“จีจ้า”ราชินีบู๊คนใหม่ จั๊กจี้คนเรียกนางเอก

Home / ข่าวหนัง / “จีจ้า”ราชินีบู๊คนใหม่ จั๊กจี้คนเรียกนางเอก

คอลัมน์ คุยกับดาว
สุวัฒน์ ฉัตรสง่า เรื่อง

ตัวเล็กแค่เนี้ย แต่ต่อสู้กับผู้ชายหุ่นกำยำเป็นสิบ สำหรับสาวนักบู๊คนล่าของวงการ “จีจ้า”ญาณิน วิสมิตะนันทน์ จากภาพยนตร์ชื่อหวานเรื่อง “ช็อคโกแลต”

เพราะความคล่องแคล่ว ปราดเปรียว พะบู๊ได้ลื่นไหลดุจนักบู๊หนุ่ม ทำให้หลายคนสงสัยว่า “จีจ้า” นี้เป็นใคร

เพื่อเป็นการสนองความอยากรู้ วันนี้ “คุยกับดาว” ได้มีโอกาสพูดคุยกับดาวดวงใหม่ที่เจิดจรัสในวงการมายาอีกดวง

ขอทราบประวัติคร่าวๆ ของจีจ้าหน่อย?

จีจ้า – “จ้าเกิดวันที่ 31 มี.ค. 2527 พ่อชื่อ ภาวดล บริรักษ์ ทำธุรกิจส่วนตัวเหล็กสังกะสีส่งออก พ่อเสียแล้วตั้งแต่จ้าอายุ 17 ปี พ่อจ้าเสียเพราะโรคมะเร็ง สูบบุหรี่จัดวันละ 3-4 ซองจนเป็นหอบ คุณแม่ชื่อ ประสิตา วิสมิตะนันทน์ จ้ามีพี่ชาย 1 คน คือ พี่จี๊ด-นันทพงษ์ วิสมิตะนันทน์ ซึ่งห่างกับจ้า 5 ปี”

ชีวิตวัยเด็กเป็นอย่างไร?

จีจ้า – “จ้าเป็นเด็กค่อนข้างเรียบร้อย ไม่ชอบอะไรเปรอะเปื้อน เสื้อเปรอะนิดหน่อยจะหงุดหงิด จ้าชอบใส่กระโปรงอยู่บ้าน ชอบเลี้ยงกระต่าย เล่นหม้อข้าวหม้อแกง วิ่งไล่จับ ตีแบต ตอนเด็กๆ จะเรียนบัลเล่ต์แบบหญิงๆ ตีขิม เล่นซอด้วง”

“วัยเด็กสุขภาพจ้าไม่ค่อยดี อากาศร้อนมากๆ จะมีผดผื่นขึ้นเต็มตัว จ้าเป็นโรคภูมิแพ้ แพ้เหงื่อ และโรคภูมิต้านทานต่ำ ใครป่วยเป็นอะไรเราอยู่ใกล้ก็จะติดตามเขาไปด้วย นอกจากนี้จะเป็นไวรัสลงกระเพาะ ไข้หวัดใหญ่ หลอดลมตีบ โรคนี้หนักสุด ตอนนั้นประมาณ 10 ขวบ พอจ้าไอมากๆ จะหายใจเข้าไปไม่ได้ จะขาดใจ เวลานอนคุณแม่ต้องคอยดูแลตลอด แม่ถึงตัดสินใจส่งจ้าไปเรียนเทควันโด ตอนนั้นอายุประมาณ 11-12 ปี”

เล่นเทควันโดแล้ว สุขภาพดีขึ้นมั้ย?

จีจ้า – “เล่นเทควันโดอยู่ครึ่งปี เริ่มเห็นผลว่าไม่ค่อยป่วยแล้ว อย่างเป็นหวัด วิ่งสักพักเดี๋ยวก็หาย ถือเป็นผลดีของการเล่นกีฬา จ้าเรียนเทควันโดได้สายดำดั้ง 1 ช่วงอายุ 14 ปี พอได้ดั้ง 1 ปุ๊บก็เริ่มฝึกสอนเลย แล้วพออายุ 18-19 ปีก็ได้สายดำดั้ง 3 พอเป็นครูสอนเทควนโดก็เหมือนกับว่าเราหารายได้ตั้งแต่ยังเด็ก ได้ค่าขนมต่อเดือนประมาณ 4,000-5,000 บาท และมีแบ่งเงินให้คุณแม่ด้วย รู้สึกภูมิใจมาก”

เป็นครูสอนเทควันโดตั้งแต่อายุยังน้อย มีคนมาลองของบ้างหรือเปล่า?

