คุณหมอ VS นักเขียน บทบาทที่แตกต่าง ของ พีรพล ภัทรนุธาพร

Home / ข่าวหนัง / คุณหมอ VS นักเขียน บทบาทที่แตกต่าง ของ พีรพล ภัทรนุธาพร

ท่ามกลางเสียงจอแจวุ่นวาย ณ จุดกึ่งกลางใจเมือง ชายหนุ่มท่าทางสุขุม ทรงภูมิ กำลังทอดตามองสิ่งต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในประสาทการรับรู้อย่างพินิจ

เป็นสายตาของ 2 สถานะที่ดูแล้วไม่น่าจะมาบรรจบกันได้

แต่ทั้งหมดได้หลอมรวมและก่อเกิดเป็นตัวตนของคุณหมอนักเขียน พีรพล ภัทรนุธาพร

หลายๆ คนคงจะรู้จักคุณหมอคนนี้ ในนามปากกา ผมอยู่ข้างหลังคุณ ที่ http://aorta.bloggang.com ซึ่งได้รับโหวตจากชาวบล็อก ให้ติดอันดับบล็อกที่ได้รับความนิยมตลอดมา

บล็อกของเขาโดดเด่นตรงความคิด ที่หยิบเอาสิ่งที่รักอย่างภาพยนตร์มาผสานรวมกับจิตวิทยาของความเป็นมนุษย์ได้อย่างน่าสนใจ

และความโดดเด่นนี้ก็เตะตาสำนักพิมพ์ จนกระโดดออกมามีผลงานในโลกจริงถึง 2 เล่ม คือ หนังสือรัก ที่เน้นเรื่องราวการสร้างความรัก ความสัมพันธ์ และความเข้าใจตัวเองกับคนรอบข้าง ส่วนเล่มล่าสุด องศาที่ 361 เสนอมุมมองการเข้าใจตัวเอง และพัฒนาตัวเองให้มีความสุขมากขึ้นผ่านการดำเนินชีวิต โดยให้หนังเป็นเหมือนสะพานหรือตัวเชื่อม

และทั้ง 2 เล่มไม่ใช่การรวบรวมบล็อกมาตีพิมพ์ เพราะพีรพลบอกว่า ไม่อยากให้คนซื้อรู้สึกแค่อยากอุดหนุน

“ถ้ามองแค่ภายนอกก็จะเห็นแค่ 360 องศา แต่เราจะไม่มีความสุขถ้าไม่ได้มองถึงภายใน เรามีความสุขกับสิ่งที่เรามีได้ ไม่จำเป็นต้องเอาตัวไปผูกติดกับคนอื่น วันนี้เราให้กำลังใจตัวเอง ดูแลตัวเองพอรึยัง เราปล่อยให้ตัวเองทุกข์และเจ็บปวดเกินไปรึเปล่า นั่นคือองศาที่ 361” พีรพลอธิบายด้วยรอยยิ้ม


หนังสือ องศาที่361

ถึงแม้จะหลงใหลหนังตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ แถมทางบ้านยังสนับสนุนความชอบด้วยดี แต่กว่าที่จะเข้ามาขีดเขียนจริงๆจังๆนั้น ก็เริ่มขึ้นหลังจากเข้าศึกษาต่อในคณะแพทย์ศาสตร์ เพราะมีโอกาสได้ดูหนังมากขึ้นกว่าเมื่ออยู่บ้านที่ชลบุรี แม้การเขียนหนังสือก็ไม่ใช่ความฝันวัยเด็กของผู้ชายคนนี้เลย

“มีคนเคยบอกว่า ผมน่าจะเรียนจิตเวชได้ เพราะมีอะไรบางอย่างที่คล้ายกับการดูหนัง ชีวิตของคนร้อยคนไม่มีทางซ้ำกัน ก็เหมือนดูหนังต่อให้พล็อตเดียวกัน แต่ถ้าคนสร้างต่างมุมมอง รายละเอียดก็ต่างด้วย อีกอย่างก็ไม่ได้หนักเกินไปจนไม่มีเวลาไปดูหนัง” เขาเล่าพร้อมเสียงหัวเราะนุ่มๆ ก่อนที่จะบอกว่า ยิ่งเมื่อเลือกเรียนในสายจิตเวช ความรู้ที่ได้รับ ก็ยิ่งสามารถผสานกับงานเขียนได้

