ดาราแห่สักหนุนดวง ช่วยได้จริงหรือสักแต่ว่า…

Home / ข่าวหนัง / ดาราแห่สักหนุนดวง ช่วยได้จริงหรือสักแต่ว่า…

เป็นที่เลื่องชื่อจริงๆ สำหรับ อาจารย์หนู กันภัย สำหรับเรื่องการสักยันต์ ดังถึงขั้นที่นางเอกสาวแห่งฮอลลีวู้ด แองเจลินา โจลี ต้องบินมาสักกันถึงที่เมืองไทยกันเลย แต่เอ๊ะๆ บรรดานักแสดงในเมืองไทย ก็ใช่ว่าจะน้อยหน้าดาราอินเตอร์ซะที่ไหน เพราะหลายต่อหลายคน แห่ไปสักกันเพียบไปหมด และใช่ว่าจะมีแต่ผู้ชายนะที่ไปขอสัก ผู้หญิงเขาก็นิยมกันไม่น้อย กับลายสักยันต์ 5 แถว แล้วแต่ละคนนี่ดังๆ ทั้งน้าน…น ลองไปไล่กันดูดีกว่าว่ามีใครกันบ้าง

คนแรกเนี่ย ไม่แพ้โจลีกันเลย เพราะเธอคือสาวสองพันปี “ต่าย” เพ็ญพักตร์ ศิริกุล ที่ก่อนหน้านี้ ก็มีรอยสักอยู่แล้ว คือ รูปหัวใจที่หน้าอก กับที่ข้อมือขวา แต่ทั้งสองลายเป็นการสักไว้เพื่อความสวยงาม แต่การเดินทางเข้าไปขอสักยันต์ 5 แถวกับอาจารย์หนูนั้น ต่ายกล่าวว่า เพื่อต้องการหนุนดวง และเกิดสิริมงคลกับตนเอง อาจารย์หนูจึงได้ฝากรอยสักให้ไว้ที่บริเวณไหล่ด้านซ้าย แต่มีขนาดที่เล็กกว่าที่เคยสักให้กับนางเอกฮอลลีวู้ด

และที่เดินทางเข้าไปสักก่อนหน้าสาวสองพันปีแป๊บเดียว ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นเซ็กซี่รุ่นน้อง “ฟลอเรนซ์” วนิดา เฟเวอร์ ซึ่งให้อาจารย์หนูสักลงน้ำมัน ยันต์หนุนดวง 5 แถว และยันต์พญาเสือโคร่ง ซึ่งไม่สามารถมองเห็นได้ และอีกหนึ่งสาวที่ให้ความสนใจในเรื่องสักนี่ไม่แพ้กัน คือสาว “โย” ยศวดี หัสดีวิจิตร ที่ขอสักยันต์หนุนดวง 5 แถว ด้วยหมึกที่บริเวณไหล่ด้านซ้าย

ซึ่งสาวโยดูเหมือนจะเชื่อเรื่องรอยสักไม่ใช่น้อย เพราะเธอบอกว่า การสักใช่ว่าจะเป็นสิ่งที่เท่ เพราะใครที่สักอะไรไปแล้ว มักจะย้อนกลับมาที่ตัวเอง อย่างที่เธอเคยสักชื่อแฟนเก่า จัสติน ไว้ที่สะโพกด้านซ้ายทั้งชื่อและนามสกุล พร้อมมีสายฟ้าฟาดที่รูปหัวใจ สุดท้ายก็ต้องเลิกกัน

“ถามว่าสักแล้วดีมั้ย แล้วแต่ความเชื่อ ถ้าเราเชื่อว่ามันจะดีมันก็ดี ถ้าทำดี ก็ให้ผลดีกับเรา รูปที่โยสักเรียกว่าสิริมงคล 5 แถว ให้เรื่องการงาน การเงิน ชีวิตคู่ ความรักและการเดินทาง ตอนที่ อาจารย์หนู ลงให้ก็เหมือนสวดมนต์ลงด้วย พอเสร็จก็จับไข้ทั้งวันเลย คือไม่เชื่อก็ต้องเชื่อนะ คนที่จะสักเราต้องรู้ ว่าสักอะไรลงไปในร่างกายเรา สิ่งนั้นจะอยู่ติดไปกับเราตลอดชีวิต เพราะมันจะย้อนกลับมาหาเราเสมอ” นางแบบสาวเล่าให้ฟัง 