จีจ้า – “มีเหมือนกัน เพราะบางคนไม่เชื่อ ไม่ค่อยอยากทำตาม เราต้องกระโดดข้ามเก้าอี้ ข้ามคน ข้ามยางรถยนต์ หมุนตัวเตะให้เขาดู การเป็นครูต้องทำให้ได้ในสิ่งที่นักเรียนต้องการทราบ เราต้องรู้จริง ต้องอธิบายให้ได้ทุกจุด ยอมรับว่าช่วงแรกที่เป็นครูสอนเทควันโดไม่มีความมั่นใจเลย กลัวว่าคนจะไม่เชื่อถือ แต่อาจารย์ที่สอนเทควันโดจะสอนว่าตรงนี้มันอยู่ที่คุณวุฒิและประสบการณ์ จ้าต้องใช้เวลานานพอสมควรกว่าจะพิสูจน์ตัวเองได้”
 

ในเรื่องการเรียนเป็นอย่างไรบ้าง?

จีจ้า – “จ้าเรียนประถมที่ร.ร.ลาซาล มัธยมที่ร.ร.นวมินทราชินูทิศ เตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ จ้าเป็นคนไม่ค่อยขยัน เป็นคนเรียนไปเล่นไป จบม.ปลายปุ๊บก็เข้าเรียนที่ม.หัวเฉียว คณะมนุษยศาสตร์ ภาษาอังกฤษ เรียนถึงปี 2 ก็ต้องดร็อปเรียนเพราะเก็บตัวเตรียมเล่นหนัง “ช็อคโกแลต” และตอนนี้ก็กลับไปเรียนแล้วค่ะ ย้ายจากม.หัวเฉียว มาเรียนที่ม.เกษมบัณฑิต คณะนิเทศฯ เอกภาพยนตร์”

มาแคสต์และได้เล่นหนังเรื่อง “ช็อคโกแลต” ได้อย่างไร?

จีจ้า – “มีอาจารย์ที่สอนเทควันโดเป็นเพื่อนกับพี่พันนา ฤทธิไกร ตอนนั้นจ้าอายุ 18-19 ปี เขามาถามว่าสนใจมาแคสต์หนัง “เกิดมาลุย” มั้ย ซึ่งจ้าสนและก็ลองไปแคสต์ดู หลังจากนั้นก็เข้าไปทำเดโมเกี่ยวกับแอคชั่นส่งให้เสี่ยเจียง (สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ) กับพี่ปรัชญา ปิ่นแก้วดู แล้วเขาก็เรียกไปเก็บตัว”

“ช่วงเก็บตัวก็ทราบแล้วว่าไม่ได้เล่น “เกิดมาลุย” เพราะเราตัวเล็กและดีกรีไม่ใช่นักกีฬาทีมชาติ แต่เขาให้มาเล่น “ช็อคโกแลต” ใช้เวลาเก็บตัวในการซ้อม 2 ปี แล้วถ่ายทำอีก 2 ปี ช่วงเก็บตัวเหมือนฝึกความอดทนเรามากๆ ต้องซ้อมมวยไทยตั้งแต่พื้นฐานให้รู้ลึกรู้จริง ซ้อมยิมนาสติก เพิ่มทักษะสตั๊นต์แมน และเรียนอาวุธอีกนิดหน่อยพวกพลอง ดาบสองมือ จ้าต้องปรับตัวเยอะมาก”

ตอนซ้อมหนักแม่ไม่เป็นห่วงเหรอ?

จีจ้า – “จ้าไม่เคยบอกแม่ จนมาช่วงโปรโมตหนัง แม่เริ่มเห็นเบื้องหลังการฝึกซ้อม และมีตอนที่เราถูกเตะเข้าเบ้าตาตอนถ่ายทำ แม่น้ำตาคลอ ตอนที่ซ้อมก็มีอุบัติเหตุหางตาแตกคือโดนต่อย หัวโนกลับบ้าน ปากแตกก็มี บางอย่างที่โดนก็ไม่บอกแม่ แต่บางอย่างปิดไม่ได้แม่ก็ต้องเห็น แม่เข้าใจว่ามันเป็นงาน ตอนซ้อมว่าหนักแล้วแต่ตอนถ่ายจริงยิ่งหนักกว่า บางอย่างไม่เหมือนอุปกรณ์ตอนที่ซ้อม มันอาจจะมีเหล็ก คมไม้ เสี้ยนไม้ มีโดนบ้างอยู่แล้ว มันไม่เหมือนการเวิร์กช็อปที่เหนื่อยแล้วได้พัก แต่ตรงนี้รันตามเวลา มีเพลียบ้าง อย่างถ่ายกลางคืนติดกัน 3-4 คืน แล้วเบลอจนวูบทำให้โดนเตะเข้าตาด้านซ้ายและหัวก็กระแทกกับโครงเหล็กที่เรามุดเข้าไป เห็นดาวเลย(หัวเราะ)”
 

รู้สึกอย่างไรที่วันนี้มีคนบอกว่าจ้าเป็นนางเอกเป็นราชินีบู๊คนใหม่?

