แอชตัน คุตเชอร์ กับความเป็นพระเอ๊ก…พระเอก นอกจอ!!

Home / ข่าวหนัง / แอชตัน คุตเชอร์ กับความเป็นพระเอ๊ก…พระเอก นอกจอ!!

คอลัมน์ บันเทิงต่างประเทศ
โดย
raikorn@hotmail.com

เป็นคู่ที่ตอนแรกใครก็มองว่า ต้องไปด้วยกันไม่รอดแน่ๆ ด้วยวัยที่ต่างกันไม่ใช่แค่ น้องชายกับพี่สาว แต่ราวกับ หลานชายกับน้า ด้วยวัยที่ห่างกันถึง 15 ปี แถมยังมีอดีตสามีของฝ่ายหญิงเข้ามาป้วนเปี้ยนอยู่ด้วยไม่ห่าง แต่ตอนนี้ แอชตัน คุตเชอร์ พระเอกหนุ่มวัย 30 ก็แต่งงานกับ เดมี่ มัวร์ นางเอกรุ่นใหญ่ วัย 45 มาได้ 3 ปีแล้ว แต่คบกันจริงๆ มาได้ 5 ปี

พระเอกหนุ่มรูปหล่อเล่าว่า ตอนก้าวเข้ามาในวงการใหม่ๆ เขาก็เหมือนหนุ่มทั่วไปที่คิดว่า จะ “นอน” กับสาวๆ ให้มากที่สุด เท่าที่จะเป็นไปได้ “ผมว่า มันเป็นค่านิยมในสังคม ที่ผู้หญิงก็จะถูกเลี้ยงดูให้คิดว่า เมื่อโตขึ้นก็ต้องมองหาผู้ชายพิเศษสักคน แล้วก็แต่งงาน ส่วนผู้ชายก็ถูกเลี้ยงมาในสังคมที่คิดว่า ผู้ชายจะไปหลับนอนกับผู้หญิงสักกี่คนก็ได้ ไม่เสียหาย ผมคิดว่า ตัวผมเองก็เป็นอย่างนั้น และไม่เคยคิดจะลงหลักปักฐานกับใครเลย จนกระทั่งเมื่อผมได้มาพบกับภรรยาของผม เมื่อคุณตัดสินใจว่า จะมีความสัมพันธ์ที่จริงจัง คุณก็จะพบมัน”

แอชตันเล่าว่า เดมี่ทำให้เขาหยุดบรรดาความสัมพันธ์แบบ วัน-ไนท์ สแตนด์ (one-night stand) อันไร้ความหมาย แล้วหันมาจริงจังกับความสัมพันธ์ที่ผ่านมา 5 ปีแล้ว ขณะที่ตอนนี้ เขายังพยายามทำหน้าที่ “พ่อเลี้ยงที่ดี” คอยอบรม ดูแล ลูกสาวทั้ง 3 ของเดมี่ ที่เกิดจาก บรู๊ซ วิลลิส ด้วย

พระเอกหนุ่ม ซึ่งกำลังมีผลงานล่าสุด ว้อท แฮปเพ่นส์ อิน เวกัส (What Happens In Vegas) กับ คาเมรอน ดิแอซ เล่าว่า ด้วยความที่เขามีวัยเด็กที่ลำบาก ต้องทำงานหาเลี้ยงตัวเองตั้งแต่อายุ 12 ขวบ ทำให้เขาพยายามไม่เลี้ยงลูกเลี้ยงทั้งสามแบบตามใจ แต่อยากให้ทั้ง รูเมอร์ ซึ่งตอนนี้เป็นสาววัย 19 และ สเก๊าต์ วัย 16, ทัลลูลาห์ วัย 14 ได้รู้จักความลำบากของชีวิตดูบ้าง?

“ผมคิดว่า ชีวิตคนเรา มันควรจะต้องได้เผชิญกับความยากลำบาก ได้ออกแรงทำอะไรบ้าง อย่างรูเมอร์ ผมก็เคยส่งเธอให้ไปลองทำงานก่อสร้างอยู่กับพ่อผมระยะหนึ่ง ส่วนสเก๊าต์ เธอก็เคยไปทำงานที่กัวเตมาลา กับโครงการฮาบิแทต ฟอร์ ฮิวแมนนิตี้ ช่วยสร้างบ้านให้แก่ผู้ยากไร้มาแล้ว สำหรับทัลลูลาห์ ซึ่งอายุ 14 แล้ว ผมก็คิดว่า ในเร็วๆ นี้ เธอควรจะลองไปหางานทำดู เพื่อจะได้เรียนรู้ชีวิตเหมือนเด็กอื่นๆ”

