ช่วงท้ายแห่งสงครามฟอร์แมต

Home / ข่าวหนัง / ช่วงท้ายแห่งสงครามฟอร์แมต

เรื่อง : ชายโย

หลังหมดสิ้นสงครามระหว่าง จอแอลซีดี กับ จอพลาสมา สิ้นสุดลง โดยแอลซีดีเป็นผู้ชนะอย่างขาดลอย เพราะแม้ว่าพลาสมาจะมีดีกว่าเกือบทุกด้าน แต่ทว่าแอลซีดีก็มีฐานลูกค้าจากผู้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์เป็นทุนเดิม บวกกับเทคโนโลยีการแสดงภาพแบบใหม่ๆ ที่ออกมานั้น มีความเข้ากันได้กับแอลซีดีมากกว่า จึงเท่ากับว่าแอลซีดีที่คนส่วนใหญ่หนุนหลัง จึงชนะพลาสมาไปด้วยเหตุนี้เอง

play station 3

เมื่อไหร่ที่เราว่ากันเรื่องแอลซีดีกับพลาสมา ก็ไม่วายเหลียวหลังกลับมาดูฟอร์แมตใหม่ ซึ่งกำลังเป็นที่จับตาของคนในวงการไอทีอย่างมาก ว่าคอไอทีจะเลือกใช้ฟอร์แมตไหนแล้วไม่ตกยุค ระหว่าง บลูเรย์ และ เอชดี ดีวีดี ของค่ายโซนี่ และ โตชิบา ซึ่งท้ายที่สุดแล้วก็ดูเหมือนว่า บลูเรย์กำลังจะเป็นผู้ชนะ โดยมีเครื่องเพลย์สเตชัน 3 เป็นอัศวินนำทัพ อันที่จริงแล้วเรื่องของบลูเรย์และเอชดี ดีวีดี คงไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องออนไลน์สักเท่าไหร่ ถ้าไฟล์ภาพยนตร์ที่หาโหลดได้ทางอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเริ่มมีฟอร์แมตทั้ง 2 แบบให้โหลดกันนะสิครับ (ผมหมายถึงตัวอย่างภาพยนตร์นะ)

ชัยชนะของบลูเรย์

blue ray

รายงานยอดขายจาก ซีเอ็นเอ็น ระบุว่า ช่วง 3 เดือนแรกของปี 2008 ยอดขายเครื่องเล่นบลูเรย์ขายได้มากกว่าเอชดี ดีวีดี เป็นเท่าตัว ไทม์ วอร์เนอร์ จึงตัดสินใจเปลี่ยนรูปแบบการผลิตคอนเทนต์ให้กับแผ่นบลูเรย์เพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลังจากยอดขายเครื่องเล่นบลูเรย์เพิ่มขึ้น 42% ไปอยู่ที่ 21,770 เครื่อง ในขณะที่ เอชดี ดีวีดี ลดลง 88% เหลือเพียง 1,758 เครื่องเท่านั้น

ทั้งนี้ ปัจจัยของชัยชนะอย่างแรกก็คือ แผ่นบลูเรย์แบบเลเยอร์เดียวจะมีความจุ 25 GB และ 50 GB ในแบบ 2 เลเยอร์ ขณะที่เอชดี ดีวีดี จุได้เพียง 15 GB ในแบบเลเยอร์เดียว และ 2 เลเยอร์ จุได้ 30 GB

เหตุผลที่ทำให้บลูเรย์สามารถเก็บข้อมูลได้มากกว่าทั้งที่ใช้แผ่นขนาดเดียวกันก็คือ บลูเรย์ใช้ช่วงความยาวคลื่น 405 nm (นาโนเมตร) ของแถบเลเซอร์สี ฟ้า ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าเอชดีที่ใช้คลื่นความยาวแสงอยู่ที่ 650 nm รวมทั้งชั้นความหนาของแผ่นบลูเรย์ก็ยังบางกว่าด้วย

ลำพังแค่ขนาดความจุข้อมูลบลูเรย์ก็ได้ชัยไปกว่าครึ่ง เพราะทันทีที่มีพื้นที่ในการเก็บข้อมูลมากกว่า นั่นก็หมายความว่าภาพและเสียงจากภาพยนตร์จึงใส่ได้เต็มที่ โดยมีการสูญเสียข้อมูลน้อยที่สุด ภาพและเสียงจึงคมชัดกว่าดีวีดีหลายเท่าตัว บรรดาค่ายหนังจึงหันมาใช้บลูเรย์ที่ใส่ข้อมูลได้อย่างเต็มที่มากกว่าด้วย

ทางรอดของ เอชดี และคู่แข่งคนสำคัญของ บลูเรย์

hd

หากโตชิบา และ เอชดี ยังต้องการพื้นที่ในตลาดต่อไปนั้น คงมีอยู่หนทางเดียวก็คือการประกาศลดราคาเครื่องเล่นเอชดี ดีวีดี รวมทั้งแผ่นที่ใช้ในการบันทึก หรือไม่ก็ต้องหาพันธมิตรเสริมทัพการผลิตเครื่องเล่น และผู้ผลิตคอนเทนต์ให้ได้มากที่สุด เร็วที่สุด หากปล่อยเอาไว้นานไม่เกินปลายปีนี้ เอชดีคงจะเหลือแต่ชื่อให้คนพูดถึงตอนชั่งกิโลขายเหลือ 5 บาท ให้คนที่ซื้อไปแล้วให้เจ็บใจเล่น

ส่วนคู่แข่งคนสำคัญของบลูเรย์ที่เราจะมองข้ามไปไม่ได้เลยนั่นก็คือ ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ และ อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง นั่นเอง เวลานี้จำนวนความจุฮาร์ดไดรฟ์เริ่มแตะระดับหน่วยเทราไบต์ (1,000 กิกะไบต์) เป็นหน่วยความจุระดับสวรรค์ของนักถ่ายภาพและคลิปวิดีโอ โดยผู้ใช้คอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่ที่ไม่ต้องการความละเอียดเลิศเลอมากนัก จะใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงสั่งซื้อ ดาวน์โหลดไฟล์ภาพยนตร์ระดับดีวีดี หรือแม้กระทั่งบลูเรย์มาชม โดยไม่ต้องหาแผ่นบลูเรย์ราคาแพงมาดูอีกต่างหาก แล้วฟอร์แมตบลูเรย์จะมีความหมายอะไรล่ะ ถ้าเราดาวน์โหลดไฟล์ระดับเดียวกันได้ทางอินเทอร์เน็ต ในปีที่คนต้องการสินค้าราคาถูก และต้องการตัดรายจ่ายฟุ่มเฟือยออกไปมากที่สุด

ที่มาจากหนังสือพิมพ์

ที่มาภาพ
http://lifestyle.hexus.net/content/item.php?item=9751
http://www.roughlydrafted.com/RD/Q4.06/745E215D-460A-4393-96E6-56FD13A883A2.html


มีบลูเรย์ก็ต้องมีทีวี full hd  ด้วยสิครับ ส่วนราคาแผ่นบลูเรย์ และเครื่องเล่น ก็ยังสูงอยู่มากเลย เล่นเครื่อง dvd อัพสเกลไปก่อนละกัน เหอเหอ