ผมเป็นผู้กำกับตามใบสั่ง … ธรธร สิริพันธ์วราภรณ์

Home / ข่าวหนัง / ผมเป็นผู้กำกับตามใบสั่ง … ธรธร สิริพันธ์วราภรณ์

เรื่อง อัคร เกียรติอาจิณ / ภาพ วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี

ผู้ชายหน้าตี๋ใส่แว่น แต่งตัวสบายๆ เหมาะกับหุ่นไซส์มินิ เดินมาพร้อมกับผมทรงแห้วอันเป็นเอกลักษณ์ โปรยยิ้มเล็กน้อยเหมือนเป็นการส่งสัญญาณเพื่อให้รู้ว่าใช่แล้วละเขาคือคนที่มีนัดกับเรา

สำหรับโพสต์ทูเดย์ เขาบอกว่าคุ้นเคยกันดี นั่นก็เพราะ 2 เหตุผลสั้นๆ หนึ่งคือเขาเป็นแฟนประจำ ต้องหยิบมาอ่านทุกวัน วันไหนไม่ได้อ่าน ท้องไส้ต้องปั่นป่วน สองคือเขาเคยเป็นพรีเซนเตอร์โฆษณา ชุดที่พูดถึงความหมองคล้ำบนใบหน้าของเฮีย แต่พอได้อ่านหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ ก็พบกับความสดใสราวกับใช้ไวท์เทนนิง

อันที่จริง ธรธร สิริพันธ์วราภรณ์ หรือที่คนในวงการเรียกขานกัน ซ้ง มีงานหลักคือกำกับหนัง ส่วนการเป็นพรีเซนเตอร์โฆษณา หรือแม้แต่การมารับเล่นหนังของเพื่อนพ้องน้องพี่ (ที่กำลังลงจอล่าสุดคือ ดรีมทีม เขาเล่นเป็นคุณพ่อน้องภูมิ) เป็นแค่งานอดิเรก ทำขำๆ คลายเครียดแค่นั้น

งานกำกับที่ธรธรฝากฝีมือนั้นมีทั้งหมด 7 เรื่อง ในรอบ 4 ปี ประเดิมด้วย 9 พระคุ้มครอง ซึ่งเขายอมรับว่าเป็นผลงานเพียงเรื่องเดียวที่อยากทำแล้วได้ทำ เพราะอีก 6 เรื่อง ล้วนแต่เป็นโจทย์ที่ทางค่ายหนังกำหนดไว้ เช่น ก็เคยสัญญา เสือภูเขา เสือคาบดาบ เดอะกิ๊ก เดอะกิ๊ก 2 ผีเลี้ยงลูกคน รวมถึงที่เข้าฉายอยู่ตอนนี้ เพื่อนกันเฉพาะวันพระ ก็เป็นหนังทำตามโจทย์

ผมชอบความเป็นเด็กนะ ชอบจินตนาการของเขา มุมมองของเด็กทำให้ผมเห็นความแตกต่าง อย่าง 9 พระคุ้มครอง ที่บอกว่าเป็นหนังที่อยากทำ เพราะมันสะท้อนความเป็นเด็ก

หากวัดกันถึงความสำเร็จในแง่รายได้ ธรธรอาจไม่ใช่ผู้กำกับที่ประสบความสำเร็จ ผลงานที่ผ่านมาของเขา หนังแต่ละเรื่องรายได้ลูกผีลูกคน บางเรื่องก็เกือบจะเอาตัวไม่รอด มีเพียงบางเรื่องเท่านั้น สามารถประคับประครองจนก้าวล่วงห้วงเหวแห่งความเจ๊งระนาวได้

ถึงอย่างนั้น เจ้าตัวก็บอกเสียงขึงขัง จุดนี้ไม่เกี่ยวกับผู้กำกับแล้ว เป็นหน้าที่ของค่ายหนังต้องจัดการกันให้ดี เพราะผู้กำกับมีหน้าที่ทำหนังออกมาเป็นรูปธรรมตามใบสั่ง กำไรไม่กำไรขึ้นอยู่ว่าตอบโจทย์ตลาดไหม

พูดตรงๆ เลยนะครับ ณ เวลานี้ผมเป็นคนทำหนังไม่ค่อยมีแนวชัดเจนเท่าไหร่ นายทุนมีโจทย์ให้ทำผมก็ทำตามโจทย์ คือไม่เสนอโปรเจกต์ ถามว่ามีโปรเจกต์ในใจไหม มีเหมือนกัน แค่ไม่อยากเสนอ เพราะเคยเสนอไปก็จะได้คำตอบ เฮ้ย! เดี๋ยวก่อน เอาโปรเจกต์นี้ไปทำก่อนดีไหม เจอแบบนี้ตลอด สู้นิ่งดีกว่า มีอะไรให้ทำก็ทำ อีกอย่างผมก็กลัวนะ พอเสนอนายทุนไม่เอา แต่กลับเอาไอเดียผมไปพัฒนาต่อโดยไม่ให้ผมมีส่วนร่วม ซึ่งน่ากลัวมากครับ

