“ผมเป็นคนประเภทผึ้งงาน” ชีวิตอารมณ์ดี ของ เต๋อ-ฉันทวิชช์ ธนะเสวี

Home / ข่าวหนัง / “ผมเป็นคนประเภทผึ้งงาน” ชีวิตอารมณ์ดี ของ เต๋อ-ฉันทวิชช์ ธนะเสวี

หลายคนติดใจบทบาทของ เหิร ผู้ชายกะล่อนมุขเยอะ ถนัดทางแถแต่ก็รักแฟนในหนังเรื่อง ปิดเทอมใหญ่หัวใจว้าวุ่น มาแล้ว และหลายคนอาจจะจำได้ถึงชายหนุ่มปากหนักในมิวสิควิดีโอ “ไม่มีใครรู้” และหลายคนอาจจะนึกย้อนไปถึง หนุ่มขี้อ้อนแต่กะล่อน ในโฆษณาของวัน ทู คอล ที่มีเพลง “วาว วาว… เสียงรถไฟ แล่นไป ฤทัยครื้นเครง…”

ส่วนผสมสำคัญของทั้งหมดที่ว่าคือชายหนุ่มที่ชื่อ “เต๋อ-ฉันทวิชช์ ธนะเสวี” เจ้าของคิ้วหนาๆ และรอยยิ้มทะเล้นๆ

โดยอาชีพจริงๆ แล้ว (หรืออย่างน้อยก็สิ่งที่เขายึดมั่นที่จะทำ) เต๋อ ทำหน้าที่เป็นคนเขียนบทภาพยนตร์ ผลงานที่ผ่านมาก็อย่างเรื่อง เก๋าเก๋า ที่รวมกับทีมและ วิทยา ทองอยู่ยง และก็กำลังเขียนบทร่วมกับผู้กำกับฯหน้าใหม่ เมษ ธราธร ที่กำลังจะมีผลงานเร็วๆ นี้ และเขายังทำงานเป็นทีมงานในกองถ่ายของ จีทีเอช ในฐานะผู้ช่วยผู้กำกับฯ

“ตอนนั้นผมเขียนบทหนังให้เพื่อนอยู่ พอดีโต๊ะที่ทำงานใกล้กับโต๊ะของกอง ปิดเทอมใหญ่ฯ เขาก็กำลังวุ่นวายว่าจะเอาใครมาเล่นดี แล้วก็เห็นว่าเราคล้ายๆ ตัวละคร ก็เลยให้ไปแคสต์ก็เลยได้เล่น”

เต๋อ บอกว่าอันที่จริงแม้ว่าในหนังจะมีความเป็นตัวตนของเขามาก แต่เขาก็ไม่ได้มีนิสัยเหมือน “เหิร” ในเรื่องสักเท่าไหร ตรงที่เขาเองไม่ใช่ประเภทหัวโจก เป็นประเภท “เฮโล” ตามเขามากกว่า และก็ยังมีอะไรหลายอย่างที่ไม่เหมือน

“คือ เหิร มันจะฟอร์มจัด ทำเนียน เหมือนไม่ค่อยรักแฟน แต่ตัวจริงผมสวีตมาก พูดหมดเลยถ้ารู้สึกรักก็บอกเลย”

การเข้ามาเล่นหนังเรื่องนี้ ทำให้เขากลายเป็นชายหนุ่มที่น่าอิจฉาที่สุดเพราะนอกจากจะได้เล่นคู่กับ “จุก ธนิยา อำมฤตโชติ” นักแสดงหน้าใหม่สาวสวยในบทของ นวล แฟนของ เหิร แล้ว ยังได้เล่นกับคู่กับ “โซระ อาโออิ” อดีตนางเอกหนังเอวีสุดสวยที่ เหิร เจอบนรถไฟ

“ตอนแรกเฉยๆ นะแค่รู้ว่าจะได้เล่นกับคนญี่ปุ่น พอรู้ว่าเป็น โซระ อาโออิ ก็รู้แต่ว่าดังมากๆ ซึ่งผมก็เคยดูหนังเขานะ แต่จำหน้าไม่ได้เพราะว่าไม่ได้ดูหน้า (ฮา) ไม่ใช่ๆ ที่จริงก็คือผมเองก็ไม่รู้ว่าคนไหน พี่กอล์ฟโย่ง (ปวีณ ภูริจิตปัญญา ผู้กำกับฯ “บอดี้ ศพ19″) ชอบมาก ไปขอลายเซ็นขอถ่ายรูปกับเขาด้วย ข้างๆ จีทีเอช มันเป็นร้านตัดผมญี่ปุ่น ตอนอาโออิ มาฟิตติ้ง นี่เขาตกใจใหญ่วิ่งมาขอจับไม้จับมือ เราก็โอ…ตายแล้ว เขาเป็นดาราใหญ่มากๆ เลยนี่หว่า”

