เทศกาล ย้อน ‘ยุคทอง’ ของภาพยนตร์ญี่ปุ่น

Home / ข่าวหนัง / เทศกาล ย้อน ‘ยุคทอง’ ของภาพยนตร์ญี่ปุ่น

ในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ญี่ปุ่น นอกจาก คุโรซาวะ อากิระ และ โอสุ ยาสุจิโร แล้ว ยังมีงานชั้นเยี่ยมของผู้กำกับคนอื่นๆ ที่สร้างสรรค์ในช่วงปีที่ถือเป็น ‘ยุคทองของภาพยนตร์ญี่ปุ่น’ เจแปนฟาวน์เดชั่น กรุงเทพฯ จึงอยากแนะนำให้ผู้ชมชาวไทยรู้จัก “สมบัติล้ำค่าที่ซ่อนเร้น” ของภาพยนตร์ญี่ปุ่น

ภาพยนตร์จากยุคทองของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในญี่ปุ่น คือช่วงทศวรรษที่ 1950 และ 1960  มาให้ชมกันฟรี ใน ‘เทศกาลภาพยนตร์ญี่ปุ่น 2008 สมบัติล้ำค่าที่ซ่อนเร้น’

ภาพยนตร์ที่จัดฉายในเทศกาลภาพยนตร์ครั้งนี้ ไม่ใช่แนวหนังดังทำเงินของญี่ปุ่น แต่เป็น ภาพยนตร์แนวศิลปะที่คนทั่วไปชื่นชอบ เช่น ผลงานของ คาวาชิมะ ยูโซ ได้แก่ A Room for Rent หรือ KASHIMA ARI หนังตลกเสียดสี เรื่องราวสับสนอลหม่านเกิดขึ้นในแมนชั่นเก่าแห่งหนึ่งกลางเมืองโอซากายุค 1950 และเรื่อง  Elegant Beast หรือ SHITOYAKANA KEDAMONO ที่จะฉายวันเปิดเทศกาล เขียนบทโดย ชินโด คาเนโตะ ซึ่งต่อมาเป็นผู้กำกับหนัง แสดงการแข่งขันทางความสามารถของทั้งสองคนออกมาได้เป็นอย่างดี และเป็นภาพยนตร์ที่กล่าวกันว่ามีเรื่องราวกระทบจิตใจคนดูมากทีเดียว 

เดิม คาวาชิมะ ยูโซ เป็นผู้กำกับภาพยนตร์แนวตลกขบขัน แต่ภายหลังมาทำภาพยนตร์แนวชีวิตบ้าง แนวศิลปะบ้าง จนถึงแนวสืบสวนสอบสวน วิธีการเล่าเรื่องของเขาไม่ได้มีรูปแบบเดียว แต่จะปรับเปลี่ยนไปตามเนื้อหาของแต่ละเรื่อง เป็นที่รู้กันทั่วไปว่าผลงานหลายเรื่องของเขาเต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกทุกข์และสุขของการมีชีวิต เขาจึงเป็นที่รักของทั้งนักวิจารณ์ภาพยนตร์และผู้ชมทั่วไป และดูเหมือนว่าผู้ชมจะชื่นชอบเขามากทีเดียว น่าแปลกที่แม้ทุกวันนี้เขาก็ยังมีแฟนภาพยนตร์เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ 

ผู้กำกับภาพยนตร์อีกคนหนึ่งคือ ชินโด คาเนโตะ เป็นคนที่มีความเห็นต่อต้านระบบบริษัทยักษ์ใหญ่ จึงตั้งบริษัทขึ้นมาเพื่อสร้างผลงานของตนเองอย่างไม่ย่อท้อ เขาเป็นทั้งผู้กำกับและคนเขียนบทภาพยนตร์ การบรรยายภาพเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของตัวบุคคลในเรื่องของเขาจะค่อนข้างรุนแรง ผลงานที่จะฉายได้แก่ The Ditch หรือ DOBU ว่าด้วยชีวิตของคนสลัมชานเมืองโตเกียว และ Mother หรือ HAHA หนังถ่ายทอดความลำบากยากแค้นในเมืองฮิโรชิมา ช่วงหลังจากการทิ้งระเบิดปรมาณูเกือบยี่สิบปี

โทโยดะ ชิโร ผู้กำกับที่ขึ้นชื่อว่าชอบนำผลงานวรรณกรรมมาทำเป็นภาพยนตร์ ไม่เน้นรูปแบบของการถ่ายภาพ แต่จะเน้นที่การกำกับการแสดงเพื่อให้ผู้แสดงเด่นขึ้นมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักแสดงฝ่ายหญิง อย่างเรื่อง Wild Geese หรือ GAN (ห่านป่า) เขาได้ดาราหญิงชื่อดังแห่งยุคนั้น ทากามิเนะ ฮิเดโกะ มาเป็นผู้แสดงและเป็นภาพยนตร์ทำเงินเรื่องแรกหลังสงคราม 

ส่วนผู้กำกับการแสดงที่มีลักษณะตรงกันข้ามกับโทโยดะ ก็คือ อิจิคาวะ คง ผู้เริ่มทำภาพยนตร์การ์ตูนมาก่อน จึงสนใจในการถ่ายทำแนวกราฟฟิกมากกว่าที่จะเน้นด้านอารมณ์ความรู้สึกของตัวบุคคล ถือว่าเป็นผู้กำกับการแสดงแนวใหม่ที่ปฏิวัติวงการภาพยนตร์ญี่ปุ่น เขาทำภาพยนตร์การ์ตูนไปจนถึงสารคดี ผลงานที่นำมาฉายในเทศกาล เรื่อง Heart หรือ NATSUME SOSEKI NO KOKORO เป็นเรื่องที่อิจิคาวะเน้นความเป็นตัวบุคคลของตัวละครออกมาเป็นพิเศษ

