?พิม? มั่นใจ ?หมี่จู? ไม่ซ้ำ ?เด็กโต๋?

Home / ข่าวหนัง / ?พิม? มั่นใจ ?หมี่จู? ไม่ซ้ำ ?เด็กโต๋?

เป็นเพราะว่าเรื่องราวของภาพยนตร์ หมี่จู ของ สหมงคลฟิล์ม นั้นเน้นขายเรื่องราวของเด็กชาวเขาที่ห่างไกลความเจริญ จึงทำให้หลายคนอดคิดไม่ได้ว่าจะไปซ้ำกับหนังแนวสารคดีอย่าง เด็กโต๋ หรือเปล่า งานนี้ต้องไปฟังจากนักแสดงนำของเรื่องอย่าง พิม-พิมพ์พรรณ ชลายนคุปต์ ดีกว่าว่าเป็นอย่างไรกันบ้าง

พิม เผยว่า ประมาณปีนี้น่าจะมีหนังเข้าฉายเรื่องหนึ่ง คือ หมี่จู เป็นหนังฟอร์มเล็ก ที่ผ่านมายังไม่มีข่าวเล็ดลอดออกมา ทีมงานซุ่มถ่ายทำกันเงียบมาก หนังเรื่องนี้เน้นขายความเป็นธรรมชาติใส ๆ เป็นเรื่องของนักอาสาพัฒนาที่ไปพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของชาวเขาให้มีความรู้และมีการศึกษามากขึ้น เป็นหนังเรียบ ๆ แต่ขายความใสมากกว่า

พักหลังมานี้พิมไม่ค่อยได้บทเด่นเท่าไหร่ มาคราวนี้บทโอเคมั้ย?
เป็นนักแสดงหลักเลยค่ะ เพียงแต่บทส่วนใหญ่อาจจะไปเน้นที่เด็กชาวเขามากกว่า เพราะมันเป็นเรื่องราวของเขา พิมก็พอใจนะ เพราะเรามองของเนื้อเรื่องโดยรวมมากว่า ไม่ได้คิดว่าฉันจะเล่นแต่หนังที่ฉันเด่นคนเดียว แค่เป็นส่วนหนึ่งของหนังดี ๆ เราก็พอใจแล้ว

ร่วมงานกับเด็กเป็นอย่างไรบ้าง
ก็ค่อนข้างจะหนักพอสมควร เพราะเขาเป็นเด็กชาวเขาที่พูดไทยไม่ค่อยได้ แต่เด็กชาวเขาก็น่าสงสารนะ ชีวิตเขาแตกต่างจากเด็กในเมืองมาก เด็กชาวเขาต้องคอยช่วยเหลือตัวเอง เพราะพ่อแม่เลี้ยงแบบไม่ค่อยทะนุถนอมมากเท่าไหร่ไม่เหมือนเด็กเมือง มีอยู่ครั้งหนึ่ง เด็กที่ร่วมแสดงในหนังเรื่องนี้เป็นเด็กชาวเขาจริง ๆ ไปเล่นกับเพื่อนอีท่าไหนไม่รู้ แล้วดันไปตัดนิ้วตัวเองขาดไปข้อนึง เช้ามาเขาก็มาทำงานปกติ เขาไม่มาออดอ้อนแม่ ชีวิตพวกเขาทรหดมาก

การทำงานล่ะทรหดหรือเปล่า?
ไปถ่ายทำที่หมู่บ้านชาวเขาเผ่าอาข่า ที่ จ.เชียงราย ไม่มีน้ำ ไม่มีไฟ ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวก ต้องอาบน้ำตามน้ำตก พอตกดึกก็ไม่มีไฟมืดมาก โชคดีตอนหลังมีเครื่องปั่นไฟ ก็เลยพอจะมีไฟให้ใช้บ้าง แต่ที่ทรมานสุด ๆ คือ อากาศหนาวมาก เพราะไปถ่ายกันช่วงหน้าหนาว เกือบตายเหมือนกัน เวลาจะลงมากรุงเทพที ต้องนั่งรถเกือบ 3 ช.ม. กว่าจะถึงสนามบิน พอลงมาแล้วกลายเป็นว่าเรารู้สึกไม่ชินกับความเป็นเมืองเลย แล้วสภาพเราก็กลายเป็นชาวเขาไปด้วย คนก็จำไม่ได้ว่าเราเป็นใคร มีอยู่ครั้งนึงตอนจะกลับมากรุงเทพ คนก็มองเราหัวจรดเท้าแบบเหยียด ๆ เพราะมือเท้าเราดำไปหมด ทำให้เรารู้สึกเลยว่าทำไมคนเราต้องมองกันแค่รูปกายภายนอก

หนังเรื่องนี้ให้อะไรกับคนดู
ให้เยอะเลย มันทำให้เรารู้ว่าโลกใบนี้ยังมีคนที่ลำบากกว่าเราอีกเยอะ เขาไม่ได้รับในสิ่งที่เขาควรจะได้ ลำพังแค่ ปัจจัย 4 ยังมีไม่ครบเลย ถ้ามีอะไรที่พอจะช่วยเหลือได้เราก็ควรจะช่วยพวกเขานะ

กลัวว่าหนังเรื่องนี้จะไปเหมือนกับหนังสารคดีอย่าง เด็กโต๋ มั้ย
พิมเองก็ไม่เคยดู เด็กโต๋ นะ แต่คิดว่าจุดขายน่าจะต่างกัน เพราะเรื่อง หมี่จู เน้นขายความใส ๆ เป็นเรื่องราวของเด็กดอยที่มาผจญภัยในเมืองค่ะ

ที่มาจากหนังสือพิมพ์