ทำไม?…ใครๆ ก็รัก มิตร ชัยบัญชา

Home / ข่าวหนัง / ทำไม?…ใครๆ ก็รัก มิตร ชัยบัญชา

ถึงวันนี้ 8 ตุลาคม 2550 เป็นเวลา 37 ปีเต็มแล้ว กับการจากไปของพระเอกตลอดกาล มิตร ชัยบัญชา ซึ่งได้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุตกเฮลิคอปเตอร์ระหว่างการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง “อินทรีทอง” ณ แหลมไม้รวก หาดดงตาล ตำบลหนองปรือ พัทยาใต้ จ.ชลบุรี

แม้เวลานั้นจะล่วงเลยมาหลายปี แต่ความทรงจำของแฟนๆ ที่มีต่อพระเอกผู้สร้างตำนานหนัง “มิตร-เพชรา” (เพชรา เชาวราษฎร์) ก็ยังคงไม่เสื่อมคลายภาพของมหาชนนับแสนที่ไปร่วมงานพระราชทานเพลิงศพ เมื่อวันที่  21 มกราคม  2514 ณ วัดเทพศิรินทร์ (ย้ายมาจากวัดแคนางเลิ้ง) คือการยืนยันความเป็นคนของประชาชนในเวลานั้น ตามมาด้วยการร่วมไว้อาลัยจากเพื่อนร่วมวงการในทุกหย่อมหญ้า แต่สิ่งที่พิสูจน์ความเป็นอมตะของ มิตร ชัยบัญชา ได้ดีที่สุดก็คือแฟนๆ ของมิตร ที่ยังรักและผูกพันกับพระเอกของพวกเขามาจนถึงทุกวันนี้ 
 
การที่คนคนหนึ่งจะมีคนรักมากขนาดนี้ต้องมีเหตุผล แล้วอะไรคือสิ่งที่ มิตร ชัยบัญชา  ได้ทำไว้ และส่งผลมาจนถึงปัจจุบัน?
 
แน่นอนว่า ผลงานทางการแสดงภาพยนตร์คือสาเหตุหลักๆ ที่ประชาชนชื่นชอบมิตร หรืออย่างน้อยนั่นก็คือหน้าต่างบานแรกที่ทำให้พวกเขาได้รู้จักกับสุดยอดนักแสดงผู้นี้  แต่ในความเป็นจริง สิ่งที่ทำให้มิตรถูกยกย่องว่าเป็นยอดคนในประวัติศาสตร์วงการภาพยนตร์ก็คือ อุปนิสัยใจคอของเขา ซึ่งทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า มิตร ชัยบัญชา เป็นคนมีอัธยาศัยไมตรี ตรงต่อเวลา และเห็นใจผู้อื่น 

เรื่องความโอบอ้อมอารีของมิตรที่ยังถูกพูดถึงทุกวันนี้ มีอยู่หลายเหตุการณ์ หนึ่งในนั้นคือตอนที่เขาเคยพบเพื่อนเก่าที่ป้ายรถเมล์ ทำงานเป็นช่างตัดผม ด้วยความเห็นใจมิตรได้ควักเงิน 6,000 บาท เพื่อให้เพื่อนคนนั้นนำไปซื้อรถมอเตอร์ไซค์ขี่ไปทำงาน และอีกเหตุการณ์หนึ่ง มิตรเคยถูกผู้ชายแต่งกายเป็นทหารอากาศขอยืมเงินไป 40,000 บาท แต่ไม่ได้คืน เพราะความโอบอ้อมอารีของเขา ทำให้ชีวิตประจำวันของ มิตร ชัยบัญชา พกเงินติดตัวไม่ได้ เพราะจะถูกเพื่อนขอยืมหมด 

