เรื่องราวเบื้องหลัง John Rambo

Home / ข่าวหนัง / เรื่องราวเบื้องหลัง John Rambo

สำหรับ สตอลโลน มันมีเรื่องที่น่าติดตาม ”ผมคิดว่า ”ถ้าผมสร้างหนัง Rambo ตอนสุดท้าย ผมอยากให้มันเป็นเรื่องเป็นราว” ผมไม่อยากให้มันเป็นเพียงเรื่องเกี่ยวกับยาเสพติดหรือการปล้นเพชร ผมอยากให้มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับมนุษยชาติและเงื่อนไขของความเป็นมนุษย์”

ความคิดมากมายและบทหนังหลายเวอร์ชั่นสำหรับหนัง Rambo ภาค 4 ถูกเขียนขึ้นเป็นเวลานานหลายปีแล้ว เรื่องราวหลายเรื่องเป็นการวางเหตุการณ์อยู่ในเหตุขัดแย้งที่คนทั่วโลกรู้กันดี อาทิเช่นใน อิรัก, อัฟกานิสถาน, ซูดาน, โคลัมเบีย ถึงแม้ ธอมป์สัน และ มิลเลนเนี่ยม จะมีบทหนังอยู่ในมือกว่าครึ่งโหลที่เป็นเรื่องราวของ แรมโบ้ แต่สตอลโลน อยากได้ฉากหลังที่มีความชัดเจนน้อยกว่านี้ เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งที่ยังคงดำเนินไปและมีคนรู้จักน้อยกว่านี้

”ผมเริ่มต้นทำการค้นคว้าและถามไปทั่ว” สตอลโลน บอก ”ผมโทรศัพท์ไปหานิตยสาร Soldier of Fortune ผมโทรศัพท์ไปหาองค์การสหประชาชาติ ผมถามพวกเขาว่า ”เหตุละเมิดสิทธิมนุษยชนที่มีการรายงานข่าวออกมาน้อยที่สุดในโลกคือเหตุการณ์ไหน” พวกเขาตอบว่า ”พม่า” เรื่องนี้อิงมาจากเรื่องจริง อิงมาจากสงครามที่ดำเนินมานานกว่า 60 ปี ความโหดร้ายที่เห็นในหนังเรื่องนี้อิงจากสิ่งที่เกิดขึ้นกับผู้คนเหล่านี้ อันที่จริง ความโหดร้ายส่วนใหญ่เป็นเรื่องน่าสยดสยอง จนผมไม่สามารถนำเสนอให้เห็นได้ นี่คือความสยดสยองที่แท้จริงของสงคราม”

สำหรับ สตอลโลน โครงเรื่องเกี่ยวกับ พม่า มีความสมเหตุสมผลในหลายๆ ทาง โดยเฉพาะสืบเนื่องจาก แรมโบ้ ใช้ชีวิตอยู่ในประเทศไทยในหนังสองภาคที่แล้ว เช่นเดียวกับทหารผ่านศึกมากมายหลายคน แรมโบ้ ยังคงใช้ชีวิตอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พวกเขาไม่เคยรู้สึกสบายใจกับการเดินทางกลับไปอยู่ในสังคมอเมริกัน การหยิบเรื่องราวในอีก 20 ปีให้หลัง สตอลโลน จินตนาการว่าประสบการณ์และรูปแบบการใช้ชีวิตอย่างสันโดษของ แรมโบ้ ได้ส่งผลต่อรูปแบบการใช้ชีวิต การทำงาน และจุดที่เขาอาศัยอยู่อย่างไร ”เขาเป็นพวกนอกคอก แต่ไม่ใช่พวกปลีกวิเวก” สตอลโลน บอก ”เขาเหมือนพวกถอนตัวออกจากสังคม ใช้ชีวิตอยู่อย่างสันโดษ”

สตอลโลนและบทสุดท้ายของแรมโบ้

สตอลโลน บอกว่าเขาไม่ได้ตั้งใจทำหน้าที่ทั้งเขียนบทและกำกับหนัง Rambo ภาค 4 แต่หลังจากได้มีประสบการณ์ที่ดีกับการเขียนบทและกำกับหนังเรื่อง Rocky Balboa เขารู้สึกว่าถ้านี่จะต้องเป็นบทสุดท้ายสำหรับตัวละครตัวนี้ เขาก็อยากมีส่วนเกี่ยวข้องในทุกแง่มุมของงานสร้าง ”เวลาที่คนอื่นสร้าง คุณจะเกิดความเสียดายตลอด” สตอลโลน บอก ”และหนังจะไม่มีบุคลิกแบบตัวคุณ ดังนั้นผมคิดว่ามันจะไม่น่าสนใจกว่าเหรอที่จะให้ แรมโบ้ มากำกับ แรมโบ้ เอง” เป็นการตัดคนกลางออกไป ถ้ามีอะไรผิดพลาดไป ผมจะไม่เสียใจเลย ผมจะพูดว่า ”ก็…ผมทำดีที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้วนี่ จะโทษใครได้ เป็นความผิดผมเอง”

สตอลโลน ทำการค้นคว้าอยู่นานหลายเดือน เขาสัมภาษณ์ตัวแทนขององค์การสหประชาชาติ กลุ่มผู้สอนศาสนา และทหารรับจ้าง เขาต้องการกลับไปหาจิตวิญญาณของแรมโบ้ใน First Blood เป็นชายผู้เสียสละแต่มีบาดแผลที่เกือบโดนทำลายเพราะความรุนแรงที่เขาเคยพบเจอ ยิ่งไปกว่านั้น เขายังอยากสร้างตอนจบที่ลงตัวให้กับเรื่องราวของแรมโบ้

ที่มา สยามดารา