ใช่จะมีแต่นางแบบเท่านั้น แต่นางเอกดังอย่าง “น้ำฝน” กุณณัฏฐ์ กุลปรียาวัฒน์ นอกจากจะมีความเชื่อเรื่องเปลี่ยนชื่อแล้วดวงจะเฮง ก็ยังขอเอาไหล่ขวาเข้ารับการสักจากอาจารย์หนูเช่นกัน แต่เป็นสักน้ำมันยันต์หนุนดวง 5 แถว เพราะน้ำฝนให้เหตุผลว่า อยากให้มีงานเพิ่มมากขึ้น และให้ธุรกิจแฟรนไชส์ขนมจีนสมุนไพรของตัวเองเจริญรุ่งเรือง ขยายสาขาเพิ่มขึ้นไปอีก โอ้โห…ไม่รู้ว่าจะเอาทรัพย์ไปเก็บไว้ที่ไหนหมดละนี่

นางเอกสาวลูกครึ่งอย่าง “ชมพู่” อารยา เอ ฮาร์เก็ต ก็เป็นศิษย์ของอาจารย์หนูเช่นกัน โดยได้รับคำแนะนำจากเพื่อนซี้ “เติ้ล” ตะวัน จารุจินดา ที่ไปสักมาก่อนหน้านั้นแล้ว แต่ของสาวชมพู่ขอสักน้ำมันแทน เพราะจะได้ไม่เป็นอุปสรรคต่อการทำงาน ซึ่งใครเชื่อหรือไม่เชื่อขนาดไหนสาวชมพู่ไม่รู้ รู้แต่ว่าเธอมีงานไหลมาเทมาอย่างต่อเนื่องก็พอ เอ้า…ก็ว่ากันไป

สองรายล่าสุด เป็นสาวเซ็กซี่ทรงโตด้วยกันทั้งคู่ นั่นคือ “ตั๊ก” บงกช คงมาลัย ที่ไปขอสักลายเดียวกัน เธอบอกว่าให้ยันต์เป็นเครื่องคุ้มครองภัย แต่เธอไม่กล้าสักลายใหญ่ เหมือนแองเจลินา โจลี เพราะกลัวแม่หัวใจวายเสียก่อน แถมยังปิดท้ายขำๆ อีกว่า สักแล้วจะได้เสน่ห์แรง เฮ้อ…แค่นี้ เดย์ ไทยเทเนียม ก็ตาเขียวใส่ไอ้หนุ่มที่อยากจะมาเข้าใกล้ไม่รู้กี่รายแล้วนะตะเอ๊ง…ง

ทางฝั่ง “กระแต”ศุภักษร ไชยมงคล ก็สักยันต์หนุนดวง 5 แถวด้วยเหมือนกัน เธอเผยให้ฟังว่าก่อนหน้านั้นก็เคยสักน้ำมันมาก่อน แถมยังจูงมืออดีตรัก “เอ็กซ์” ธิตินันท์ สุวรรณศักดิ์ เข้าไปสักด้วย พอสักแล้วก็รู้สึกเพิ่มความมั่นใจให้มากขึ้น ว่าสิริมงคลจะอยู่กับตัว มาคราวนี้ก็ขอสักกันแบบเปิดเผยไปเลยที่ไหล่ซ้าย งานนี้จะยิ่งทำให้งานเดินเงินมา เสริมดวงชะตาจริงหรือไม่ ก็คงต้องจับตาดู

ในเมื่อได้รับความนิยมขนาดนี้ ก็ต้องรีบไปถาม อาจารย์หนู กันภัย เลยดีกว่า ว่าการสักดีอย่างไร และแบบไหนที่ได้รับความนิยมที่สุด ซึ่งอาจารย์หนูก็บอกให้ฟังว่า มีเหล่านักแสดงทั้งไทยและต่างประเทศมาขอรับการสักมากมาย ซึ่งนั่นอาจเป็นผลจากการพูดถึงกิตติศัพท์ปากต่อปากด้วย

