แถลงข่าวภาพยนตร์หลอนระทึก?วิญญาณโลกคนตาย?

Home / ข่าวหนัง / แถลงข่าวภาพยนตร์หลอนระทึก?วิญญาณโลกคนตาย?

เปิดแถลงข่าวไปแล้วเรียบร้อยสำหรับภาพยนตร์ผีหลอนระทึกส่งท้ายปีเรื่อง วิญญาณโลกคนตาย (The Spititual World) ผลงานของผู้กำกับหน้าใหม่อย่าง ธราเทพ ทิวสมบุญ เมื่อวันที่ 3 ตุลาคมที่ผ่านมา ณ ลานหน้าโรงภาพยนตร์ SF Cinema City มาบุญครอง ชั้น 7

เปิดประตูสู่โลกแห่งวิญญาณด้วยการพูดคุยกับโปรดิวเซอร์ ยอด สุขวิวัฒน์ และผู้กำกับ ธราเทพ ทิวสมบุญ ถึงรายละเอียดและเบื้องหลังการทำงานของภาพยนตร์ผี-ระทึกขวัญเรื่องนี้ที่จะนำพาผู้ชมดิ่งลึกสู่โลกของคนตายและสั่นประสาทด้วยเสียงแห่งวิญญาณที่จะมาหายใจรดต้นคอ

หลังจากนั้นก็เชิญสองนักแสดงรุ่นใหม่มากฝีมืออย่าง โอ อนุชิต สพันธุ์พงษ์ และ รัน ณัทธมนกาญจน์ ศรีนิกรโชติ ที่พลิกคาแร็คเตอร์แบบไม่เหลือเค้าเดิมกันเลย ขึ้นมาร่วมพูดคุยและถ่ายทอดความหลอนระทึกสู่ผู้ชมกันแบบเต็ม ๆ ซึ่งสุดท้ายผู้กำกับฯ ก็ได้ย้ำหนักแน่นถึงผลงานเรื่องแรกนี้ว่า ผมจะทำให้คนดูกลับบ้านไปเห็นผี

วิญญาณโลกคนตาย พร้อมเปิดโสตสัมผัสแห่งความตาย 8 พฤศจิกายนนี้ ทุกโรงภาพยนตร์


ต่อมา เรามารู้จักคาแรคเตอร์ของนักแสดงทั้งสองคนนี้กันหล่ะ

นางเอกของเรื่อง รัน ณัทธมนกาญจน์ ศรีนิกรโชติ เล่นเป็นคนเห็นวิญญาณที่ไร้ร่าง

ณัทธมนกาญจน์ ศรีนิกรโชติ (รับบทเป็น มิ้ง) – หญิงสาวอายุ 20 ปี รูปร่างผอม ผมยาว เป็นโรคหอบหืด มิ้งเป็นคนที่ชอบเก็บตัว ทุกข์ทรมานกับการมองเห็นในแบบที่หลายคนไม่เคยรับรู้ เธอสามารถมองเห็นโลกแห่งความตาย และวิญญาณที่ยังไม่ไปผุดไปเกิด เธอต้องหลีกหนีวิญญาณเร่ร่อนที่คอยตามหลอกหลอน ไปอยู่ตามบ้านผีสิง เพราะเธอเชื่อว่าวิญญาณเฮี้ยนเหล่านั้นจะช่วยคุ้มครองเธอได้จากอะไรบางอย่างที่สยองยิ่งกว่า