ถึงแม้ธรธรจะหาญกล้าเรียกตัวเองเป็นผู้กำกับตามใบสั่ง แต่ตลอดการทำงานเขากลับพบว่านี่ละคือความสนุก และเป็นความสนุกเชิงทดลอง ซึ่งผู้กำกับคนอื่นๆ อาจไม่ได้สัมผัสเหมือนเขา เนื่องจากมัวติดภาพลักษณ์ผู้กำกับเทวดา เน้นหน้าหนังคุณภาพ เน้นขายความเป็นอาร์ตเพียวๆ หรือหวังกล่องอย่างเดียว สำหรับเขาไม่ใช่ไม่อยากทำแบบนั้น แต่ด้วยเส้นทางถูกเปิดออกและโอกาสที่ถูกหยิบยื่นให้ จึงจำต้องเลือกที่จะเดินตามสิ่งที่นายทุนกำหนดกะเกณฑ์

ถ้าใครเคยดูหนังผมจะเห็นว่ามันมีความเลอะเทอะบ้าบอปะปนอยู่เยอะทีเดียว ขณะเดียวกันมันก็มีความก้ำกึ่งในหลายๆ จุด บางทีจะตลกก็ไม่ตลก จะรักก็ไม่รัก จะดรามาก็ไม่ดรามา หลายคนคงไม่ชอบ ยิ่งนักวิจารณ์ไม่ต้องพูดถึงหรอก โดนด่าเละ เขารับไม่ได้หรอกกับสิ่งที่ผมทำ แต่ผมก็ต้องรับฟังในแง่การแสดงความคิดเห็น เพราะส่วนตัวชอบหนังแบบนี้และอยากทำแบบนี้

ก่อนหน้าที่ธรธรจะมานั่งแท่นผู้กำกับ เคยทำงานเอเยนซีโฆษณาดังๆ หลายแห่ง แต่แล้ววันหนึ่งความเบื่อในวงจรมนุษย์ครีเอทีฟเข้าสิง เขาจึงดีดตัวเองออกจากวังวน และก้าวสู่งานเขียนบทหนัง ผลงานเด่นๆ ก็เช่น ฝันติดไฟ หัวใจติดดิน ปาฏิหาริย์ โอมสมหวัง แตกสี่ รัก โลภ โกรธ เลว โคลนนิ่ง คนก๊อบปี้คน

ดูตามรายชื่อหนังที่ธรธรไล่เลียงมา เราเองก็เพิ่งรู้เหมือนกันว่านี่เป็นผลงานการเขียนบทของเขา หากนำมารวมกับผลงานเรื่องอื่นที่เขารับหน้าที่กำกับด้วย จะเห็นถึงความหลากหลายในอารมณ์หนังแต่ละเรื่องปรากฏชัด นี่จึงไม่แปลกใจว่าทำไมเขาถึงบอกชอบหนังที่พะยี่ห้อธรธรเสียนักหนา

ส่วนใหญ่หนังที่ผมกำกับผมจะเขียนบทเอง พอได้โจทย์ก็มาแตกความคิด โชคดีไหมที่ผมเป็นคนเขียนบทมาก่อน ก็ถือว่าเอื้อกันได้ระดับหนึ่ง แต่การเขียนบทเพื่อทำหนังมันรายละเอียดเยอะ ตอนนี้ผมก็เขียนบทตามใบสั่งให้คนอื่นบ้าง (หัวเราะ) แต่เสียดายที่คนมาจ้างกลับมองไม่เห็นรายละเอียดที่ผมใส่ให้ ตัดทิ้งส่วนสำคัญออกไป พอทำเป็นหนังเลยดูแปลกๆ ยังไงไม่รู้ เพราะเขาใช้เฉพาะส่วนหัว แต่รายละเอียด หรือหัวใจหลักไม่ใช่ เป็นแบบนี้บ่อยๆ ครับ แต่ก็ชิน เพราะนั่นคืองานของมือปืนรับจ้าง ซึ่งถ้าเป็นหนังสิ่งที่ผมคิดว่ามันสำคัญก็จะต้องใส่ ไม่คิดว่ามันเป็นส่วนเกินหรอก ต่อแม้คนอาจจะไม่ชอบ หรือชอบก็ตาม

เช่นเดียวกับหนังเรื่องล่าสุด เพื่อนกันเฉพาะวันพระ หลายคนชอบในความน่ารัก สนุกในแบบฉบับหนังดูเอาฮา ขณะที่บางคนกลับเอือมระอาเต็มที เพราะทนกับความติ๊งต๊องด้านเนื้อหาไม่ไหว ในฐานะเจ้าของหนัง ธรธรรู้สึกว่าเป็นเรื่องนานาจิตตัง ใครชอบก็ดู ไม่ชอบก็มีทางเลือกอีกมากมาย

