เปิดกล้อง ”ฟงอวิ๋น2” กัว ฟู่ เฉิง, เจิ้ง อี เจี้ยน อยู่ครบ

Home / ข่าวหนัง / เปิดกล้อง ”ฟงอวิ๋น2” กัว ฟู่ เฉิง, เจิ้ง อี เจี้ยน อยู่ครบ

”ฟงอวิ๋น” การ์ตูนเรื่องดังของนักเขียน หม่า หยง เฉิง ที่เคยนำมาสร้างฉบับภาพยนตร์เมื่อปี 1998 ”ฟงอวิ๋นขี่พายุทะลุฟ้า” นำแสดงโดย เจิ้ง อี เจี้ยน ในบท เนี่ย ฟง กัว ฟู่ เฉิง ในบท ปู้ จิ้ง อวิ๋น ด้วย CG อันละเอียดตระการตาบวกกับเนื้อหาที่เผ็ดมันทำให้ภาพยนตร์ประสบความสำเร็จอย่างมาก ยอดรายได้แค่เฉพาะในฮ่องกงเกินกว่า 41 ล้านเหรียญฮ่องกง

สิบปีต่อมาบริษัท Universe Entertainment ได้ซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทำ ”ฟงอวิ๋น2” นำเรื่องราวความตื่นเต้นมาให้ชมกันต่อ  ทั้งยังเชิญสองพี่น้องอ๊อกไซด์ และแดนนี่ แปง มานั่งแท่น ผู้กำกับ โดยครั้งนี้ ดึง กัว ฟู่ เฉิง และ เจิ้ง อี เจี้ยน กลับมาปะทะกันอีกครั้งในรอบ 10 ปีพร้อมกับให้รับบท ปู้ จิ้ง อวิ๋น และ เนี่ย ฟง อีกครั้ง   ซึ่งนอกจากนักแสดงนำทั้งสองแล้ว ยังมี ไช่ จั๋ว เหยียน (อาซา) แสดงเป็น ตี้ เออร์ เมิ่ง,  เซี่ยะ ถิง ฟง แสดงเป็นเจี๋ย ซิน และ เยิ่น ต๊ะ หัว แสดงเป็น เจี๋ยซื่อ เสิน ด้วย   ส่วนบท ฉูฉู่ นั้นได้ ถัง เยี่ยน  เด็กหน้าใหม่ในสังกัด  Chengtian Entertainment มารับบทนี้  ด้านผู้กำกับศิลป์ได้ ซี จง เหวิน  คนที่เคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลบนเวทีออสการ์มาแล้วรับหน้าที่นี้ไป   ทั้งนี้เขาบอกว่าจะออกแบบเสื้อผ้าของตัวละครใหม่ทั้งหมดใช้ดีไซเนอร์ชื่อดังระดับโลก  ซึ่งเชื่อว่าต้องเป็นที่สนใจของผู้ชมเป็นแน่
 
ช่วงนี้วงการหนังจีนส่วนมากจะใช้เทคนิคพิเศษสร้างความอลังการมาดึงดูดความสนใจของคนดู  เพื่อให้ได้ผลงานที่ตื่นตาด้วยเหตุนี้ทางบริษัท Universe จึงทุ่มงบกว่า 1 ร้อยล้านเหรียญฮ่องกง ในการสร้าง ”ฟงอวิ๋น2” ซึ่งคาดว่าจะทำให้มันเป็นหนังที่มีสร้างมาจากการ์ตูนที่มีความสมบูรณ์แบบที่สุดในประวัติศาสตร์ฮ่องกง  หลิน เสี่ยว หมิง โปรดิวเซอร์หนังได้กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า  ”ฟงอวิ๋น2” จะใช้ภาพมุมกว้างโชว์วิวผสมการเพิ่มเทคนิค CG ซึ่งเรื่องของงบประมาณนั้นเราทุ่มเต็มที่  เป้าหมายคือสร้างหนังที่สั่นสะเทือนวงการหนึ่งเรื่อง สำหรับทีมงานสร้างเทคนิคพิเศษนั้นได้บริษัท  Fat Face Production Ltd ที่มีผลงานอย่าง ”Recycle Bin”, ”The Warlords” มารับผิดชอบ  โดยคาดว่าจะใช้เวลาทำงาน 1 ปี 
 