ในเรื่องนี้รับบทเป็น มิ้ง ค่ะ ต้องบอกว่าเป็นอะไรที่ยากมาก เพราะว่าตัวมิ้งเค้าเป็นผู้หญิงที่มีความทรงจำในอดีตซึ่งฝังใจเค้า ทำให้มีผลกระทบในการเจริญเติบโต และนิสัยใจคอด้วย ทำให้มิ้งเป็นคนที่โดยรวม ๆ แล้วสามารถมองเห็นวิญญาณได้ แต่เค้าแปลกจากคนอื่นว่าเค้าไม่กลัว เหมือนเป็นเรื่องปกติ เค้าสามารถเห็นได้ทั้งโลกคนเป็นและโลกคนตาย ก็เลยมีเรื่องมาว่า วิญญาณ โลกคนตาย เพราะว่าตัวมิ้งเนี่ยสามารถเห็นว่าคนนี้ตายยังไง ก่อนตายเกิดอะไรขึ้นมาบ้าง เหมือนเป็นคนที่สื่อสารได้ โดยนิสัยเค้าแล้วก็เป็นคนที่ซ่อนความเจ็บปวดไว้ข้างใน และเวลาเล่นก็ค่อนข้างยาก เพราะมันจะออกมาทางสายตามากกว่า แล้วพอคัทปุ๊บ พี่ทีมงานต้องปล่อยให้รันอยู่คนเดียวก่อน เพราะว่าพอเล่นปุ๊บแล้วมันพีคสุดไปเลย หนูก็ต้องนิ่งซักพักก่อน เพราะว่ามันเหมือนกับว่า มันเหมือนติดมิ้งเข้าไปข้างในตรงที่เครียดมาก ถ้าได้ดูจะรู้สึกว่าอินกับมิ้งมากนะคะ แล้วพอแต่ละคัท มันก็ต้องใช้เวลาพักนิดนึงอะไรอย่างงี้ค่ะ มันยากค่ะ

จริง ๆ แล้วมันยากมากทุกฉากนะคะ คือถ้าได้ดูจะรู้เลยว่ามันยากมาก แต่ถ้าถามว่าฉากไหนที่มันยากที่สุด ก็คงเป็น…รันว่ามันน่าจะเป็นฉากที่รันต้องเข้ามาในบ้านพี่โอนี่ล่ะค่ะ มันเหมือนว่าจะโดนวิญญาณเข้า และรันต้องเล่นเป็น 2 บุคลิก คือทั้งตัวมิ้ง และก็ตัวที่เข้ามาสิงในตัวมิ้ง ซึ่งมันเล่นยากมาก ๆ เพราะเราโดนอีกตัวเข้ามาอยู่ในตัวเราด้วย และอารมณ์มันต่างกัน จะต้องขัดแย้งกัน แล้วเหมือนเค้าเข้า แล้วเราก็ต้องดึงตัวเองออก เล่นยาก พอเล่นจบปุ๊บ รันน็อคไปเลย เพราะมันยากมากค่ะ

คือรันว่าหนังผีแต่ละเรื่องมันต้องต่างกันอยู่แล้ว แต่ในเรื่อง วิญญาณฯ นี้ สิ่งที่รันชอบมากที่สุดก็คือ เรื่องการวางโครงเรื่อง เนื้อเรื่อง ซึ่งพี่อ้นเค้าค่อนข้างพยายามดูมุมมองในหลาย ๆ มุมว่า อยากให้เนื้อเรื่องออกมาแบบไหน เพื่อให้คนดูสนใจ อันนี้มันจะมีทั้งแนวผีเข้ามาเกี่ยวข้อง แล้วก็เรื่องลึกลับเข้ามาเกี่ยวข้อง และที่สำคัญก็จะมีแนวดราม่าด้วย คือคนเข้าไปดูก็จะได้ข้อคิดกลับไปด้วย ไม่ใช่เข้าไปดูเพื่อการกลัวผีเพียงอย่างเดียว แต่เข้าไปดูเพื่อให้เห็นชีวิตของคน ๆ หนึ่ง รันรู้สึกว่ามันก็เป็นหนังที่แตกต่างจากเรื่องอื่น มันจะเป็นการผูกปมแต่ละเรื่อง ที่คนดูจะต้องคิดตามไปด้วยค่ะ


