ฮีธ เลดเจอร์ “โจ๊กเกอร์”ผู้น่าสงสาร?

Home / ข่าวหนัง / ฮีธ เลดเจอร์ “โจ๊กเกอร์”ผู้น่าสงสาร?

คอลัมน์ บันเทิงต่างประเทศ
โดย
raikorn@hotmail.com

ขณะที่หนังสือแทบลอยด์หัวสีเขียนถึงข่าวการเสียชีวิตของ “ฮีธ เลดเจอร์” พระเอกดังจาก “โบร๊คแบ๊ค เมาน์เท่น” ไปในทางเกี่ยวพันกับยาเสพติด เช่นว่า เขาเคยเสพเฮโรอีน เคยเข้า-ออกสถานบำบัดยาเสพติดมาแล้ว

แต่หากดูจากข่าวที่มาจากสำนักข่าวต่างประเทศ อย่างรอยเตอร์,เอพี,เอเอฟพี ที่อ้างถ้อยแถลงจากเจ้าหน้าที่ตำรวจนิวยอร์ก ที่รับผิดชอบคดีการเสียชีวิตของพระเอกหนุ่มชาวออสเตรเลี่ยนวัย 28 ที่ถูกพบเป็นศพเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ในสภาพนอนเปลือยกายอยู่ที่อพาร์ตเมนต์ ย่านโซโห นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ที่เขาเช่าอยู่เดือนละ 780,000 บาท หลังแยกทางกับ “มิเชลล์ วิลเลี่ยมส์” นักแสดงสาววัย 27 ภรรยาที่มีลูกสาววัย 2 ขวบ ด้วยกันคนหนึ่งเมื่อปลายปี 2550 ก็จะพบว่าตำรวจบอกว่า ไม่มีการพบยาผิดกฎหมายใดๆ ในที่พักของพระเอกหนุ่ม นอกจากยา 6 ชนิด ซึ่งล้วนเป็นยาตามใบสั่งแพทย์ รวมทั้งยานอนหลับ ส่วนสาเหตุจริงๆ ที่ทำให้เสียชีวิต จะเป็นด้วยอะไรนั้น คงต้องรอผลชันสูตรศพที่คาดว่าน่าจะมีออกมาเร็วๆ นี้

อย่างไรก็ตาม มีข่าวหลายกระแสที่มุ่งประเด็นเรื่องอารมณ์เครียดและซึมเศร้าของเลดเจอร์ในระยะหลังๆ ว่าเขาดู “เครียด” ถึงกับเคยให้สัมภาษณ์เองว่ารู้สึกอ่อนเพลียและนอนได้แค่คืนละ 2 ชั่วโมงเท่านั้น ทั้งยังต้องพึ่งยานอนหลับถึงคืนละ 2 เม็ด

ด้าน “โซฟี วอร์ด” นางแบบ เพื่อนสนิทของเลดเจอร์ก็เล่าให้หนังสือพิมพ์เดอะ เวสต์ ออสเตรเลี่ยน ฟังว่า ตอนช่วงคริสต์มาสที่เลดเจอร์กลับไปพักที่เมืองเพิร์ธ บ้านเกิดในออสเตรเลีย เขาดูหงุดหงิดและกังวล ซึ่งเธอคิดว่าน่าจะมาจากยังซึมเศร้าเรื่องแยกทางกับมิเชลล์ และคิดถึง “มาทิลดา” ลูกสาวที่ต้องแยกกันอยู่ และไม่ค่อยได้เจอหน้ากัน เนื่องจากระยะหลังเลดเจอร์ก็ติดงานถ่ายหนังใหม่อยู่หลายเรื่อง รวมทั้ง “เดอะ ดาร์ก ไนท์” (The Dark Knight) ที่เลดเจอร์ได้เล่นเป็น “โจ๊กเกอร์” ผู้ร้ายคู่ปรับของมนุษย์ค้างคาว ซึ่งมีกำหนดเข้าฉายที่สหรัฐอเมริกาวันที่ 18 กรกฎาคมนี้