แอชตันเล่าว่า แม้ตอนนี้เขาจะมีชีวิตแสนสุขสบาย แต่เขาก็ไม่เคยลืมชีวิตที่ทุกข์ยากลำบากในวัยเด็ก ที่เติบโตมาในครอบครัวยากจนในรัฐไอโอวา แต่เขาก็สามารถหาเงินส่งตัวเองกระทั่งเรียนจบด้านวิศวกรรมไบโอเคมี และเคยทำงานมาแล้ว ทั้งงานภารโรงในโรงงาน งานกรรมกรก่อสร้าง ฯลฯ ซึ่งเขารู้สึกว่า เป็นประสบการณ์ชีวิตที่มีค่า

“เพราะคุณจะไม่รู้สึกซาบซึ้ง เห็นคุณค่าอะไรเลย ถ้าหากคุณไม่เคยผ่านการต่อสู้เพื่อให้ได้สิ่งนั้นมา ผมเคยทำงานรับจ้างล้างจานในครัว ได้ค่าแรงชั่วโมงละ 4.65 ดอลลาร์ (ราว 148 บาท) เคยรับจ้างขายของในร้านค้า ขายเนื้อในตลาดสด และ งานในธนาคาร ผมเริ่มทำงานหาเงินตั้งแต่อายุ 12 และทำงานมาตลอด”

แต่ถึงกระนั้น แอชตันก็ว่า เขาก็เคยก้าวพลาด กระทั่งทำให้ตัวเอง “ติดคุก” มาแล้วเช่นกัน “ผมเคยคบเพื่อนที่เกเรอยู่ช่วงหนึ่ง แล้วเคยต้องเข้าไปนอนในคุกอยู่ 1 คืนในข้อหาขโมยของ คือตอนนั้น ผมอยากหาเงินทางลัด อยากได้เงินเร็วๆ เลยงัดเข้าไปขโมยของในโรงเรียน แล้วก็ถูกจับได้”

แล้วเขาก็เคยเล่าเรื่องนี้ ให้เด็กๆ ในโครงการ Spirituality For Kids ที่เขาและเดมี่ เคยเป็นอาสาสมัครเข้าไปช่วยงานได้ฟังกันด้วย “ผมบอกกับพวกเด็กๆ ว่า ผมคือคนที่เคยเข้าไปนั่งในคุกมาแล้ว ผมคือคนที่เคยดึงหมวกเบสบอลลงมาปิดหน้า เวลาเดินไปไหนต่อไหน เพราะรู้สึกอายตัวเอง ผมคือคนที่เคยลองยาเสพติด แต่ตอนนี้ ผมคือคนที่สังคมยอมรับในฐานะ บุคคลที่ประสบความสำเร็จ”

แอชตันเชื่อว่า “เมื่อเด็กถูกบอกว่า เขาเป็นคนเลว เป็นคนไม่ดี เด็กก็จะคิดว่า ตัวเองเป็นคนเลว คนไม่ดี แต่มันไม่มีใครหรอกคนที่เป็นคนเลว มันมีแต่คนที่ตัดสินใจพลาดไปเท่านั้น”

กับ บรู๊ซ วิลลิส อดีตสามีของเดมี่… แอชตันก็เล่าว่า “บรู๊ซเป็นเพื่อนคนหนึ่งที่ผมชอบไปไหน มาไหนด้วย” และเขายังแอบหวังด้วยว่า สิ่งที่เขาทำไป จะเป็นการสร้างทัศนคติให้แก่ลูกเลี้ยงทั้งสาม ได้รู้ว่าผู้ชายประเภทไหนที่พวกเธอควรจะคบหาเป็นแฟน

“ผมพยายามทำดีที่สุดกับเดมี่ และทำดีที่สุดกับบรู๊ซ โดยหวังว่า สิ่งเหล่านั้นจะทำให้พวกเธอทั้งสามรู้ว่า เมื่อจะเลือกผู้ชายสักคนมาเป็นแฟน เธอควรจะมองหาคนดี”

ถึงอนาคตจะเป็นสิ่งไม่แน่นอน แต่ถ้าทำได้ดีจริงๆ แบบนี้ เห็นทีชีวิตรักของพ่อเลี้ยงหนุ่มแอชตัน น่าจะชื่นมื่นไปอีกนานเลยล่ะจ้า

ที่มาจากหนังสือพิมพ์