ศึกนอกก็สู้กันไป แต่ในสมาคมนักเขียนบทอเมริกา นักเขียนหญิง ยังต้องสู้ แย่งงานกับ ผู้ชาย!!!

Home / ข่าวหนัง / ศึกนอกก็สู้กันไป แต่ในสมาคมนักเขียนบทอเมริกา นักเขียนหญิง ยังต้องสู้ แย่งงานกับ ผู้ชาย!!!

คอลัมน์ บันเทิงต่างประเทศ
โดย
raikorn@hotmail.com

ขณะที่การต่อสู้ของสมาคมนักเขียนบทแห่งอเมริกา (Writers Guild of America) เพื่อปกป้องสิทธิประโยชน์และรายได้จากการสร้างสรรค์ผลงานของตน กับฝ่ายนายทุนใหญ่อย่างสมาพันธ์ผู้สร้างหนังและทีวี (The Alliance of Motion Picture and Television Producers) เริ่มเห็นผลว่า ฝ่ายนักเขียนบทกำลังเป็นต่ออยู่หลายขุม ถึงขนาดสามารถ “ล้ม” งานใหญ่ อย่างงานแจกรางวัลโกลเด้น โกลบ หรือลูกโลกทองคำครั้งที่ 65 จากที่เคยถ่ายทอดสดกันยาว 3 ชั่วโมง เหลือเพียงงานแถลงข่าวความยาว 1 ชั่วโมง เพื่อประกาศรายชื่อผู้ได้รางวัลทั้ง 25 สาขา จากผลงานทั้งภาพยนตร์และผลงานทางโทรทัศน์ เนื่องจากดารานักแสดงออกมาสนับสนุนกลุ่มนักเขียนบท ด้วยการ “บอยคอต” ไม่ไปร่วมงานเมื่อวันที่ 13 มกราคม ตามเวลาท้องถิ่นในสหรัฐอเมริกา

แถมล่าสุด ยังมีข่าวว่า มีบริษัทสร้างหนังอิสระอย่างน้อย 2 ราย และหนึ่งในนั้นคือ บริษัท เดอะ ไวน์สไตน์ ของฮาร์วี่ย์ และบ๊อบ ไวน์สไตน์ เจ้าพ่อหนังอินดี้ ที่ได้เจรจาและมีท่าว่าจะเซ็นสัญญาทำงานกับสมาคมนักเขียนบทแห่งอเมริกา หรือเรียกย่อว่า ดับเบิลยูจีเอ (WGA) ได้สำเร็จ หลังจากสามารถตกลงกันได้เรื่องส่วนแบ่งรายได้จากผลงานที่นำออกแพร่ภาพทางอินเตอร์เน็ตและสื่ออิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ซึ่งเป็นปัญหาหลักที่สมาคมนักเขียนต้องการส่วนแบ่งรายได้ที่เป็นธรรม แต่ทางสมาพันธ์ยังเคลียร์ไม่ได้ และทำให้สมาคมนักเขียนประท้วงหยุดงานมากว่า 2 เดือน นับแต่วันที่ 5 พฤศจิกายนนั้น

แต่ภายในสมาคมนักเขียนบทเอง ก็มีข่าวว่ายังมี “ปัญหาภายใน” ที่ผู้หญิงซึ่งยึดอาชีพนี้ ต้องต่อสู้กันต่อไป ด้วยว่าทุกวันนี้มีสัดส่วนนักเขียนบทซึ่งเป็นผู้หญิงอยู่น้อยมาก จากตัวเลขสมาชิกของสมาคมนักเขียนบทแห่งอเมริกา เมื่อปี 2548 บอกว่า ในวงการทีวี มีนักเขียนหญิงอยู่เพียง 27% ส่วนในวงการภาพยนตร์มีอยู่เพียง 19% หรือในนักเขียน 100 คน มีผู้หญิงอยู่เพียง 19 คนเท่านั้น

ซาร่าห์ แมคลาฟลิน มือเขียนบทจากซีรีส์เรื่อง That 70s Show ยังบอกว่า “ฉันรู้สึกแปลกใจทุกครั้ง เมื่อเห็นผู้หญิงอยู่ในกลุ่มประท้วง และมักจะนึกสงสัยว่า เอ…ฉันรู้จักเธอมั้ย? ฉันเคยพบเธอหรือเปล่า เพราะฉันจะรู้จักนักเขียนหญิงทุกคน”

ซาร่าห์ต้องการบอกให้รู้ถึง สัดส่วนผู้หญิงที่เข้ามาเป็นนักเขียนบทว่ามีน้อยมาก ขนาดทำให้เธอรู้สึกว่า น่าจะรู้จักหมด สำหรับสาเหตุที่ทำให้ผู้หญิงเข้ามาทำอาชีพนี้น้อย ทางสมาคมนักเขียนบทอ้างว่า น่าจะสืบเนื่องมาจาก “มุขตลกลามก” ที่ผู้ชายชอบพูดกันในห้องทำงานที่เป็นมาตั้งแต่อดีต ซึ่งทำให้ผู้หญิงทำใจรับยาก แล้วก็การที่ในแวดวงนี้ก็มีผู้หญิงที่มีโอกาสก้าวขึ้นไปนั่งตำแหน่งใหญ่ๆ หรือตำแหน่งผู้บริหารน้อย ก็เลยขาดกำลังสำคัญที่จะผลักดัน หรือให้โอกาสผู้หญิงด้วยกัน