จีจ้า – “ยังเขินอยู่เลย คำว่านางเอกจ้าไม่เคยตอบรับเลยนะ(หัวเราะ) จ้ารู้สึกไกลตัวมากและจั๊กจี้ และจะยิ่งเขินมากถ้าคนบอกว่าจ้าเป็นราชินีนักบู๊คนใหม่ (หัวเราะ) เป็นควีน ออฟ แอ๊คชั่น เลยหรือ คำว่าราชินีมันดูยิ่งใหญ่มากๆ มันใหญ่ไปหรือเปล่าสำหรับจ้า มันเป็นคำจำกัดความที่ดี เป็นคำที่มีเกียรติมากที่คนอื่นมอบให้ เพียงแต่เรายังไม่ชิน และจ้าก็อยากให้ดูที่ผลงานกันก่อน ก่อนที่จะตัดสินค่ะ”

ตอนนี้จ้าถือว่าเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงของบ้านหรือเปล่า?

จีจ้า – “ตอนนี้ทุกคนในบ้านช่วยกันทำงาน หลังพ่อเสียก็มีคุณป๋า (พ่อบุญธรรม) เข้ามาในชีวิต แม่แต่งงานใหม่ ถึงแม้ว่าคุณพ่อจ้าจะเสียไปแต่จ้าไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองขาดอะไรไปในชีวิต ไม่รู้สึกว่าตัวเองมีปัญหา ปัญหาพ่อเลี้ยงกับลูกเลี้ยงอย่างในละครน้ำเน่าไม่มีเลยค่ะ (หัวเราะ) บ้านจ้าเป็นบ้านเฮฮาหรรษา พอมีคุณป๋าเข้ามาในชีวิตเรากลับรู้สึกอุ่นใจด้วยว่าเรากับพี่ชายทำงานไม่มีเวลาดูแลคุณแม่ ก็มีคุณป๋าคอยดูแลแม่ จ้ากับคุณป๋าเข้ากันได้ดี เราให้โอกาสคุณแม่มีความสุขอีกครั้งเพราะเป็นชีวิตของท่าน”

ตัวตนแท้จริงของจ้าแข็งแกร่งอย่างภาพที่ออกมาหรือเปล่า?

จีจ้า – “ไม่นะคะ จ้าไม่ได้แข็งแกร่งขนาดนั้น แต่จ้ารู้สึกว่าทุกวันนี้ที่จ้าอยู่ได้เพราะคนรอบข้าง จ้าเป็นคนเซนซิทีฟ เป็นผู้หญิงธรรมดาทั่วไป ความแข็งแกร่งมันเป็นเรื่องทางการแสดง เราเป็นผู้หญิงที่อาจจะเจออะไรมาค่อนข้างเยอะ ในความลำบากและความพยายาม มันฝึกฝนจิตใจเรามากคือเราต้องสู้”

มาล่นบทบู๊หนักๆ แบบนี้ หวั่นมั้ยแก่ตัวไปจะมีปัญหาเรื่องสุขภาพ?

จีจ้า – “ตอนนี้เริ่มแล้วค่ะ มีข้อเข่าเจ็บบ้าง ทำให้รู้สึกกลัว แต่เราเลือกมาทางนี้เองและเป็นงานที่เราชอบ เพราะฉะนั้นเราใช้วิธีค่อยๆ รักษาและบำรุงไป เรื่องวิตามิน เกลือแร่ ต้องทานเรื่อยๆ แม่ห่วงมาก หาของบำรุงเต็มตู้เย็นเลย บนหัวนอนจะมีโสมเม็ด แคลเซียม วิตามิน ดูหัวนอนแล้วท้อมาก(หัวเราะ) ไม่ต้องกินข้าวเย็นก็ได้นะ กินยา 5 ตัวที่อยู่บนหัวเตียงก็อิ่มแล้ว”

วางอนาคตตัวเองไว้อย่างไรบ้าง?