“ช่วงวันหยุดคริสต์มาสเราก็ออกไปดูหนัง แล้วก็ทำโน่น ทำนี่ไปเรื่อย แต่เขาจะดูหงุดหงิด เหมือนไม่สามารถจะรีเเล็กซ์ ทำใจให้สบายๆ ได้เลย เขายังพูดกับฉันว่าเขาจะต้องบินไปถ่ายหนังที่ลอนดอน ซึ่งคงทำให้ไม่สามารถเจอหน้าลูกสาวได้บ่อยๆ เท่าที่เขาต้องการ ซึ่งทำให้เขาเศร้า” โซฟีเล่า

โซฟีซึ่งสนิทกับเลดเจอร์ เพราะมีข่าวว่า “เกมม่า วอร์ด” น้องสาวซุปเปอร์โมเดลชาวออสเตรเลี่ยนของเธอมีความสนิทสนมใกล้ชิดกับพระเอกหนุ่มคนดัง ยังบอกด้วยว่า “เขาเป็นคนไม่ดื่มเหล้า ไม่เสพยา เขาจะสูบบุหรี่ และดื่มไดเอ็ท โค้ก ตอนที่เราอยู่ด้วยกันเขายังบอกกับฉันว่าจะไม่แตะต้องเหล้าเด็ดขาด ดังนั้น ฉันจึงไม่เชื่อว่าเขาตั้งใจจะฆ่าตัวตาย”

ด้านนิสัยส่วนตัวของเลดเจอร์ คนใกล้ชิดต่างบอกว่า เขาเป็นคนเงียบๆ สุภาพ และเมื่อปี 2549 ที่เขาตัดสินใจย้ายจากบ้านชายหาดในนครซิดนีย์ไปอยู่ที่นิวยอร์ก ก็เพราะเบื่อการตกเป็นเป้าตามล่าถ่ายภาพของพวกปาปาราซซี่ที่ออสเตรเลียบ้านเกิด เลยคิดว่าการไปอยู่ที่อเมริกา น่าจะมีโอกาสใช้ชีวิตที่สงบกว่า เพราะเขาไม่ใช่ ดาราดัง ที่น่าสนใจสำหรับสื่อในฮอลลีวู้ด

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้าจะเสียชีวิต เลดเจอร์ได้มีโอกาสกลับไปใช้ชีวิตที่เมืองเพิร์ธ อยู่กับครอบครัวในธันวาคม-มกราคม ก่อนบินกลับอเมริกาเขายังโทรศัพท์ไปขอบคุณบรรณาธิการหนังสือพิมพ์เดอะ เวสต์ ออสเตรเลี่ยน พร้อมกับฝากข้อความขอบคุณสื่อมวลชนที่นั่นที่ปล่อยให้เขาได้อยู่ตามลำพัง โดยไม่ถูกสื่อรบกวน

“ผมไม่รู้ว่านี่เป็นความตั้งใจหรือไม่ได้ตั้งใจที่สื่อกรุณาให้ผมมีอิสระ และเคารพความเป็นส่วนตัวของผม ผมรู้สึกซาบซึ้งใจมาก การกลับมาบ้านครั้งนี้ทำให้ผมได้หวนระลึกถึงช่วงเวลาที่มีความสุข ผมได้เจอหน้าครอบครัวและเจอเพื่อนๆ ทุกคน มันทำให้ผมรู้สึกเหมือนได้กลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง นับเป็นการเยียวยาอันสุดวิเศษ และเป็นการเดินทางกลับบ้านที่ผมถวิลหาและผมต้องการอย่างมาก”

