ
โดย นิวัติ กองเพียร

เชิด ทรงศรี เคยประกาศว่า เราจักสำแดงความเป็นไทยต่อโลก และเขาก็ทำสำเร็จในฐานะผู้กำกับภาพยนตร์ไทย ผลงานของเขาคือความจริงที่ปรากฏชัดเจนโดยมิใยต้องกล่าวอ้างกับใคร ภาพยนตร์จำนวนทั้งสิ้นที่เขากำกับมาทั้งหมด 18 เรื่อง ล้วนมีความเป็นไทยทั้งสิ้น ความเป็นไทยในความคิดของเชิด ทรงศรี เป็นความเป็นไทยที่ไม่คลั่งไทย ไม่ยัดเยียด ไม่ภูมิอกภูมิใจว่าดีเยี่ยมกว่าคนอื่นๆ

เป็นความเป็นไทยที่เรียบง่าย สนุกสนานรื่นเริง ยืนอยู่บนฐานของความจริงที่อยู่เหนือน้ำเน่า เชิด ทรงศรี สามารถรวบรวมเอาวัฒนธรรมทุกภาคของประเทศเข้ามาผสมผสานกัน ใช้ศิลปะอย่างมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง ถ่ายทอดออกมาเป็นภาพยนตร์

การจัดสัปดาห์ภาพยนตร์ เชิด ทรงศรี จึงมิเพียงเป็นการรำลึกถึงเขาที่ล่วงลับไปด้วยวัยไม่สมควร หากแต่เป็นการนำเอาความยิ่งใหญ่ในงานกำกับภาพยนตร์มานำเสนอให้ได้เห็นถึงความสามารถของเขาอย่างเด่นชัด ภาพยนตร์ของเขาทุกเรื่องยังตราตรึงติดอยู่ในใจคนดูหนังอย่างไม่รู้ลืม ไม่ว่าจะเป็น แผลเก่า/เพื่อนแพง/พลอยทะเล/ทวิภพ/อำแดงเหมือนกับนายริด และเรื่องสุดท้าย ข้างหลังภาพ
 
เชิด ทรงศรี เป็นคนนครศรีธรรมราช ทำงานช่วยตัวเองมาแต่อายุ 12 เป็นคนแกะหนังตะลุง เมื่อเรียนจบมัธยมปลายที่บ้านเกิด ไปเป็นครูที่อุตรดิตถ์อยู่ราวสี่ปี เป็นไข้ป่าต้องกลับมากรุงเทพฯ ทำงานเป็นบุรุษพยาบาลกับองค์การ ร.ส.พ. ย้ายไปในหลายตำแหน่ง จนสุดท้ายเป็นบรรณาธิการนิตยสารยานยนต์ของ ร.ส.พ. นิตยสารชีวิตใหม่รายสัปดาห์ วารสารทัศนาจร และก่อนออกจาก ร.ส.พ.ได้เป็นหัวหน้าส่วนทัศนาจร
 
ชีวิตหันเหเข้าสู่วงการภาพยนตร์ด้วยการเริ่มต้นเป็นบรรณาธิการนิตยสารภาพยนตร์และโทรทัศน์ ซึ่งเป็นนิตยสารเกี่ยวกับภาพยนตร์โทรทัศน์ที่มีคนอ่านมากที่สุดในสมัยนั้น ด้วยความที่ชอบเขียนหนังสือ เชิด ทรงศรี เขียนเรื่องสั้น สารคดี บทความ บทละคร นวนิยาย มาแต่สมัยเป็นครู จนเมื่อเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ที่มีชื่อเสียงแล้วก็ยังเขียนหนังสืออย่างสม่ำเสมอ แม้ก่อนตายก็ยังเขียนหนังสือไว้สองเล่มคือ นั่งคุยกับความรัก และนั่งคุยกับความตาย