“เหมือนมาช่วยจัดระเบียบความคิดให้ชัดเจนขึ้น ที่สำคัญยังช่วยเปลี่ยนแปลงตัวคนเรียนด้วย ได้พัฒนาจิตวิญญาณของตัวเอง และยังทำให้เข้าใจตัวละครและสารที่ต้องการสื่อมากขึ้นด้วย ผมไม่ได้เน้นตรงทฤษฎีหนังมากนัก ไม่ถนัดไง เวลาเขียนเลยจะเล่าถึงความรู้สึกที่มีต่อหนังและแง่มุมจิตวิทยา ว่าสามารถประยุกต์กับชีวิตได้ยังไง”

พีรพลเชื่อว่าหนังทุกเรื่องสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตคนได้ ทั้งในแง่บวกและแง่ลบ เขาจึงเป็นคนหนึ่งที่ยกมือเห็นด้วยเสมอเมื่อพูดถึงเรื่องเรตติ้ง โดยในฐานะของจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น เขาบอกว่า ต่อให้เบลอภาพรุนแรง แต่แกนกลางของหนังที่โหดเลือดสาดก็ยังคงอยู่ และจะก่อเกิดความชาชินให้เด็กที่ดู จนมองว่าความรุนแรงคือเรื่องธรรมดา แต่ตราบใดที่กฎหมายบ้านเรายังมีมุมมองเฉกนี้ สิ่งเดียวที่ผู้บริโภคคงทำได้ก็คือการปกป้องและดูแลตัวเอง และตอนนี้พีรพลก็กำลังศึกษารวบรวมข้อมูลเรื่องนี้ เพื่อเผยแพร่ในบล็อกของเขา


บล็อกของ ผมอยู่ข้างหลังคุณ ในบล๊อกแก๊งค์ http://aorta.bloggang.com

พูดถึงบล็อกกันบ่อยๆ สงสัยจริงๆว่านักเขียนจากบล็อกอย่างเขามีทัศนคติอย่างไรกับพื้นที่ตรงนี้นะ

“ดีตรงที่ง่ายและเร็ว ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของบทความได้ในไม่กี่วินาที และจะมีความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อคนเขียนเสมอถ้านำไปปรับปรุง และเป็นโอกาสให้สำนักพิมพ์เห็นงาน จากเมื่อก่อนที่ต้องร่อนส่ง แต่หลายคนจะโดนก๊อปปี้งานบ่อยมาก ไม่ก็ดัดแปลงเรื่อง” พีรพลเล่าถึงมุมมอง แต่ถึงบล็อกจะมีข้อน่าสนใจ แต่เขาก็อยากให้คนที่มุ่งมั่นก้าวสู่สนามจริงด้วย

“เพราะสนามจริงมีบรรณาธิการซึ่งสำคัญมาก บรรณาธิการจะเป็นเหมือนครูที่ช่วยขัดเกลาและพัฒนาเรา เป็นการฝึกฝนตัวเองอีกขั้น”

แต่ช่วงนี้ดูเหมือนว่างานจากบล็อกสู่บุ๊กดูจะซาๆ ไป เกิดอะไรขึ้นนะ

“อาจจะเพราะยังไม่มีงานที่ต่าง” เขาตอบและขยายความว่า ปรากฏการณ์นี้เหมือนกราฟที่พุ่งขึ้นช่วงหนึ่งแล้วนิ่งไป ที่มีมาแรงตอนนี้คือจากเว็บไซต์มาเป็นหนังสืออย่างพวกนวนิยาย

“บล็อกจะเป็นตัวตนของคนคนนั้น จึงต้องมีจุดขายให้คนสนใจ จึงจะเข้าตาสำนักพิมพ์”

ทุกวันนี้หลังจากหมดภาระจากงานประจำที่โรงพยาบาลระยอง ทุกเสาร์-อาทิตย์พีรพลจะเข้ามาดูหนังใหม่ๆที่กรุงเทพฯเสมอ

เพราะในหน้าที่ของหมอ การช่วยให้คนกลับมามีชีวิตงดงามอีกครั้งคือความสุข ส่วนบทบาทของนักเขียน หนังและหนังสือคือการบำบัดความรู้สึกของตัวเอง

เป็น 2 สถานะที่หล่อหลอมอย่างลงตัว

ที่มาจากหนังสือพิมพ์