วิล สมิธ พระเอกและแฟมิลี่ แมน แห่งฮอลลีวู้ด

Home / ข่าวหนัง / วิล สมิธ พระเอกและแฟมิลี่ แมน แห่งฮอลลีวู้ด

คอลัมน์ บันเทิงต่างประเทศ
โดย
raikorn@hotmail.com

ไหนๆ ก็ปีใหม่แล้ว เรามาเริ่มคิดใหม่ ทำตัวใหม่เพื่อตั้งรับกับอะไรใหม่ๆ ที่กำลังจะมีเข้ามาดีกว่ามั้ย ด้วยการเสริมสร้างกล้ามเนื้อหัวใจให้มีความแข็งแรง เข้มแข็งกันตั้งแต่ต้นปี ด้วยมุมมองและแง่คิดดีๆ จากพระเอกฮอลลีวู้ด ที่เรามีโอกาสอ่านเจอแล้วอยากเก็บมาฝากกัน

เป็นแง่คิดในการใช้ชีวิตของ “วิล สมิธ” พระเอกผิวหมึก มาดเท่ ซึ่งมีผลงานล่าสุดใน “ไอ แอม เลเจนด์” ที่ได้รับคำชมว่า นอกจากจะเป็นพระเอกที่ทรงอิทธิพลในวงการ มีแฟนหนังชื่นชมมากแล้ว พระเอกวัย 39 ยังเป็น “แฟมิลี่ แมน” ที่รักครอบครัวมาก และนั่นเองที่ทำให้เขาแทบไม่เคยตกเป็นข่าวเสียหายเลยสักครั้งตลอดเวลาหลายสิบปีที่อยู่ในวงการฮอลลีวู้ด

ทั้งนี้ “วิล สมิธ” ที่ได้เล่าถึง ความสุขและความสำเร็จของเขาในวันนี้ว่า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเขาไม่ใช่นักแสดงที่เก่ง แต่เป็นคนขยันและตั้งใจทำงาน อีกส่วนก็คือ เขาไม่เคยพาตัวไปข้องแวะกับเหล้าและยาเสพติด มัจจุราชร้ายที่ทำลายอนาคตของเพื่อนๆ พี่ๆ และน้องๆ ในวงการมากมาย หากจะดื่มก็ดื่มนิดหน่อยเวลาต้องออกงานสังคมเท่านั้น

“อีวา เมนเดส” นางเอกที่เคยเล่นคู่กันใน “Hitch” ช่วยยืนยันว่า “แค่จิบเหล้าไป 3 จิบ เขาก็จะเริ่มบ่นพึมพำแล้ว และไม่ใช่ 3 จิบของวิสกี้ด้วยนะ แต่เขาจะชอบดื่มเหล้าสำหรับผู้หญิง ขนาดนั้นก็ยังไม่ไหว จิบไปแค่นิดหน่อยก็มึนแล้ว”

วิลยังบอกว่า เขาเชื่อว่ามนุษย์ทุกคนมีพื้นฐานเป็นคนดี แม้แต่จอมเผด็จการอย่าง “อดอล์ฟ ฮิตเลอร์” แห่งพรรคนาซี ที่ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ทำให้คนตายเป็นเบือในสงครามโลก “ผมก็ยังเชื่อว่าฮิตเลอร์คงไม่ได้ลืมตาตื่นขึ้นมาแล้วคิดว่า วันนี้ฉันจะทำเรื่องชั่วๆ โหดเหี้ยมที่สุดอะไรได้บ้างนะ แต่วันนั้นเขาอาจจะคิดอะไรที่มันกลับหัว กลับหางจากชาวบ้าน แล้วคิดว่านั่นคือสิ่งที่ถูก ซึ่งเป็นความคิดที่จำเป็นต้องนำมาล้างสมองใหม่”

เขายังเล่าถึงช่วงเวลาที่รู้สึกเหงา โดดเดี่ยวที่สุดในชีวิตว่า เป็นตอนที่หย่ากับ “เชรี แซมพิโน” ภรรยาคนแรกที่อยู่กันได้ 3 ปี “นั่นเป็นครั้งเดียวที่ผมรู้สึกโดดเดี่ยวจับใจ รู้สึกว่าไม่มีใครเข้าใจผมเลย แต่ถึงยังงั้นผมก็ไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองต้องมาเจอกับเรื่องราวที่คนอื่นไม่เคยเจอ ผมเติบโตมาในครอบครัวที่ย่าของผมจะสอนเสมอว่า เราไม่ได้โดดเดี่ยวบนโลกใบนี้”

“สำหรับสิ่งที่เขาบอกกับตัวเองทุกวันเพื่อสร้างกำลังใจก็คือ “ผมจะตื่นขึ้นมาพร้อมกับความหวังและพยายามคิดในมุมบวกว่า ทุกวันจะต้องดีกว่าเมื่อวาน และผมก็อยากจะเพาะเชื้อความคิดแบบนี้ไปสู่คนอื่นๆ ผมเชื่อว่าผมสามารถทำให้มันเป็นโรคระบาด ให้คนติดเชื้อไปมากๆ ยิ่งดี””

ที่มาจากหนังสือพิมพ์