เปิดใจผู้กำกับ-มือเขียนบท I am Legend

Home / ข่าวหนัง / เปิดใจผู้กำกับ-มือเขียนบท I am Legend

วันนี้ บันเทิงเดลินิวส์ จะพาไปพูดคุยกันกับผู้กำกับ ฟรานซิส ลอว์เรส์ และมือเขียนบท อากิว่า โกลด์สแมน

I am Legend เป็นเรื่องราวของ โรเบิร์ต เนวิลล์ (วิล สมิธ) มนุษย์คนสุดท้ายที่รอดชีวิตในนิวยอร์ก เพราะเขาดันมีภูมิคุ้มกันไวรัสร้ายที่มาถล่มเมืองนิวยอร์ก โรเบิร์ตต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างโดดเดี่ยวเป็นเวลาถึง 3 ปี เขาต้องเพียรส่งสารผ่านคลื่นวิทยุทุกวัน แต่เขาไม่ได้อยู่ตามลำพัง แต่มีบรรดาเหยื่อโรคระบาดกลายพันธุ์ติดตามเขาทุกฝีก้าว โรเบิร์ตมีภารกิจที่จะต้องหาทางกำจัดไวรัสเหล่านี้ให้ได้ด้วยการใช้เลือดที่มีภูมิคุ้มกันของเขา

ผู้กำกับ ฟรานซิส เปิดฉากสนทนาถึงสาเหตุที่เจาะจงให้เรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นในนิวยอร์กว่า สาเหตุ ของการเปลี่ยนสถานที่เกิดเหตุในเรื่อง จากลอสแองเจลิสมาเป็นนิวยอร์ก เนื่องมาจากนิวยอร์กจะให้ความรู้สึกว่าตัวเอกของเรื่องถูกทอดทิ้งได้ดีกว่า เพราะในความเป็นจริงเราจะคุ้นเคยกับความว่างเปล่าของแอลเอ ได้เป็นปกติอยู่แล้วในทุกสุดสัปดาห์ ที่แอลเอแทบจะไม่มีผู้คนและเงียบเหงา ในขณะที่เราจะคุ้นเคยกับตัวเมืองนิวยอร์ก ที่พลุกพล่านเต็มไปด้วยแสงสีเสียงและผู้คนตลอดเวลา จนเรานึกภาพไม่ออกว่านิวยอร์กที่ไร้ผู้คนเป็นยังไง เมื่อในหนังเรื่อง I am Legend เสนอภาพนิวยอร์กที่ว่างเปล่าออกมา มันจึงทำให้เกิดความรู้สึกหลอนได้มากกว่า ….

ฟรานซิส ยังกล่าวต่อว่า หนังเรื่องนี้เกี่ยวกับความหวังหลังจากที่เกิดการสูญเสียและความเจ็บปวดอย่างยิ่ง ความหวังถูกสื่อออกมาจากการผจญภัยของโรเบิร์ต เราไม่ได้ใช้กลวิธีพวกการถ่ายทำหรือการ จัดแสงมากนัก แต่เน้นไปที่บุคลิก ลักษณะของตัวละครและติดตามทุกสิ่งที่เขาทำตั้งแต่รุ่งเช้า

ในหนังเรื่องนี้ดูแล้วอาจจะไม่ค่อยมีบทสนทนามากนัก ซึ่ง ฟรานซิส เปิดเผยว่า ในประเด็นนี้ผมคิดว่ามันเป็นการท้าทายที่ไม่ต้องพึ่งบทสนทนาในหนังมากนัก ในช่วงแรก ๆ ของการสร้างหนังเรื่องนี้ ผมมีโอกาสได้ดูหนังเรื่อง The Piano พร้อมกับภรรยาโดยปิดเสียงของหนัง เพราะไม่อยากให้เสียงรบกวนลูกของเรา ผมรู้สึกประหลาดใจที่อารมณ์ของหนังยังอยู่ครบ แม้จะไม่มีเสียงสนทนา เสียงดนตรี หรือเสียงใด ๆ เลย วันรุ่งขึ้นผมรีบบอก วิล สมิธ เกี่ยวกับแนวคิดนี้ที่จะไม่พึ่งบทสนทนามากนักในการเล่าเรื่องของหนัง ซึ่งเขาเองก็พอใจ

ด้าน อากิว่า โกลด์สแมน เปิดเผยถึงการเขียนบทภาพยนตร์เรื่องนี้ว่า ผมรู้สึกสนุกที่ได้เขียนบทภาพยนตร์เรื่องนี้ ทั้ง ๆ ที่เป็นหนังที่ไม่มีบทสนทนามากนัก ไม่จำเป็นที่บทภาพยนตร์ต้องพึ่งพาบทสนทนาเสมอไป ในหนังเรื่องนี้เราอาศัยการจับภาพและติดตามการแสดงของ วิล สมิธ เพื่อการสร้างโครงสร้างของภาพยนตร์ และผมค่อนข้างภูมิใจที่หนังเรื่องนี้มีเสียงค่อนข้างเงียบ ซึ่งมันหาได้ยากในหนังปัจจุบัน อากิว่า ยังกล่าวเปรียบเทียบการเขียนบทของเรื่อง I am Legend กับเรื่อง A Beautiful Mind ที่ทำให้เขาได้รางวัลว่า ผมรักบทภาพยนตร์ทั้งสองเรื่องนี้ มันแตกต่างกันมาก แต่ก็มีบาง อย่างเหมือนกัน ตัวเอกของทั้งสองเรื่องต่างก็ต้องพยายาม มีชีวิตอยู่ในสภาพผิดปกติทางจิตใจของตน ทั้งคู่ต่างก็มีความผิดปกติ แต่ก็ดูปกติดีในโลกของตัวเอง

นอกจากนี้ อากิว่า ยังกล่าวถึงความกดดัน ในการเขียนบท I am Legend ว่า ความกดดันมีแน่นอนครับ ผมไม่เคยคิดว่าจะได้ออสการ์ แล้วผมก็ได้มันจากการถูกเสนอชื่อเข้าชิงเป็นครั้งแรก ในขณะที่คนอื่น ๆ อาจจะต้องเข้าชิงหลายครั้ง ผมรักบทหนังเรื่องนั้น ทั้งผมและพ่อแม่ของผมภูมิใจกับมันมาก ผมลดความกดดันได้โดยคิดเสียว่า ถ้าผมต้องหยุดทำงานในวันพรุ่งนี้ อย่างน้อยผมก็เคยได้ออสการ์มาแล้วครั้งหนึ่ง…ติดตามชม I am Legend ได้แล้ววันนี้ ทุกโรงภาพยนตร์.

ที่มาจากหนังสือพิมพ์