“มันเป็นมาตั้งแต่เริ่มแรกแล้ว ที่วงการนี้ส่วนใหญ่มีแต่ผู้ชาย แล้วก็ขับเคลื่อน จัดการโดยผู้ชาย ผู้ชายมักจะได้เขียนบท แม้ว่าหนังเรื่องนั้นจะเป็นเรื่องราวของผู้หญิง” อีเลน แอรอนสัน มือเขียนบทภาพยนตร์เรื่องเดอะ เกม ซึ่งทำงานมานานถึง 19 ปีเล่า

เธอยังว่า “เพื่อให้เป็นที่ยอมรับในห้องทำงาน และเข้ากันได้กับเพื่อนร่วมงานชาย คุณจะต้องดึงความเป็นแมนของคุณออกมาให้ได้ บางครั้งฉันก็รับได้กับการพูดจาในห้องทำงาน ระหว่างพวกเรากำลังช่วยกันคิดงาน แต่บางครั้งฉันก็แทบอยากจะตะโกนออกมาว่า แกนี่ช่างลามก น่ารังเกียจ ฉันไม่คิดเลยว่า แกจะพูดอย่างนั้นออกมาได้”

ประเด็นเรื่องรายได้ที่เหลื่อมล้ำกัน ก็น่าจะเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ในวงการภาพยนตร์มีนักเขียนหญิงน้อย เพราะขณะที่ในวงการทีวี ทั้งหญิงและชายจะมีรายได้เท่ากันประมาณ 94,000 ดอลลาร์ (ราว 3,130,200 บาท) แต่ในวงการภาพยนตร์ นักเขียนบทผู้ชายจะมีรายได้ราว 90,000 ดอลลาร์ต่อปี (ราว 2,997,000 บาท) ส่วนผู้หญิงมีรายได้แค่ 50,000 ดอลลาร์ (ราว 1,665,000 บาท)

เรื่องนี้ คิมเบอร์ลี่ ไมเออร์ ซึ่งนั่งตำแหน่งใหญ่ในสมาคมนักเขียนบท บอกว่า “น่าจะเป็นเพราะค่ายหนังต่างๆ มุ่งทำหนังให้ฮิต ติดใจคนดู ซึ่งภาพยนตร์เหล่านี้ ส่วนใหญ่ก็ต้องเป็นหนังที่ใช้พระเอกหนุ่มๆ รูปหล่อ แล้วก็ไม่วายที่ต้องใช้นักเขียนบทผู้ชาย ขณะที่หนังรักโรแมนติคจะถูกสร้างออกมาเพียงไม่กี่เรื่อง”

ไดแอน ซอลเบิร์ก ซึ่งเคยขายบทภาพยนตร์ให้ค่ายหนังเอ็มจีเอ็มมาหลายเรื่อง ก็เห็นด้วยกับสิ่งที่คิมเบอร์ลี่ บอก “มันกลายเป็นเรื่องได้เปรียบของผู้ชาย เมื่อผู้สร้างมอบงาน ก็มักจะให้งานแก่คนเขียนบทที่เคยมีผลงานทำเงินมาก่อน และส่วนใหญ่ก็มักเป็นผู้ชาย ดังนั้น ผู้หญิงจึงต้องหาวิธีเจาะเข้าไปให้ได้”

และนั่นก็เป็นเหตุผลใหญ่ ที่ทำให้ไดแอน เลือกจะใช้ “อักษรย่อ” ชื่อต้นของชื่อเธอ ในงานเขียนบทภาพยนตร์ แทนที่จะใช้ชื่อจริง เพื่อหลีกเลี่ยง “อคติ” จากคนที่มีอำนาจพิจารณางานเขียนของเธอ

“การกีดกันทางเพศ ก็เป็นประเด็นปัญหาอีกอย่างหนึ่ง เหมือนประเด็นเรื่องอายุ และ น้ำหนักตัว ความอ้วนนั่นแหละ และผู้หญิงจะเจอปัญหาเหล่านี้มากกว่าผู้ชาย ฉันยังจำได้ที่มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ฉันย้อมสีผมเป็นสีเทา พอเพื่อนที่ร่วมเขียนบทหนังกับฉันเห็น เธอก็บอกกับฉันว่า จะไม่ยอมเข้าไปในห้องเสนองานเด็ดขาด หากฉันไม่ไปเอาสีผมเทานั้นออก”

อย่างไรก็ตาม ขณะที่ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา นักเขียนหญิงยังได้รับการยอมรับ และเปิดโอกาสให้มากกว่าในอดีต เนื่องจากทัศนคติของนายจ้างที่เปลี่ยนไป และการที่เริ่มมีผู้หญิงขึ้นไปเป็นใหญ่ในตำแหน่งบริหารในวงการบันเทิงมากขึ้น ประกอบกับความสำเร็จล่าสุดของ เดียโบล โคดี้ หญิงนักเขียนบทจาก จูโน่ (Juno) ที่ได้รับเสียงชมจากนักวิจารณ์ และติดกลุ่มเข้าชิงรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจากหลายเวที ก็ทำให้ไดแอนแอบหวังว่า ในอนาคตคงจะได้เห็นผู้หญิงเข้ามาทำงานนี้กันมากขึ้น “เพราะสำหรับฉันรู้สึกว่า งานแบบนี้จะเป็นหญิงหรือชายไม่สำคัญ มันพิสูจน์กันที่ฝีมือเขียนต่างหาก”

ที่มาจากหนังสือพิมพ์