ภาพยนตร์เรื่องแรกของเขาคือ โนห์รา สร้างเองลงทุนเอง และทำงานเองเกือบทุกหน้าที่ ทั้งกำกับฯ ออกแบบฉาก ตัดต่อ แต่งเพลงประกอบ และประชาสัมพันธ์ จนหนังทำเงินให้ได้มีทุนมาทำหนังอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2509 จนถึงเรื่องสุดท้าย ข้างหลังภาพ พ.ศ.2544

เชิด ทรงศรี เป็นผู้กำกับภาพยนตร์ไทยที่นำธงไทยไปปักบันแผนที่ภาพยนตร์โลก ตั้งแต่วันที่ 20 ไปจนถึงวันที่ 30 กันยายน จะมีภาพยนตร์ของเชิด ทรงศรี มาฉายให้ชมกัน 5 เรื่อง แผลเก่า เพื่อนแพง พลอยทะเล ทวิภาพ อำแดงเหมือนกับนายริด ณ โรงภาพยนตร์ EGV สยามดิสคัฟเวอรี่ สยามแสควร์ ใครชอบเรื่องไหนก็โปรดติดตามสอบหาวันเวลากันได้ที่มูลนิธิหนังไทย โทร.0-2800-2716 หรือ www.thaifilm.com

ที่มาจากหนังสือพิมพ์



สัปดาห์ภาพยนตร์ เชิด ทรงศรี ผู้สำแดงความเป็นไทยต่อโลก

 

มูลนิธิหนังไทยฯ ร่วมกับ ครอบครัวเชิด ทรงศรี  หอภาพยนตร์แห่งชาติ  สถานทูตฝรั่งเศส  ชมรมวิจารณ์บันเทิง สมาคมผู้กำกับ และสมาพันธ์ภาพยนตร์  โดยได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานศิลปะวัฒนธรรมร่วมสมัย  กระทรวงวัฒนธรรม  โรงภาพยนตร์แกรนด์ อีจีวี  และ ไฟว์สตาร์ โปรดักชั่น  จัดฉายภาพยนตร์ผลงานของ เชิด ทรงศรี  ผู้กำกับชั้นครูที่สำแดงความเป็นไทยต่อเวทีโลก  ในระหว่างวันที่ 21 30 กันยายน 2550 ณ โรงภาพยนตร์แกรนด์  อีจีวี (สยามดิสคัฟเวอร์รี่)   โดยรายได้ที่เกิดขึ้นจาการขายตั๋วชมภาพยนตร์นั้น  จะนำไปดำเนินการจัดสร้างปฏิมากรรมขนาดเท่าตัวจริงของคุณเชิด ทรงศรี  เพื่อจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์ภาพยนตร์ไทย ณ หอภาพยนตร์แห่งชาติ ศาลายา
 
ผลงานภาพยนตร์ของเชิด ทรงศรี  อุดมไปด้วยบรรยากาศของวัฒนธรรมพื้นบ้าน รากที่จางหายไปที่คนในพ.ศ.นี้โหยหา  ภาพยนตร์เป็นอีกวิธีหนึ่งที่นำพาเราย้อนอดีต ผ่านบรรยากาศของวัฒนธรรม และวิธีคิดของคนในสังคมสะท้อนผ่านมุมมองของผู้กำกับ การนำภาพยนตร์ของเชิด ทรงศรี กลับมาฉายใหม่ในครั้งนี้  ผู้ชมจะได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศ และอรรถรสของความเป็นไทย  ผ่านฟิล์มภาพยนตร์ฉบับสมบูรณ์ทั้งภาพและเสียง    