นอกจากเพื่อนพ้องแล้ว มิตรยังมีน้ำใจต่อคนในวงการเป็นอย่างมาก เจ้าของหนังรายใดทุนน้อย มิตรจะให้คิวเต็มที่เพื่อจะได้ปิดกล้องและเข้าฉายได้เร็ว ไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ ขณะที่เรื่องของการบริจาคเพื่อสาธารณกุศลมิตรก็ได้ทำไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการบริจาคเงิน 10,000 บาท ร่วมกับ ยิ่งยง สะเด็ดยาด เข้ามูลนิธิสงเคราะห์ผู้พิการในพระบรมราชินูปถัมภ์ บริจาคเงินส่วนตัวสร้างโบสถ์วัดแคนางเลิ้ง 46,500 บาท เป็นเจ้าภาพทอดกฐินวัดแคนางเลิ้งช่วงปี 2510-2513 ได้เงินรวม 402,086 บาท และบริจาคเงินเป็นกองทุนสร้างอนุสาวรีย์เจ้ากาวิลละ จังหวัดเชียงใหม่ เป็นเงิน 12,900 บาท

ไม่ใช่เพียงแค่นั้น มิตรยังเป็นคนที่สำนึกบุญคุณต่อผู้มีพระคุณเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะประชาชน ซึ่งเขาแสดงออกด้วยการจัดทำ ส.ค.ส. เป็นจำนวนมาก เพื่อส่งความสุขให้กับแฟนภาพยนตร์ของเขาที่ให้ความเมตตา โดยใน ส.ค.ส. นั้นจะมีข้อความว่า  “มิตร ชัยบัญชา ถือกำเนิดได้ เพราะประชาชนกำหนด จึงน้อมรำลึกถึงพระคุณของท่าน”

จากความงดงามทางการกระทำที่มิตรได้สร้างเอาไว้ เมื่อเขาได้จากไปสิ่งที่สะท้อนออกมาก็คือความรู้สึกอาลัยอาวรณ์ต่อสุภาพบุรุษแห่งวงการภาพยนตร์คนนี้ ซึ่งในความรู้สึกของคนบางคนอาจจะมีมากกว่าเมื่อตอนที่เขามีชีวิตอยู่เสียด้วยซ้ำ ดังเช่นคำกล่าวของ “สนทะเล” คอลัมนิสต์ชื่อดังที่เขียนไว้ในคอลัมน์โลกโสภา ดาราโสภี ของนสพ.เดลินิวส์ ในตอนหนึ่งว่า “แม้ว่าจะไม่ได้เป็นแฟนมิตร…แต่เราก็ดูหนังของ มิตร ชัยบัญชา มาเรื่อยๆ ทั้งในจอผ้าและจอแก้ว…อาลัยสงสาร มิตร ชัยบัญชา อย่างบอกไม่ถูก 

เราไม่ชอบบทบาทของเขามากเท่าไหร่นัก…อาจเป็นเพราะเราดูหนังที่เขาแสดงมากเกินไป แต่เมื่อเขาตายไปแล้ว ตลอดทั้งคืนเราเห็นแต่รอยยิ้มของมิตร…เห็นท่าทางกระโดดโลดเต้นที่ไม่เห็นจะสวยงามสักหน่อย เห็นท่าทางของเขาทุกอากัปกิริยาที่ปรากฏขึ้นในจอหนัง

เราเห็นมันด้วยความอาลัย…ว่าตั้งแต่นี้เป็นต้นไปเราจะไม่ได้พบเห็นมันอีกแล้ว

ภาพเหล่านั้นกลับประทับลงในใจของเราได้อย่างประหลาด…ทำให้เสียดาย…ทำให้คิดถึง…ทำให้เห็นคุณค่าแห่งความยิ่งใหญ่ของเขาขึ้นมาอย่างฉับพลัน เขาคือ มิตร ชัยบัญชา ที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน…และเรารู้ดีว่า เมื่อเขาจากไปแล้วไม่มีใครแทนที่เขาได้…ในหัวใจของแฟนหนังไทยทั้งมวล รวมทั้งเราด้วย”