“สำหรับยันต์ลายที่นิยมกัน ก็จะเป็นยันต์หนุนดวง 5 แถว ยันต์ ณ มหาสำเร็จ และยันต์โภคทรัพย์ อย่างแองเจลินา โจลี เขาก็สักยันต์หนุนดวง 5 แถว เพราะเขาบอกว่าเขาอยากได้ของดีที่สุดในเมืองไทย ส่วนความหมายของยันต์หนุนดวง 5 แถวนั้น แถวแรก เป็นการแก้ฮวงจุ้ย บ้านเรือน ทางสามแพร่ง ฯลฯ เรียกว่าแก้ได้หมด แถวสองเป็นการหนุนดวงโดยตรง ใครที่ดวงตกก็จะได้ตรงนี้ช่วย คนที่เป็นหมอดูก็มาสักลายนี้กันเยอะ ส่วนแถวที่ 3 ใช้กันคุณไสย ใครที่ขับรถไปกลางทาง ตามแยกต่างๆ จะมีสัมภเวสี พวกที่ตายก่อนกำหนด เขาอาจจะบังตาเรา หรือพวกลมเพลมพัด ยันต์แถวนี้ก็จะช่วยได้ ส่วนแถวที่ 4 จะช่วยในเรื่องโชคลาภ ความสำเร็จ และแถวที่ 5 เป็นเรื่องมหาเสน่ห์ ส่วนยันต์โภคทรัพย์ ก็จะได้ในเรื่องของการค้าขาย และยันต์นะสำเร็จ ก็ตรงตามชื่อเลย คือทำอะไรก็ประสบความสำเร็จ จะเป็นยันต์ที่เล็กมาก สำหรับใครที่ไม่อยากได้ลายใหญ่ๆ” อาจารย์หนูแจกแจง

ข้อห้ามสำหรับผู้ที่สักยันต์นั้น อาจารย์หนูกล่าวว่า ให้ดูแลเสมือนแขวนพระ และทำอะไรให้อยู่ในศีลในธรรมเป็นใช้ได้ ที่สำคัญต้องมีสติ

“เหมือนเป็นกุศโลบายที่ไม่ให้ผู้สักกระทำผิด และให้หมั่นสวดมนต์ ถ้าสักแล้วไม่มีสติ คดโกง ผิดศีลธรรม สักไปก็ไม่มีผล แต่ถ้าเกิดสำนึกได้ใหม่ ก็จุดธูปอธิษฐานได้ใหม่ จริงๆ เรื่องนี้ มันมีทั้งคนที่เชื่อ และคนไม่เชื่อ มันเป็นเรื่องธรรมดา แต่ก็อยากจะบอกว่า เรื่องการสักมันมีมาตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราชแล้ว สมัยค่ายบางระจันเขาก็สัก ฯลฯ คนไทยเรามีปลูกฝังเรื่องนี้มาตั้งแต่โบราณแล้ว แต่ถามว่าแนะนำอยากให้คนมาสักไหม เรื่องนี้คงแล้วแต่ความชอบ ถ้าอยากมาสักก็สัก แต่ถ้าหากอายุต่ำกว่า 20 ปี อาจารย์ไม่รับสักให้ เพราะยังไม่บรรลุนิติภาวะ สักแล้วเดี๋ยวเอาไปตีกัน อวดความหนังเหนียวไม่ได้ สักแล้วต้องขยันทำมาหากิน และตั้งอยู่ในศีลธรรมด้วย”

เอาเป็นว่าใครเชื่อหรือไม่เชื่ออย่างไร ก็โปรดใช้วิจารณญาณกันเอานะจ๊ะ แต่ก็อย่างที่อาจารย์หนูบอก ว่าสักแล้วหากว่าการกระทำ ความคิด จิตใจไม่ตั้งอยู่ในความดี สักทั่วตัวไป ก็ไม่เกิดประโยชน์หรอกนะ ขอบอก…ก

ที่มาจากหนังสือพิมพ์


 กระแตเล่นของ สักยันต์ห้าแถว