‘พจน์’ เซ็งคนวิจารณ์ ‘เพื่อนฯ’ ไม่ควรได้รางวัล

Home / ข่าวหนัง / ‘พจน์’ เซ็งคนวิจารณ์ ‘เพื่อนฯ’ ไม่ควรได้รางวัล

หลังจากที่ภาพยนตร์ เพื่อน กูรักมึงว่ะ สามารถคว้ารางวัลสุพรรณหงส์ สาขาบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ในปีนี้มาได้ ก็มีเสียง กระแสวิพากษ์วิจารณ์ในทางลบออกมามากมาย งานนี้ทำเอาผู้กำกับ พจน์ อานนท์ ถึงกับออก อาการเซ็งกันเลยทีเดียว

พจน์ เผยว่า สำหรับเรื่องที่คนออก มาวิจารณ์ว่าหนังของผมไม่สมควรได้รางวัลนั้น ผมก็ไม่โกรธอะไรคนพูดหรอกนะ ชินซะแล้ว คงเป็นเพราะคนอคติกับผมมากกว่า ที่ผ่านมาเท่าที่สังเกต ผมทำอะไรก็ไม่ดีไปหมด คนยังไม่ทันจะได้ดูงานของเรา ก็วิจารณ์กันไปก่อนแล้ว ผมก็เหมือน ไอ้ฟัก นั่นแหละ ยังไม่ทันจะทำอะไรคนก็ด่วน ตัดสินว่าเราไม่ดีไปก่อนแล้ว ถามว่าน้อยใจมั้ย ไม่น้อยใจหรอก ถ้าหนังของผมไม่ดีจริง อเมริกาคงไม่ซื้อไปจัดจำหน่ายหรอก แล้วก็คงไม่ได้รางวัลจากเมืองนอกด้วย การที่มีคนออกมาพูดแบบนี้แสดงว่าคุณไม่ให้เกียรติคณะกรรมการน่ะซิ คณะกรรมการที่มาร่วมตัดสินรางวัลสุพรรณหงส์ครั้งนี้ แต่ละคนเป็นผู้ทรงคุณวุฒิทั้งนั้นนะ การออกมาวิจารณ์แบบนี้เป็นสิ่งที่ไม่ดีเลย

ได้ถามคณะกรรมการมั้ยว่าทำไมถึงเลือกหนังเรื่องนี้?
ก็ถามเหมือนกัน คณะกรรมการก็บอกว่าหนังเรื่องอื่นพอดูจบแล้วก็จบกัน แต่หนังเรื่องนี้เขาต้องมานั่งถกเถียงกันต่อ เขาวิเคราะห์กันว่า หนังเรื่องนี้สอนสังคม ให้ข้อคิดกับสังคมดี แล้วก็มีชั้นเชิงในการเล่า บอกตามตรงว่าผมคงจะไม่สามารถไปจับมือให้ใครมาลงคะแนนให้กับหนังของผมได้หรอก แล้วตอนที่หนังเข้าฉาย ผมก็เห็นคนออกมาแล้วร้องไห้กันเยอะ ฝรั่งยังบอกเลยว่าหนังของผมไม่ใช่หนังเกย์นะ เป็นหนังแนวเมโลดราม่า ถ้าหนังผมไม่ดีคงทำรายได้ในกรุงเทพฯไม่ถึง 12 ล้านบาทหรอก นี่ยังไม่รวมขายที่เมืองนอกนะ หลายคนอาจจะนึกว่ารายได้ 12 ล้านบาทน้อย แต่คุณต้องเข้าใจนะว่าหนังแนวนี้เป็นหนังเฉพาะกลุ่ม ไม่ใช่หนังตลาด ทำรายได้ขนาดนี้ถือว่าโอเคแล้ว เพราะทุนในการสร้างก็ไม่ได้มากมายอะไร

ท้อบ้างมั้ย
ไม่ท้อ ผมก็ยังทำหนังอยู่ ถ้าผมทำหนังไม่ดีจริง ผมคงอยู่ในวงการหนังไม่ได้นานขนาดนี้หรอก ผมอยู่วงการมาจะ 20 ปีแล้ว เพียงแต่ที่ผมเลือกทำหนังตลาดมากกว่า ก็เพราะว่ามันทำเงินไง ถ้าผมทำหนังแล้วเจ๊งใครจะมาจ้างผมทำหนังล่ะ เพียงแต่ผมเลือกทำหนัง เพื่อน…กูรักมึงว่ะ ก็เพราะอยากให้คนได้รู้ว่าเราก็ทำหนังดีๆ เป็นเหมือนกันนะ ก็ไม่อยากให้คนอคติกับผมมาก อยากให้ดูผลงานกันก่อนที่จะออกมาวิจารณ์ อย่าเอาอคติมาตัดสินผม ขณะเดียวกันผมก็ขอขอบคุณคณะกรรมการด้วยที่ตัดสินผลงานออกมาอย่างยุติธรรมครับ

ที่มาจากหนังสือพิมพ์