แผลเก่า / 2520
ฉาย 23 กันยายน14.00 / 26 กันยายน 19.00
นำแสดงโดย      สรพงษ์ ชาตรี นันทนา เงากระจ่าง
สร้างจากบทประพันธ์คลาสิกของ ไม้ เมืองเดิม  เรื่องราวความรักของ ไอ้ขวัญ กับ อีเรียม ที่สุดท้ายกลายเป็นโศกนาฎกรรม ณ  ปลายทุ่ง คุ้งน้ำบางกะปิ  เคยทำสถิติรายได้สูงสุดเมื่อออกฉายครั้งแรกในปี 2513  ลบสถิติหนังทุกเรื่องที่เข้าฉายในเวลานั้นทั้งไทย และเทศ   นอกจากนี้  แผลเก่า  ยังได้ไปประกาศศักดาของหนังไทยคว้ารางวัลชนะเลิศจากงานประกวดภาพยนตร์ ณ เมืองน็องต์ ประเทศฝรั่งเศส เมื่อปี 2524   อีกทั้งยังเป็นหนังไทยที่ได้รับการกล่าวถึงให้นำกลับมาฉายใหม่มากที่สุดเรื่องหนึ่ง 
 
เพื่อน แพง / 2526
ฉาย 21 กันยายน 19.00 / 30 กันยายน 14.00
นำแสดงโดย      สรพงษ์ ชาตรี ชณุตพร วิศิษฎโสภณ คนึงนิจ ฤกษะสาร ปิยะ ตระกูลราษฎร์
สร้างจากบทประพันธ์ของยาขอบ  เรื่องราวความรักของ 1 ชาย  2 หญิง ระหว่างเจ้าลอ หนุ่มบ้านสร้าง  กับ เพื่อน แพง  สองสาวพี่น้อง    เพื่อน แพง ได้รับรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมประจำปี 2526 และรางวัลนักแสดงหน้าใหม่ยอดเยี่ยม, นักแสดงประกอบหญิงยอดเยี่ยม และได้รับโล่เกียรติยศจากกระทรวงศึกษาธิการในการเชิดชูเอกลักษณ์และวัฒนธรรมของชาติ
 
 
พลอยทะเล / 2530
ฉาย 24 กันยายน19.00 / 28 กันยายน 19.00
นำแสดงโดย      สรพงษ์ ชาตรี สินจัย หงษ์ไทย
ดัดแปลงจากเรื่อง สินในน้ำ ของ ไม้ เมืองเดิม  ที่ถ่ายทอดความรักระหว่าง ไอ้รุ่ง  อีกระถิน  และอีสำเภา  ที่มีพลอยล้ำค่าเป็นเครื่องพิสูจน์รักแท้
 
ทวิภพ / 2533
ฉาย 22 กันยายน14.00 / 27 กันยายน 19.00
นำแสดงโดย      ฉัตรชัย เปล่งพานิช จันจิรา จูแจ้ง
สร้างจากบทประพันธ์ยอดนิยมของทมยันตี   ที่นำเสนอเรื่องราวความรักต่างมติของหนุ่มสาวต่างยุคที่ฝ่ายสาว ล่วงล้ำมิติเวลาไปพบกับขุนนางหนุ่มในสมัยรัชกาลที่ 5  ผ่านบานกระจกโบราณ  โดยมีเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ในช่วงยุคล่าอาณานิคมเป็นฉากหลัง
 
อำแดงเหมือนกับนายริด / 2537          
ฉาย 25 กันยายน19.00 /29 กันยายน 14.00
นำแสดงโดย      สันติสุข พรหมศิริ จินตหรา สุขพัฒน์
ภาพยนตร์ไทยเรื่องแรกที่ได้รับเลือกให้ฉายเปิดงาน ในงานมหกรรมภาพยนตร์ Focus on Asia94 Fukuoka International Film Festival   อำแดงเหมือนกับนายริด  สร้างเรื่องจากเรื่องราวของอำแดงเหมือนหญิงไทยคนแรกที่ลุกขึ้นมาทวงสิทธิ์ความเท่าเทียมของผู้หญิงที่ได้มีการระบุไว้เป็นลายลักษณ์อักษร ในสมัยรัชกาลที่ 4 เรียกร้องให้มีการแก้กฎหมายที่พันธนาการผู้หญิงในยุคนั้นให้มีค่าความเป็นคนน้อยกว่าเพศชาย 
 
ผู้สนใจสามารถซื้อบัตรได้ที่โรงภาพยนตร์  บัตรราคา 120 บาท

ที่มา http://www.thaifilm.com/newsDetail.asp?id=309