จีจ้า – “ตอนนี้ทำงานเพื่อตัวเองและครอบครัว เรารู้สึกว่าเราเป็นผู้หญิงต้องยืนให้ได้ด้วยตัวเอง เรื่องธุรกิจต่างๆ ต่อไปอาจจะเปิดให้คุณป๋ากับคุณแม่ดูแล อาจจะเปิดแฟรนไชส์มินิมาร์ทให้แม่ทำเป็นอาซ้อนั่งเก็บเงินอย่างเดียวค่ะ(หัวเราะ)”

ทั้งหมดนี้ก็คือเรื่องราวของผู้หญิงตัวเล็กนักบู๊ที่ชื่อ “จีจ้า”


สเป๊กหนุ่มของ”จีจ้า”

พักบู๊ มาเจาะเรื่องรัก สาวบู๊ “จีจ้า-ญาณิน” ถึงกับถอนหายใจ ก่อนบอกด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ “วาเลนไทน์ก็ยังเดียวดาย ดูตาจ้าสิ ง่วงแค่ไหน ตอนนี้เวลายังไม่มีนอนเลย”

“จ้าไม่ได้เฟคว่าไม่มีแฟน แต่มันไม่มีจริงๆ และยังไม่พร้อมเปิดรับใครด้วย” จ้าย้ำ

ที่ผ่านมาจีจ้ายอมรับว่า เคยมีความรักตามประสาเด็กผู้หญิง แต่เพราะระยะห่างที่ฝ่ายชายบินเรียนต่อนอก บวกกับที่จีจ้าเข้ามาสู่ถนนมายา จึงทำให้ต้องเลิกรากัน

“ผู้ชายคนนั้นเป็นเพื่อนสมัยเรียน ทุกวันนี้ก็กลับไปเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม ความเสียใจมันมี แต่ในความเสียใจมันมีความสบายใจและความโล่งอยู่ เพราะถ้าฝืนลากกันต่อไปมันก็ไม่ใช่อยู่ดี”

ถามถึงมาตรฐานคนรัก จี้จ้าแย้ม “ขอคนหน้าตาธรรมดาและอยู่ด้วยกันได้แบบสบายใจก็พอ ไม่เจ้าชู้ ขยันทำงาน ที่สำคัญเอาใจใส่เรา จ้าขอแค่เขาเป็นผู้ชายที่เข้มแข็ง เป็นผู้นำ ขอหุ่นนักกีฬานิดนึง แต่ไม่ต้องขนาดล่ำเดินเป็นก้ามปูมานะ(หัวเราะ) มันน่ากลัว จ้าชอบผู้ชายยิ้มสวย ดูน่ารักหวานๆ สบายตา อยากได้เพื่อนคู่คิด อยู่ด้วยแล้วอบอุ่น เป็นได้ทั้งพ่อ พี่ชาย และที่ปรึกษา”

ส่วนเรื่องแต่งงาน สาวนักบู๊บอกยังอีกไกล “ที่บ้านไม่มีใครหวงจ้าเลยนะ แม่ยังแซวว่าเมื่อไหร่จะมีแฟน หาได้หรือเปล่าชาตินี้ แถมยังข่มว่าสมัยแม่อายุเท่าจ้าน่ะหัวกะไดบ้านไม่แห้ง ทอดสะพานเป็นบ้างมั้ย แม่ว่าจ้าไม่รู้จักมีมารยาหญิง ไม่รู้จักมีจริต(หัวเราะ)”

“เรื่องแฟนตอนนี้จ้าทำใจเลย คิดว่าถ้าจะมาเดี๋ยวมาเอง ถ้าใช่เดี๋ยวก็ใช่เองค่ะ” จีจ้าทิ้งท้าย


ชิ้นโบแดง

เข้าวงการมาด้วยงานแสดงภาพยนตร์เรื่องแรก “ช็อคโกแลต” ซึ่งสาวนักบู๊ “จีจ้า-ญาณิน” บอกชอบทุกฉากทุกตอนของหนังเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็นซีนของตนหรือนักแสดงคนอื่นที่เล่นกับตน โดยให้เหตุผลว่า

“เพราะว่าทุกอย่างล้วนประกอบกันให้หนังสมบูรณ์ เหมือนจิ๊กซอว์ที่ต่อทีละชิ้น ทุกคนทุ่มเทมาก พอมาเห็นการทำงานแล้วรู้สึกว่าหนังหนึ่งเรื่องมีคุณค่ามากค่ะ”

ที่มาจากหนังสือพิมพ์