ก่อนจะมีหนังหลอนอย่าง Ringu โด่งดังกระฉ่อนโลกในปัจจุบัน ผู้กำกับหนังผีที่มีชื่อเสียงโด่งดังมาก่อนนั้น คือ นากางาวะ โนบุโอะ ในช่วงทศวรรษที่ 1930 เขาทำภาพยนตร์พีเรียด และตอนนั้นสังกัดบริษัทชินโตโฮซึ่งมีปัญหาด้านการเงิน ว่ากันว่าหนังผีที่ใช้ทุนสร้างต่ำเป็นการพยายามครั้งสุดท้ายของบริษัทชินโตโฮ แต่บริษัทนี้ก็เป็นบริษัทแรกในหกบริษัทที่ล้มละลายในปี 1961 แต่เรื่อง The Ghost Story of Yotsuya หรือ  TOKAIDO YOTSUYA KAIDAN ที่นำมาฉายในครั้งนี้ มีภาพเฉียบคมเกินกว่าความน่ากลัว จนกลายเป็นผลงานอมตะของหนังผีญี่ปุ่น

งานเหล่านี้สะท้อน ภาพความหลากหลายของภาพยนตร์ญี่ปุ่นในสมัยนั้น นอกจากผลงานของผู้กำกับที่เอ่ยถึงข้างต้นแล้ว ในเทศกาลยังจัดฉายผลงานของ นารุเสะ มิกิโอะ สองเรื่อง ได้แก่  A Married Life หรือ MESHI เป็นตัวอย่างผลงานของนารุเสะที่แสดงให้เห็นความสามารถในการสื่อถึงสิ่งที่อยู่ภายใต้เปลือกของชีวิตประจำวันอันแสนธรรมดา และ The Echo หรือ YAMA NO OTO หนังสะท้อนชีวิตชานเมืองโตเกียวครอบครัวชนชั้นกลางระดับสูง สุภาพบุรุษสูงอายุคอยดูแลลูกสะใภ้ที่ทำให้เขาคิดถึงหญิงที่เคยแอบรักข้างเดียวในอดีต เขาโกรธที่ลูกชายนอกใจภรรยา และเข้าข้างเธอ ส่วนเธอเองก็พึ่งพาเขามาก ดัดแปลงจากงานประพันธ์ของ คาวาบาตะ ยาสุนาริ นักเขียนรางวัลโนเบล

แม้ยุคทองของภาพยนตร์ญี่ปุ่นจะถึงจุดอิ่มตัว สาเหตุหนึ่งมาจากโทรทัศน์เริ่มเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของชาวญี่ปุ่นมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ในทศวรรษที่ 1960 ภาพยนตร์ญี่ปุ่นก็เข้าสู่ยุคสมัยของคนทำหนังที่แสวงหาแนวทางในการเล่าเรื่องแบบใหม่ๆ

เทศกาลภาพยนตร์ญี่ปุ่นยุคทอง ‘สมบัติล้ำค่าที่ซ่อนเร้น’ จัดขึ้นวันศุกร์ที่ 18 – วันศุกร์ที่ 25 มกราคม 2551 ที่โรงภาพยนตร์แกรนด์ อีจีวี สยามดิสคัฟเวอรี่ ชั้น 6 ผู้สนใจสามารถรับตั๋วเข้าชมได้ฟรี ที่โต๊ะของเจแปนฟาวน์เดชั่นหน้าโรงภาพยนตร์ 30 นาที ก่อนเวลาฉายแต่ละรอบ ยกเว้น วันเปิดเทศกาลรับได้เฉพาะเวลา 1 ทุ่มตรงเป็นต้นไป โดยรับได้ 1 ใบ ต่อ 1 ท่าน สำหรับรอบที่จะฉายเท่านั้น ดูรอบฉายได้ที่  http://www.jfbkk.or.th/event/jff2008_th.html

เนื้อหาทั้งหมดคัดลอกบางตอนและเรียบเรียงจาก บทความเรื่อง ‘ยุคทองของภาพยนตร์ญี่ปุ่น’ โดย โอคาดะ ฮิเดโนริ หัวหน้านักวิจัยศูนย์ภาพยนตร์ หอศิลป์โมเดิร์นอาร์ตแห่งชาติ โตเกียว ภัณฑารักษ์ ผู้คัดเลือกภาพยนตร์ที่เข้าฉายในงานเทศกาลนี้ ซึ่งตีพิมพ์ในเวบไซต์ เจแปนฟาวน์เดชั่น กรุงเทพฯ www.jfbkk.or.th

ที่มา กรุงเทพธุรกิจ

รับตั๋วเข้าชมได้ ฟรี ได้ที่โต๊ะของเจแปนฟาวน์เดชั่นหน้าโรงภาพยนตร์ 30 นาที ก่อนเวลาฉายแต่ละรอบ ยกเว้นวันเปิดเทศกาลรับได้ตั้งแต่ 1 ทุ่ม โดยรับได้ 1 ใบ ต่อ 1 ท่าน สำหรับรอบที่จะฉายเท่านั้น
ลิ้งค์รายละเอียด ไปดูรอบฉาย

http://www.jfbkk.or.th/event/jff2008_th.html