อย่างที่กล่าวไว้ในตอนต้นว่า ความเป็นอมตะของ มิตร ชัยบัญชา ยังคงยืนยงจวบจนถึงปัจจุบัน ทุกวันนี้ยังคงมีแฟนๆ ของมิตรอยู่อีกมากมายนับไม่ถ้วน   อย่าง ประยุทธ เสมานนท์ หนุ่มใหญ่ชาวประจวบคีรีขันธ์ ทุกวันนี้เขายังผูกพันกับพระเอกมิตรมาโดยตลอด ซึ่งเขาได้กล่าวถึงขวัญใจของตัวเองว่า “ตอนที่เราเป็นเด็กตอนแรกก็ชอบตามพ่อแม่ จากนั้นความรู้สึกของเราก็รู้สึกว่าคุณมิตรเป็นคนที่ดูดีเสมอไม่ว่าเขาจะอยู่ในเวลาไหน เป็นผู้ชายที่ดูใจดี ดูอบอุ่น อะไรประมาณนี้ ที่บ้านชอบทั้งครอบครัวเลย ที่ติดตามผลงานของเขามาจนถึงทุกวันนี้มันเป็นความรู้สึกที่ว่า เราดูหนังเขาแล้วประทับใจ เรื่องนั้นก็สนุก เรื่องนี้ก็สนุก คือสมัยนั้นเราอยู่บ้านนอก พอมีหนังกางแปลงของมิตรมาฉายก็จะพากันไปดูทั้งบ้าน ยิ่งเป็นหนังของ มิตร-เพชรา นี่ยิ่งพลาดไม่ได้เลย ต้องดู…ชอบมาก  เราจะคอยดูตามสื่อว่า เขาจะจัดงานเมื่อไหร่ วันไหน อะไรบ้าง แล้วก็จะรีบมาทันที เวลามาแล้วก็จะต้องหาซื้อซีดี รูป โปสเตอร์ ของคุณมิตร อะไรที่ยังไม่มีก็จะพยายามหาซื้อให้เจอ”

เช่นเดียวกับ ชันษา คงคานนท์ ซึ่งเกิดในยุคเดียวกับ มิตร ชัยบัญชา และเป็นแฟนหนังตัวยงของมิตร แม้วันนี้อายุอานามของเขาจะผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก แต่ก็ยังไม่เคยลืมเมื่อถามถึง มิตร ชัยบัญชา “ก็ติดตามผลงานเขามาตั้งแต่หนังเรื่อง “อินทรีแดง” จากนั้นก็ดูมาอีกเยอะแยะหลายเรื่อง เพราะว่าเราอยู่ในรุ่นๆ เดียวกัน สิ่งที่ทำให้เราประทับใจในตัวเขาก็คือการแสดง ซึ่งที่ผ่านมาคุณมิตรเล่นหนังมาแล้วหลายเรื่อง หลายบทบาท อีกอย่างเขาก็เป็นคนที่รูปร่างดี นิสัยดี สิ่งเหล่านี้ทำให้เราติดตามผลงานของเขามาเรื่อยๆ ผมค่อนข้างรู้สึกผูกพันกับดาราคนนี้พอสมควร จากการที่เราดูหนังของเขามาตลอดจนกระทั่งวาระสุดท้ายของเขา” แฟนหนัง มิตร ชัยบัญชา กล่าว