แต่เต๋อก็บอกว่า พอสนิทกันพูดคุยกันมากขึ้น ท่าที่เกร็งๆ ของเขาในตอนแรก ก็หายไปหมด

“ที่จริงตัวจริงแล้ว เขาก็เป็นผู้หญิงวัยรุ่นญี่ปุ่นใสๆ น่ารักธรรมดาๆ ไม่ได้มีอะไรเลย แล้วก็นิสัยดีด้วย”

ถ้าถามว่าเขาเป็น “เหิร” ในหนังเขาจะโดดลงรถไฟตาม “อาโออิ” ไปหรือเปล่า

“เป็นผมคิดหนักเหมือนกันนะ” เขานิ่งคิด

“ถ้าเป็นผมนะ ผมไม่โดดลงไปเพราะว่าเรารู้จักกันแค่นั้น ก็เป็นสิ่งที่พรหมลิขิตให้รู้จักได้แค่นั้น ถ้าเกินกว่านั้นคือตัวเราเองที่ต้องการ จะเจอกันได้พูดคุยกันมันเป็นเรื่องโชคชะตา การโดดลงรถไฟไปคือเราตั้งใจจะทำอะไรบางอย่าง หลังจากนั้นมันเป็นความชั่วในหัวแล้ว เมื่อไหร่ที่โดดนี่เป็นความชั่วในหัวที่สั่งให้ทำ”

เต๋อ

อย่างไรก็ตาม ความตั้งใจจริงๆ ของเขา ก็คือการเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ เพราะว่าเขาเป็นคนที่เก็บเกี่ยวประสบการณ์ในช่วงมหาวิทยาลัยมาท่ามกลางคนอย่าง มะเดี่ยว-ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล, โสภณ ศักดาพิสิษฏ์ (ผู้เขียนบทเรื่อง ชัตเตอร์), 6 ผู้กำกับฯแฟนฉัน, ปวีณ ภูริจิตปัญญา, โต้ง-บรรจง ปิสัญธนะกุล (ผู้กำกับฯ ชัตเตอร์, แฝด) ซึ่งเป็นรุ่นพี่ที่นิเทศฯ จุฬาฯ และเขาก็เฝ้าดูผลงานและความสำเร็จของทุกคนมาโดยตลอด

“แต่ผมไม่ใช่คนแบบนั้นที่ต้องจบมาเป็นผู้กำกับฯเลย ผมเป็นคนประเภทผึ้งงานที่พร้อมจะทำงานหนักเพื่อตามคนเหล่านี้ขึ้นไป ไปรู้วิธีคิดไปช่วยเขาทำงานตลอด แล้วก็ได้ดูว่าเขาคิดยังไงแก้ปัญหายังไง

“คือโลกนี้มันมีคน 2 แบบ คนที่เกิดมาพร้อมกับคุณสมบัติที่จะทำอะไรบางอย่าง กับคนที่ไม่มีอะไรแต่พร้อมจะเรียนรู้” เต๋อว่าเขาเป็นอย่างหลัง

สำหรับเขา งานหนังเป็นอาชีพที่รักและหลงใหลมาตั้งแต่สมัยเรียน แม้ว่าจะเป็นเส้นทางที่ยากลำบาก เขาก็ยังพร้อมจะเดินไป

“ไม่เคยคิดเรื่องเป็นดารานะ ที่จริงผมชอบทั้ง 2 อย่าง ทั้งนักแสดงและเขียนบท ผมไม่รู้ว่าเหมาะกับอะไรมากกว่ากัน แต่การเป็นนักแสดงมันไม่อยู่กับเราตลอด วันหนึ่งพอแก่ก็ไม่มีคนจ้าง แต่ว่าทักษะของการเขียนบทหนัง การเป็นผู้ช่วย มันอยู่ในตัวเราตลอด”

“และนั่นเป็นเส้นทางที่เขามุ่งไป”

ที่มาจากหนังสือพิมพ์