“จีจ้า”เผยเคยคัดตัวเล่นหนังแล้วชวด

Home / ข่าวหนัง / “จีจ้า”เผยเคยคัดตัวเล่นหนังแล้วชวด

จีจ้า-ญาณิน วิสมิตะนันทน์ นักแสดงนำจากภาพยนตร์เรื่อง ช็อคโกแล็ต ให้สัมภาษณ์ว่า ที่ได้เข้ามาเล่นเพราะตนเองไปคัดตัวภาพยนตร์เรื่องเกิดมาลุย แต่ไม่ได้ แต่พันนา ฤทธิไกร เห็นแววเลยจับมาทำเทปตัวอย่างแล้วนำไปให้ปรัชญา ปิ่นแก้ว ดูเลยได้โอกาสให้นำแสดงในภาพยนตร์เรื่องนี้

“ก็ดีใจมาก ส่วนตัวแล้วก็คาดหวังว่าเราจะทำงานออกมาได้ดีที่สุด ส่วนเรื่องความคาดหวังในหนังก็ปล่อยให้คนดูเป็นคนตัดสิน ซึ่งเราก็ตั้งใจทำงานเต็มที่”

ญาณินกล่าวอีกว่า ก่อนการแสดงหนังได้ใช้เวลาฝึกตามโปรแกรมเดียวกับจา-พนม ยีรัมย์ อยู่ 2 ปี และฝึกต่อเนื่องระหว่างถ่ายทำอีก 2 ปี ซึ่งก็ฝึกหนักมาก เคยท้อบ้างแต่ก็ถ้าตั้งใจจริงและมุ่งมั่นก็ผ่านมาได้ ในส่วนเรื่องของความแข็งแรงก็ยอมรับว่าสู้ผู้ชายไม่ได้ เพราะว่าผู้หญิงจะมีช่วงของรอบเดือนซึ่งในกรณีของตนเองนั้นปวดมากจนทำอะไรไม่ได้ ซึ่งตอนถ่ายทำก็ต้องนับวันเพื่อหยุดกอง แต่สิ่งที่ฝึกมาก็มีประโยชน์และใช้ได้จริง

“เรื่องวิชาการต่อสู้ใช้ได้ แม้ว่าผู้หญิงจะอ่อนแอกว่าผู้ชาย อย่างที่เคยเกิดคือเดินอยู่บนสะพานลอยแล้วพี่ที่รู้จักกันแอบมาแกล้งกระชากหัวไหล่ ก็ตีศอกสวนไปเลยเพราะตอนนั้นหัดมวยไทยอยู่ หัดตีศอกเยอะมากจนกลายเป็นสัญชาตญาณ ผู้หญิงเรียนไปก็ใช้ได้ ขึ้นอยู่กับสติและการตัดสินใจ บวกความกล้าที่จะใช้สิ่งที่เรียนออกไป”

ญานินกล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องการบาดเจ็บจากการฝึกหรือการแสดงนั้นเป็นเรื่องปกติเพราะเกิดขึ้นทุกวันจนชิน อย่างที่เกิดขึ้นคือโดนกระจกบาดหน้าแข้งขวาจนเนื้อหลุด ขนาดนิ้วก้อยก็เอาน้ำแข็งห้ามเลือดแล้วทำแผลแสดงต่อ หรือโดนดาบของนักแสดงร่วมเป็นแผลยาวที่น่องซ้าย แต่ที่โดนหนักที่สุดคือโดนเตะเข้าตาซ้ายปิดทันที เพราะว่าเกิดเบลอระหว่างถ่าย

“บางทีแม่ยังไม่รู้เลยว่าจ้าไปทำอะไรมาบ้าง เพราะบางทีเป็นแผลก็ซ่อนแม่ไว้กลัวเขาจะเป็นห่วง ที่จริงแม่เป็นคนลุยเป็นคนพาจ้าไปเรียนเทควันโดเองด้วย แต่ตามประสาคนเป็นแม่เขาก็จะเป็นห่วงลูก เราก็กลัวว่าเขาจะไม่สบายใจบางทีก็ไม่บอก”

ญาณินกล่าวอีกว่า ถึงตัวเองฝึกวิชาการต่อสู้ก็ยังเป็นผู้หญิงปกติ แต่งตัวแนวหวานบ้าง ชอบของอะไรกระจุกกระจิก และชวนเพื่อนไปช็อปปิ้งกินขนมเค้ก ไม่ใช่แข็งๆ อย่างเดียว

“เรื่องรักๆ สมัยเรียนก็มีบ้างแต่เป็นเราไปเจ๊าะแจ๊ะเขามากกว่าก็เป็นแบบพี่ๆ น้องๆ ไม่ได้คิดอะไร แต่ตอนนี้ไม่มีเวลา จ้าไม่ได้กลัวว่าผู้ชายจะไม่ชอบผู้หญิงแข็งแกร่ง สมัยนี้อาจจะเปลี่ยนไปแล้วเขาอาจจะชอบก็ได้ และก็น่าจะแยกแยะออก สเปคก็เป็นคนดี ขยันทำงาน รักครอบครัว แค่นี้จริงๆ นะ ส่วนเรื่องต้องปกป้องเราได้นั้นถ้าไม่ได้ไม่เป็นไร จ้าปกป้องเองก็ได้”

ในส่วนของเรื่องเรียน ญาณินกล่าวว่า ตอนนี้ตนเรียนอยู่คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต ปี 2 ซึ่งเพื่อนที่เรียนรุ่นเดียวกันจบไป 2 ปีแล้ว เพราะว่าตอนต้องดร็อปเรียนไว้ 4 ปี เพื่อมาแสดงภาพยนตร์

“ตอนนั้นที่จริงก็ไตร่ตรองอยู่นานว่าจะเอายังไง เพราะว่าเราก็อยากจะจบพร้อมเพื่อนๆ แต่เพื่อนก็บอกว่าน่าจะลองทำให้เต็มที่เพราะว่าเป็นโอกาสดีที่มาถึง ซึ่งคนอื่นจบไปก็ไม่แน่ว่าจะมีงาน แต่นี่ยังไม่จบก็มีงานทำแล้ว และก็มั่นคงพอสมควร ส่วนคุณแม่ก็ให้ตัดสินใจเอง เราก็เลยเลือกทางนี้เพราะว่าก็อยากทำให้เต็มที่ ไม่อยากให้พอทำเสร็จออกไปแล้วเรารู้สึกว่าเราพยายามทำได้มากกว่านี้ แล้วไปเสียใจ”

ที่มาจากหนังสือพิมพ์