ยึดมือถือใน”หนังรอบสื่อ” รับไม่ได้ครับ!

Home / ข่าวหนัง / ยึดมือถือใน”หนังรอบสื่อ” รับไม่ได้ครับ!

เท่าที่ทำงานด้านสื่อมา13 ปีเต็มผมสังเกตว่าช่วงเวลา 3 ปีที่ผ่านมาสิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมและนำมาซึ่งความขุ่นข้องหมองใจและน่าหงุดหงิดก็คือ ในหนังรอบสำคัญๆ นั้น ค่ายหนังจะมีนโยบายยึดมือถือของคนดูไว้ที่หน้าโรงเสมอๆ

มันไม่บ่อยนักหรอกครับแต่ก็มากขึ้นเรื่อยๆ จนระยะหลังๆ อาชีพที่เกี่ยวกับการดูหนังรอบสื่อ (เพื่อเอาไปทำงานนั้น) เกิดอาการ”บ๊าย…บาย” ต่อหนังรอบที่ว่านี้มากขึ้นทุกทีมากจนมีคนเริ่มพูดกันในวงกว้าง ว่าถ้าหนังของใครจะต้องยึดมือถือ เราก็กลับ ไม่ต้องดู ไม่ต้องรายงาน เพราะรับไม่ได้กับวิธีคิดแบบนี้

ผมนั้นพอจะเข้าใจความรู้สึกของทั้งสองฝ่ายอยู่พอสมควรเนื่องจากเคยมีโอกาสพูดคุยและเคยมีประสบการณ์ไปดูหนังรอบพิเศษ และไปเทศกาลหนังมาในหลายๆ ประเทศ ซึ่งก็พบว่าโดยหลักๆ ประเทศอื่นๆ ก็ “เคยมี” ก็ทำแบบนี้(โดยเฉพาะในเอเชียนั้น แทบทุกแห่งทำเหมือนกันหมด)

ผมไม่ชอบแน่นอนและไม่เก็ทวิธีคิดแบบนี้ ถึงขั้นเคยกลับบ้านและเลือกคืนตั๋ว โดยไม่โกรธค่ายหนัง ผมคิดว่าถ้าค่ายหนังมี “ความชอบธรรม” ที่จะใช้สิทธิในการยึดมือถือ(คำว่าฝากไม่น่าจะใช่ เพราะฝากคือเรื่องสมัครใจ แต่นโยบายนี้คือ ต้องโดนทุกคน) เราก็มีสิทธิที่จะปฏิเสธและไม่ทำตามพร้อมกับคืนตั๋ว และกลับบ้าน

ค่ายหนังก็มีเหตุผลคนดูอย่างสื่อก็มีเหตุผลเช่นกัน ค่ายหนังมีเหตุผลว่าป้องกันการแอบถ่ายจากมือถือ ที่เดี๋ยวนี้ถ่ายหนังได้เป็นเรื่องๆ แล้วนั้น คนทำงานสื่อก็มีเหตุผลง่ายๆ ว่า อ้าว…แล้วแบบนั้น เชิญ gu มาดูทำไม

ในบัตรเชิญเขียนว่า”ให้เกียรติร่วมดูหนังรอบปฐมทัศน์” นั่นแสดงว่าการ์ดเชิญก็ควรทำหน้าที่ในทางสังคมและมารยาทคือ ให้เกียรติกับการที่ “ไปเชิญเขามา” ด้วย

การยึดมือถือนั้นไม่ใช่ขนบธรรมเนียม หรือ tradition หรือกระทั่งพิธีกรรมทางวัฒนธรรมนะครับมันคือการจำกัดสิทธิพื้นฐาน (ที่ถึงแม้ว่า เราจะรู้และดันมีคนดูบางคนสะเออะ คุยมือถือในโรงหนังอยู่ทุกรอบก็ตาม)

ตอนนี้นักวิจารณ์หนังและนักข่าวหลายส่วนมีความเห็นร่วมกันว่าค่ายหนังไม่ควรยึดมือถือของสื่อ แต่ผมคิดว่า วิธีการแสดงออกที่ดีและไม่ต้องไป “ระเบิดแตก” หน้าโรงก็คือคืนตั๋ว และ go home

มันคือวิธีการที่ละมุนละม่อมและสง่างามที่สุดยิ่งไม่โกรธค่ายหนัง ยิ่งหลุดพ้น สง่างามสองชั้นเข้าไปอีก (รู้จักที่จะหยิ่งเสียบ้างเถอะ ว่างั้น)