โอ อนุชิต สพันธุ์พงษ์ พระเอกของเรื่อง ซึ่ง ต้องอยู่กับร่างที่ไร้วิญญาณจนดูเอ๋อๆ

อนุชิต สพันธุ์พงษ์ (รับบทเป็น  บัติ) – หมอผ่าศพวัย 25 ปี หน้าตาคมสัน ผิวคล้ำ เดินไม่ถนัด (ขามีบาดแผลใหญ่) มีเพื่อนเป็นเหล่าร่างไร้วิญญาณในห้องดับจิต เขามีความสามารถประเมินสาเหตุของการตายได้จากการวินิจฉัยศพ ดูเป็นคนมีหลักการ มีระเบียบ มีความอดทน และเป็นคนชอบวางแผนและมีความรอบคอบเสมอ ลักษณะเหมือนโรคจิตนิด ๆ ชอบการชำแหละศพ โดยปกติหูมักจะได้ยินเสียงแปลก ๆ เสมอ นั่นอาจจะเป็นเสียงวิญญาณที่ตามหลอนเขาอยู่ก็เป็นได้ มีปมในใจในเรื่องการตายของพ่อ ซึ่งทำให้เขาต้องตามหามิ้ง เพื่อให้ช่วยไขความลับในอดีตที่ค้างคาใจมานาน

เรื่องนี้ผมก็จะรับบทเป็น บัติ แพทย์นิติเวชหรือหมอผ่าศพที่มีอาการทางจิตนะครับ คาแร็คเตอร์เรื่องนี้ก็จะแตกต่างจาก 2 เรื่องแรกไปเลยครับ จาก 15 ค่ำ เดือน 11 ก็จะเป็นเด็กอีสาน ส่วน โหมโรง ก็จะเป็นเด็กไทยและก็เป็นหนังพีเรียด แต่ว่าด้วยวัยของ 15 ค่ำฯ กับ โหมโรง ก็จะเป็นวัยรุ่น แต่ว่าเรื่องนี้จะอยู่ในวัยทำงาน เพราะว่าเค้าเป็นแพทย์นิติเวช ก็จะโตขึ้นมาก จะมีความเงียบขรึม แล้วก็มีอาการทางจิตนิด ๆ ด้วยครับ

ฉากในห้องผ่าตัด ก็สนุกดีครับ มันก็จะมีศพที่ถูกผ่าทิ้งไว้ แล้วเราก็จะได้เห็นว่าศพที่เค้าผ่าท้อง เปิดช่องท้อง มันเป็นยังไง ก็จะแหวะ ๆ หน่อย แต่มันก็จะสนุกดี เพราะว่าจะมีซีนที่ต้องก้มหน้าเข้าไปใกล้ ๆ แล้วก็คุยกับศพ ถามว่าเป็นอะไรตาย เหมือนกับทุกครั้งเค้าจะระบาย… คือผมเชื่อว่าตัวละครของบัติ ช่วงเวลาที่เค้าเป็นส่วนตัวที่สุด คือตอนที่เค้าอยู่ในห้องผ่าศพ ระหว่างที่เค้าพิสูจน์ว่าใครเป็นอะไรตาย เป็นการที่เค้าได้ระบายกับศพ

พูดถึงเสน่ห์ของภาพยนตร์ก็คงจะเป็นเรื่องเทคนิคต่าง ๆ ซึ่งบางทีมันคงจะแปลกใหม่ในการเป็นภาพยนตร์ไทย เพราะพี่อ้นพยายามที่จะนำเสนอหนังผีซึ่งจะไม่ให้เหมือนกับหนังผีหนังไทยเรื่องอื่น ๆ ที่เคยมีมา ด้วยบทด้วยคาแร็คเตอร์ มันไม่ใช่หนังผีตุ้งแช่อ่ะครับ แต่มันจะเป็นหนังผีแบบลึก ๆ นิ่ง ๆ ประมาณนี้ ก็จะแตกต่างจากเรื่องอื่น ๆ คือคนไหนที่ชอบดูหนังแนว ๆ หนังนิ่ง ๆ ค่อย ๆ ไป มันจะไม่ได้น่ากลัวแบบแฮ่ ๆ แต่มันจะรู้สึกน่ากลัวแบบเย็น ๆ เยียบ ๆ อยู่ข้างในอะไรอย่างงี้ ก็น่าจะชอบภาพยนตร์เรื่องนี้ และด้วยการแสดงของผมและรัน คือทุกคนก็จะตั้งใจทำงานอย่างดีอ่ะครับ คือถ้าแฟน ๆ ที่ชอบผลงานของผม ก็คงจะได้เห็นผมในอีกแง่มุมหนึ่ง อีกภาพลักษณ์หนึ่ง ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วผมจะชอบภาพลักษณ์นี้มากครับ


 

ปิดท้ายด้วยหนังตัวอย่าง