ขณะที่ผู้ที่ทำหน้าที่สื่อและคอลัมนิสต์อย่าง อุทัย มีสีสรรพ์ การคร่ำหวอดอยู่ในวงการบันเทิงมานับสิบปี รวมไปถึงในยุคของมิตร-เพชรา ทำให้เขายังจดจำภาพของ มิตรชัย บัญชา อย่างแม่นยำ และได้พูดถึงพระเอกอมตะผู้นี้ว่า “ถ้าพูดถึงเรื่องของหนังคุณมิตร ชัยบัญชา เราดูหนังของเขามาตั้งแต่เด็กและเขาจะเป็นขวัญใจของเรามากๆ คือหนังแต่ละเรื่องของเขาจะมีประวัติความเป็นมา สมัยก่อนเราอยู่บ้านนอกเวลาที่มีหนังมาปิดวิกล้อมผ้า เราไม่มีตังค์ก็ต้องปีนต้นไม้เพราะด้วยความที่ว่าเราอยากดู ถือว่าเป็นความผูกพันอย่างหนึ่ง คือเราเป็นแฟนของ มิตร ชัยบัญชา มาค่อนข้างจะยาวนาน พอเราทราบข่าวว่าเขาตกเครื่องบิน ตอนแรกเรายังคิดว่าเป็นเรื่องตลก ซึ่งในตอนนั้นเขาถ่ายหนังเรื่อง อินทรีทอง คือถ้าจะพูดตรงๆ ก็คือไม่มีใครรู้ว่า มิตร ชัยบัญชา กำลังคิดอะไรอยู่ในตอนนั้น”
 
มนต์ขลังของ มิตร ชัยบัญชา ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในหมู่คนที่เกิดในยุคสมัยเดียวกันเท่านั้น แต่ยังส่งผลถึงคนรุ่นหลังอีกด้วย อย่างเช่น  สุทธิพจน์ วงศ์ศรีใส หนึ่งในสมาชิกชมรม “คนรัก มิตร ชัยบัญชา” ที่แม้จะเริ่มมาสนใจเรื่องราวของมิตรในช่วงหลัง แต่เมื่อมีกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับมิตร เขาก็จะมาร่วมช่วยเหลือโดยตลอด

“เท่าที่ผมจำความได้เกี่ยวกับคุณมิตร ชัยบัญชา ก็ประมาณปี  2518 แต่จริงๆ มาเริ่มสนใจในตอนหลัง คือตอน  2518 ได้ดูหนังของเขาบ้างแต่ก็ดูแบบผ่านๆ เพราะว่าช่วงที่ผมเป็นวัยรุ่นผมสนใจหนังของพวก กรุง ศรีวิไล สรพงศ์ ชาตรี มากกว่า มาสนใจหนังมิตรอีกรอบก็ประมาณปี  2523 เพราะตอนนั้นเขามีหนังของ มิตร ชัยบัญชา กลับมาฉายอีกรอบหนึ่ง เป็นหนัง  35 มม. เรื่อง “เพชรตัดเพชร” และ “คนเหนือคน” ทีนี้พอมาเริ่มดูก็รู้สึกว่า พระเอกคนนี้เขามีอะไรในตัวของเขา คือเหมือนกับว่าเขามีเสน่ห์ในตัวเอง จะไม่เหมือนพระเอกคนอื่น คือพระเอกทั่วๆ ไปจะมีความหล่อ หุ่นดี แต่คุณมิตรนอกจากจะมี  2 สิ่งนี้แล้วเขายังมีเสน่ห์อย่างอื่นอีก คือหนังของเขาดูได้หลายรอบ ดูยังไงก็ไม่เบื่อ นี่คือความรู้สึกของตัวผมนะครับ” สุทธิพจน์กล่าว

เมื่อถามว่าอะไรคือเหตุผลสำคัญที่ทำให้ มิตร ชัยบัญชา ยังเป็นขวัญใจมหาชนมาจนถึงทุกวันนี้ สุทธิพจน์ได้ให้ความเห็นว่า  “อย่างแรกเลยผมว่า เขาเป็นคนที่ทำอะไรแล้วตั้งใจ ทำอะไรทำจริง และมีความจริงใจ และสิ่งที่แฟนๆ ของมิตรพูดเหมือนกัน ซึ่งผมก็คิดอย่างนั้นด้วย คือ มิตรเป็นคนที่มีน้ำใจ ชอบช่วยเหลือคน ซึ่งจุดนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีมาก ใครๆ ก็อยากจะเอาเยี่ยงอย่าง ผมเองก็อยากทำอย่างนั้น เพราะว่าการช่วยเหลือคนนั้นเป็นสิ่งที่ดี ผมว่าจุดนี้แหละคือสิ่งสำคัญที่ทำให้ทุกคนรักเขา”