เขียนแบบกำปั้นทุบดิน(บนสนามบอล เพราะมันนิ่มหน่อย) ก็คือ ไม่ว่าค่ายหนังมีนโยบายอย่างไร ผมขอชัดเจนว่ารับไม่ได้ และไม่ได้เรียกให้ค่ายหนังต้องแสดงอะไร กล่าวคือ ถ้ารอบไหนยึดมือถือ ก็กลับบ้าน (ไม่เห็นต้องดูไม่ตายเสียหน่อย และบางทีหนังเรื่องนั้น ก็ห่วยแตกสิ้นดี) 

แต่ลองมองอีกมุมหนึ่งบ้าง ลองพยายามจะเข้าใจความรู้สึกของค่ายหนังดูบ้างเพื่อความยุติธรรมของอีกฝ่าย  เรายอมรับกันได้ไหมล่ะว่า ในบางประเทศของโลกใบนี้ ก็มีสื่อทั้งดีและเลว มีสื่อแอบแฝงหรือไม่แอบแฝง ที่แอบรับจ๊อบถ่ายหนัง หรือแทรกตัวปะปนเข้าไปแอบถ่ายหนัง เสร็จแล้วก็ส่งต่อไปไหนไม่รู้ จนมันกลายมาเป็นแผ่นตามสีลมบ้าง คลองถมบ้าง ฯลฯ

นี่เป็นปัญหาโลกแตกเหมือนกันครับสำหรับค่ายหนังเพราะวิธีการที่จะลักลอบถ่ายหนังของคนนั้น มันหลากหลายแนวทางยิ่งกว่าเวทมนตร์ของพ่อมดน้อยแฮร์รี่เสียอีก

เมื่อโลกหมุนๆกลิ้งๆ มาถึงต้นศตวรรษที่ 21 นั้นภาพยนตร์ไม่ใช่วัฒนธรรมบันเทิงอีกต่อไป มัน “แบกรับ” ความคาดหวังมหาศาลของซีอีโอค่ายหนังและกลายสภาพเป็นสินค้าที่แพงบรรลัย ซึ่งลงทุนมโหฬารในการกู้เงินทองกลับมาเป็นพันๆ ล้านบาท

เมื่อถูกกระทำชำเราบ่อยๆค่ายหนังก็ต้องหากลวิธีป้องกัน (พร้อมๆกับคิดการตลาดเจ้าเล่ห์ว่า ยิ่งพรีเซ้นต์การยึดมือถือได้ เป็นที่รับรู้เท่าใด หนังก็จะตูมตามในเชิงจิตวิทยา สร้างประโยชน์ในเชิง benefit ไปด้วยว่า”อุ๊ย หนังเขาดี จึงยึดมือถือ” จนเป็นข่าว)

แต่เรื่องแบบนี้คิดโดยรอบไม่รู้ใครได้ใครเสีย

ค่ายหนังได้จริงหรือลองคิดดูดีๆ

ในฐานะคนดูหนังธรรมดาคนหนึ่งผมไม่ได้เสียหายอะไร เพราะไปดูรอบปกติได้ (ซึ่งไม่เกิน1 หรือ2 วันหนังก็จะเข้าฉายแล้ว) นโยบายแบบนี้อาจจะมีต่อไปก็ได้ครับผมไม่ขวาง แต่ไม่ขอร่วมสนุกด้วย

เพราะการขับรถเตรียมตัวออกจากที่ทำงานไปถึงต้องเดินแก่ว กินข้าว นั่งรอ อดทนดูหนังตัวอย่าง จนชมหนังเรื่องนั้นจบลง ทุกวันนี้ใช้เวลาเกือบ 6 ชั่วโมงก็ถือว่าเยอะไปแล้ว (นี่ตีว่าออกจากที่ทำงานเวลา 16.00 น. เพื่อหนีรถติดมหาศาลในบางเส้นหนังไปจบเวลา 22.30 น.เสมอ)

ฉะนั้นเรื่องที่ค่อยๆ ร้อนในประเด็นยึดมือถือของค่ายหนังนั้น ควรจะลองคิดให้ดี คิดเยอะๆ อย่าคิดน้อยๆ และถ้ายังยืนยันว่าจะยึดมือถือสื่อต่อไป

กรุณลบคำว่า”กรุณาให้เกียรติร่วมชมภาพยนตร์ในรอบปฐมทัศน์” ในการ์ดออกด้วย

เพราะถึงเป็นคนไม่ค่อยฉลาดแถมเขียนหนังสือไม่ค่อยเป็น แต่ประโยคที่ว่านั้น

สัตว์เลี้ยงที่บ้านยังเข้าใจ

สวัสดีและขอบคุณ

นันทขว้าง สิรสุนทร

ที่มาจากหนังสือพิมพ์

ใจเขาใจเราครับ แหะแหะ หยิบเอามาฝาก