ด้านนักแสดงนำ กัว ฟู่ เฉิง ก็ได้เผยความรู้สึกว่า ”การที่ครั้งนี้นอกจากจะได้ร่วมงานกับ เจิ้ง อี เจี้ยน อีก ก็ยังมีการเพิ่มนักแสดงใหม่มาเสริมทีมด้วย  ซึ่งภาคสองนี้เขาจะมีความรักกับ ฉูฉู่ คนใหม่ที่รับบทโดย ถัง เยี่ยน แต่จะมีเลิฟซีนหรือไม่ยังไม่รู้  ส่วน ถังเยี่ยน นั้นเธอรู้สึกกดดันที่ต้องมารับบทต่อจาก ซูฉี และการใช้ภาษากวางตุ้ง  ตอนนี้เธอจึงพยายามฝึกภาษากวางตุ้งอยู่หวังว่าจะได้พูดคุยกับทุกคนได้ง่ายขึ้น ด้าน เจิ้ง อี เจี้ยน ก็บอกว่าภาคนี้จะพูดไปถึงตอนที่ เนี่ย ฟง ธาตุไฟเข้าแทรก  หลังคุมสติไม่ได้ด้วยเหตุนี้จึงมีหลายฉากที่ไม่ใส่เสื้อผ้า  ซึ่งคนที่เป็นคู่กับเขาในหนังก็คือ อาซา  ด้านในส่วนของอาซา เธอกล่าวว่าที่ผ่านมาก็ได้ร่วมงานกับ เจิ้ง อี เจี้ยน หลายเรื่องแล้ว จึงเชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหา ส่วนในบทที่หน้าของ อาซา ต้องมีปานขนาดใหญ่ ในเรื่องนี้ผู้กำกับคิดว่าไม่น่าจะมี  งานนี้จึงทำให้โปรดิวเซอร์กำลังตัดสินใจอยู่ว่า ผลจะสรุปออกมาอย่างไรเธอก็บอกว่ายังบอกไม่ได้เหมือนกัน   
 
สำหรับ เซี่ยะ ถิง ฟง ที่ร่วมแสดงในเรื่องนี้ด้วยแต่อยู่ฝ่ายอธรรม ปรากฏว่าในงานแถลงข่าวคำถามหลักของเขากลับเน้นไปที่ความสัมพันธ์ของเขากับ จาง ป๋อ จือ  ซึ่งเซี่ยะ ถิง ฟง ก็ยอมตอบอย่างใจกว้างอารมณ์เย็นว่า   ”ตอนที่มีข่าวนั้น (ภาพหลุด) ออกมา  ผมกับภรรยากำลังนั่งรถจะไปดูหนัง  ได้ยินวิทยุพูดถึงรู้ว่าเรื่องมันลุกลามใหญ่โต” ต่อจากนั้นเขาก็ยืนยันหนักแน่นว่าความสัมพันธ์กับภรรยาไม่มีเปลี่ยน  ”ช่วงนี้บางทีพวกเราก็ออกไปกินข้าวด้วยกัน  เธอคอยดูลูกอยู่ที่บ้าน  พวกเรากำลังวุ่นอยู่กับการหาโรงเรียนให้ลูก  ใช้ชีวิตอย่างปกติทุกอย่าง”  แต่เมื่อนักข่าวจี้ถามไม่หยุด เซี่ยะ ถิง ฟง ก็เริ่มมีอารมณ์เสียกล่าวว่า  ”ปีนี้เป็นปีโอลิมปิก  มหกรรมกีฬาที่คนจีนรอคอยมาหลายปี  นี่เป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจ  ทำไมเกาหลี ญี่ปุ่น พัฒนาไปได้ไกลว่าน่ะหรอ  ก็เพราะนักข่าวของพวกเขาคอยสนับสนุนศิลปินของตัวเอง  ตอนนี้ทำไมทุกคนไม่ไปสนใจการจัดโอลิมปิก  มัวแต่เอาเวลามาถามเรื่องน่าขายหน้าอยู่ได้” 

ส่วนข่าวช่วงนี้ที่ออกมาว่า จาง ป๋อ จือ กำลังท้องในเรื่องนี้ เซี่ยะ ถิง ฟง เอ่ยปฏิเสธ  ”ไม่มี วันนี้เป็นครั้งแรกที่ผมได้ยินจากพวกคุณ  เพราะที่บ้านผมไม่ได้รับนิตยสารหรือหนังสือพิมพ์ใดๆ”  เมื่อนักข่าวถามว่าถ้ามีลูกเขาอยากให้เป็นผู้ชายหรือผู้หญิง  เซี่ยะถิง ฟง ตอบว่า ”ผมอยากได้ลูกชายอีกคน  เพราะลูกผู้หญิงมีเรื่องต้องให้เป็นห่วงมากกว่า”  นอกจากนี้เกี่ยวกับเวลาหวนคืนสู่วงการของ จาง ป๋อ จือ ในเรื่องนี้ เซี่ยะถิง ฟง กล่าวว่า ”ตอนนี้เธอเน้นอยู่งานดูแลลูกเป็นหลัก  ผมรู้สึกว่าเธอมีความสุขในการดูแลลูก  แล้วผมจะไปห้ามเธอทำไม  แต่ว่าจะเป็นกี่เดือนกี่ปีเธอถึงอยากกลับมาทำงาน  เรื่องนี้ผมก็บอกไม่ได้”

ซึ่งหลังจากงานแถลงข่าวผ่านไปในไม่ช้าทั้งนักแสดงและทางทีมงานก็จะมีการยกกองมาถ่ายทำในเมืองไทย ปลายเดือนมีนาคม โดยทางบริษัท Universe มีกำหนดเวลาลงโรงฉายทั่วโลกคร่าวๆ ปลายปี 2009

ที่มา สยามดารา

strom rider

strom rider

strom rider

strom rider

strom rider

strom rider