สุทธิพจน์ ยอมรับด้วยว่า มิตร ชัยบัญชา ได้มีอิทธิพลต่อชีวิตของตน โดยเฉพาะในเรื่องของความมีน้ำใจต่อผู้อื่นที่พระเอกผู้นี้ได้ปฏิบัติอยู่เสมอเมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่

“ชีวิตของคุณมิตรยังมีอิทธิพลต่อการใช้ชีวิตประจำวันของเราด้วย ก็คือผมเอาตัวอย่างอย่างเขา ผมชอบช่วยเหลือคนเหมือนกัน ซึ่งสิ่งนี้ผมจะทำไปเรื่อยๆ นี่คือสิ่งที่ผมได้จากเขา” หนึ่งในสมาชิกชมรมคนรักมิตรฯ กล่าวอย่างภาคภูมิใจ

สุวรรณี เสริมพงศ์สุวัฒน์ เป็นคนรุ่นหลังอีกคนที่มีความรู้สึกผูกพันต่อ มิตร ชัยบัญชา โดยเธอเล่าให้เราฟังว่า “ครั้งแรกที่ได้สัมผัสกับผลงานของ มิตร ชัยบัญชา ก็น่าจะประมาณสัก  6-7 ขวบ เพราะว่าที่บ้านเราคุณพ่อกับคุณแม่เขาจะดูหนังของมิตร ทำให้เราดูตาม ก็ยังถามแม่อยู่เลยว่าคนนี้เป็นใคร แม่ก็บอกว่าคนนี้เป็นพระเอกหนังดังมากเลยนะ เราก็จะติดและชอบหนังของคุณมิตรมาตั้งแต่ตอนนั้น  

ตอนที่คุณมิตรเสียชีวิต ตอนนั้นเด็กมากค่ะ ประมาณ  4 ขวบ ยังจำได้คร่าวๆ ว่าคุณแม่ร้องไห้นะ แต่ตอนนั้นเราก็ยังเด็กไม่ค่อยรู้อะไร แต่มาถึงตอนนี้เรายังรู้สึกชอบพระเอกคนนี้มาตลอด รู้สึกว่าคุณมิตรเขาเป็นคนเก่ง แสดงหนังเก่ง และชอบคุณเพชรา เชาวราษฎร์ ตรงที่เขาเป็นคนสวย คือดูแล้วจะติดทั้งคู่ชอบทั้งสองคน พวกเขาคือขวัญใจเบอร์หนึ่งที่เราชอบมาตั้งแต่เด็ก”
และสุวรรณีก็เหมือนกับแฟนๆ มิตร ชัยบัญชา คนอื่นๆ ที่ยังคงรู้สึกได้ถึงความเป็นอมตะของพระเอกผู้ยิ่งใหญ่คนนี้ ที่ยังไงก็ไม่มีใครมาทดแทนได้ 

“เรามีความรู้สึกว่า เขาเป็นอมตะ คือดารารุ่นใหม่ก็สู้ไม่ได้ ถ้าจะบอกว่าเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตก็ใช่ค่ะ คือชอบดูหนังตั้งแต่เด็ก ดูแล้วรู้สึกว่าคุณมิตรเป็นคนเก่ง เขาทำให้เรากลายเป็นคนชอบดูหนัง แต่ในความรู้สึกก็คือคนอื่นไม่มีใครสู้คุณมิตรได้” แฟนหนัง มิตร ชัยบัญชา กล่าวปิดท้าย
 
เรื่อง : ฟอร์แบง 
ข้อมูลอ้างอิง 
วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
 

Forever in my he ความทรงจำแด่ มิตร ชัยบัญชา
เขียนโดย อิงคศักย์ เกตุหอม
www.thaifilm.com

ที่มา สยามดารา