“สำหรับ “เดอะ ดาร์ก ไนท์” หนังฟอร์มยักษ์ที่กลายเป็นผลงานเรื่องสุดท้ายของเลดเจอร์ ตอนนี้ก็มีนักวิเคราะห์ออกมาให้ความเห็นกันว่า ค่ายวอร์เนอร์ บราเธอร์ คงต้องพยายามทำการตลาดอย่างระมัดระวัง ไม่ให้กลายเป็นว่ามาหากินกับคนตาย เพราะชื่อแน่ว่าการจากไปของพระเอกหนุ่มต้องมีส่วนทำให้แฟนๆ ยิ่งอยากไปดูหนังเรื่องนี้ ที่เลดเจอร์รับบทเป็น “โจ๊กเกอร์” ประชันบทบาทกับ “คริสเตียน เบล” ที่กลับมารับบท “แบท แมน””

“วอร์เนอร์กำลังอยู่ในสถานการณ์การตัดสินใจที่ลำบาก ตอนแรกเลยทางค่ายก็คิดจะทำประชาสัมพันธ์โดยเน้นเป้าหมายหลักไปที่บทบาทการแสดงของฮีธ แต่ตอนนี้เขาต้องกลับมานั่งคิดใหม่ให้รอบคอบ” “เจฟฟ์ บ๊อค” นักวิเคราะห์อุตสาหกรรมบันเทิง จากเอ็กซ์ซิบิเตอร์ รีเลชั่น บอกกับเอเอฟพี โดยว่า “นี่เป็นสิ่งที่เราก็ไม่เคยเห็นมาก่อน ด้านหนึ่งทางค่ายก็ต้องมีการเชิดชูให้เกียรติแก่ฮีธและผลงานการแสดงที่เขาฝากฝีไม้ลายมือไว้ แต่อีกด้านหนึ่งนี่ก็เป็นหนึ่งในหนังฟอร์มยักษ์ที่จะออกฉายในช่วงซัมเมอร์นี้”

และเหตุผลทั้งสองนั่นแหละคือความท้าทายว่าค่ายวอร์เนอร์ฯจะหาลู่ทางทำประชาสัมพันธ์ออกมายังไง เพื่อไม่ให้ดูเป็นการ หากินกับคนตาย ซึ่งประเด็นนี้ “ลู ฮาร์ริส” บรรณาธิการของ Movies.com ถึงกับว่าผู้บริหารของค่ายวอร์เนอร์ฯน่าจะปลดโปสเตอร์หนังที่ใช้รูปเลดเจอร ในบทโจ๊กเกอร์ออก แล้วใช้รูปของคริสเตียน เบล ในบทมนุษย์ค้างคาวแทน!!!

“ผมคิดว่าพวกเขาน่าจะเอาโปสเตอร์ที่มีรูปเลดเจอร์ออก ทางค่ายน่าจะคิดหนักเรื่องนี้และไม่อยากถูกมองว่าหากินกับเหตุการณ์น่าเศร้าใจที่เกิดขึ้น และผมคิดว่ามันคงดูน่าใจหายที่เราจะเห็นโปสเตอร์รูปโจ๊กเกอร์ของ ฮีธ เลดเจอร์ แปะเต็มอยู่ตามป้ายโฆษณาขนาดใหญ่และตามป้ายรถเมล์”


แจ็ค นิโคลสัน สมัยเล่นเป็นโจ๊กเกอร์ใน Batman ปี 1989

แต่เรื่องนี้ “สจ๊วต เลวีน” จากนิตยสารวาไรตี้ กลับมีความเห็นตรงกันข้ามว่า “ถ้าวอร์เนอร์ไม่เอารูปของเลดเจอร์มาทำประชาสัมพันธ์หนังก็นับเป็นการทำการตลาดที่ผิดพลาดอย่างยิ่ง เพราะในแบท แมน ตอนแรก ใครๆ ก็สนใจอยากดูว่าคริสเตียนจะเล่นเป็นออกมายังไง แต่ในเดอะ ดาร์ก ไนท์ เราต่างอยากดูว่าฮีธ เลดเจอร์ จะเล่นเป็นโจ๊กเกอร์ออกมายังไง”

ที่มาจากหนังสือพิมพ์