มันมีองค์ประกอบเยอะครับ ที่หนังเรื่องหนึ่งจะสามารถดึงเงินจากกระเป๋าคนดูได้ เฉพาะหน้าหนังอย่างเดียวคงไม่พอ ดาราก็ไม่ใช่ตัววัดหรอกว่าหนังจะขายได้ชัวร์ๆ นายทุน การตลาด หรือการประชาสัมพันธ์ ต้องเดินหน้าไปพร้อมๆ กัน อย่างปีที่แล้วผมเจอปัญหาหนังเข้าโรงเวลาเดียวกัน 2 เรื่อง กิ๊ก 2 กับ ผีเลี้ยงลูกคน เรื่องแรกไม่ค่อยหนักเท่าไหร่ แต่เรื่องหลังนี่สิ เจอจังๆ คือตัวดารา พอช่องแบนดารา เขาก็เลยแบนหนังไปด้วย แล้วตัวดาราก็ไม่ได้มาช่วยโปรโมตหนัง ซึ่งเป็นเรื่องจุกจิก เริ่มรู้สึกไม่สนุกละ ทั้งๆ ที่ตอนแรกบอกกับตัวเองว่าครั้งหนึ่งเราเคยทำหนังสนุกนี่หว่า แต่ตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้นเนี้ย

ความไม่สนุกที่กำลังรุมเร้าธรธรนั้นไม่ใช่เพิ่งจะเกิดจากกรณีที่เขายกตัวอย่าง ความจริงมันเกิดมานาน แต่ด้วยความเป็นคนอารมณ์ดีและเรียนรู้ที่จะปรับตัว มองเรื่องใหญ่เป็นเรื่องจิ๊บจ๊อย โดยใช้ธรรมะเข้าข่ม รู้จักปล่อยวางบ้าง อย่าแบกสารพัดปัญหาไว้บนบ่าคนเดียว ทุกอย่างจึงดูราบรื่น โดยเฉพาะกับการทำงานลักษณะผู้กำกับตามใบสั่ง ช่วยให้เขาสะกดคำว่า หน้าที่ ได้แม่นยำ

ธรธรย้ำเสียงหนักแน่นกับเราถึงอนาคตบนเส้นทางผู้กำกับ คงไม่ใช่สิ่งที่เขาจะยืนหยัดระยะต่อยาวนาน ยิ่งสถานการณ์ต่างๆ ยังวนเวียนซ้ำซากเช่นนี้ วันหนึ่งเขาอาจล่าถอยออกมาไปนั่งอยู่ในสถานะคนดู เฝ้าจับตามองวงการโดยความเข้าอกเข้าใจ หรือบางทีเขาอาจผันตัวเองเป็นนักเขียนวรรณกรรมสำหรับเยาวชนจริงๆ จังๆ หลังชิมลางเล่มแรกไปแล้วกับผลงานน่ารัก อบอุ่น เฮี้ยวฮา ตามประสาวายร้ายวัยใส ครูนิโกร ห้อง ป.3 ก (สำนักพิมพ์มติชน)

งานเขียนเป็นงานที่ทำหลังจากว่างจริงๆ เพราะผมไม่ได้ซีเรียสว่าต้องเสร็จวันนั้นวันนี้ ว่างผมก็ค่อยมาจับปากกา เลยไม่กดดันตัวเอง เล่มนี้มันเหมือนระบาย หรือถ่ายทอดความเป็นผมมากที่สุด ผมชอบเด็กอยากทำหนังเด็ก แต่ไม่มีโอกาสได้ทำ เลยเปลี่ยนมาจับงานเขียนนี่ละ อย่างน้อยเรื่องราวที่คิดไว้แม้จะไม่ได้เป็นหนัง แต่ก็กลายเป็นตัวหนังสือ

มีงานเขียนเล่มแรกเป็นรูปเป็นร่าง แถมยังได้รับการตอบรับดีไม่น้อย เราจึงอดถามไม่ได้ว่าจะเอาดีกับเส้นทางวรรณกรรมไหม ธรธรอมยิ้มก่อนบอกสั้นๆ คงมีเล่มต่อไปให้หนอนหนังสืออ่านกันเพลินแน่นอน พร้อมทั้งหากมีโอกาสอีกครั้งอยากเห็นตัวละครในผลงานเขียนโลดแล่นบนจอเงิน อ้อ แต่เขาก็ออกตัว ไม่ขอกำกับ ให้ใครก็ได้นำบทประพันธ์ไปสร้างสรรค์ใหม่โดยไม่ต้องมีเขาคอยสั่งการ

ที่มาจากหนังสือพิมพ์