สุวิทย์ ขาวปลอด อินเดียน่า โจนส์ และความหมายของมืออาชีพ

Home / ข่าวหนัง / สุวิทย์ ขาวปลอด อินเดียน่า โจนส์ และความหมายของมืออาชีพ

ไม่รู้หรอกนะว่าในโลกใบนี้จะมี นักโบราณคดีที่พกแส้ ใส่หมวกสุดเท่ เป็นโรคกลัวงู แต่อีกมุมมหนึ่งก็แสนจะรอบรู้ฉลาดเฉลียว ต่อสู้เก่งพอประมาณ มีทั้งไหวพริบและอารมณ์ขันสักกี่คนกัน ไม่แน่อาจจะไม่มีเลยด้วยซ้ำ

แต่ที่แน่ๆ ในโลกของจินตนาการ ผู้ชายคนนี้มีอยู่จริง แถมยังเป็นขวัญใจของใครหลายๆ คนอีกด้วย ก็ เฮนรี่ โจนส์ จูเนียร์ หรือที่แฟนๆ ของเขารู้จักกันดีในชื่อของ อินเดียน่า โจนส์ไงล่ะ

ช่วงนี้ อินเดียน่า โจนส์ ภาคอาณาจักรหัวกะโหลกแก้ว (Indiana Jones and the Kingdom of the Crystal) ก็กำลังโลดแล่นอยู่บนแผ่นฟิล์ม ส่วนบนแผ่นกระดาษ ต้นตำรับต่อยอดจินตนาการก็ไม่น้อยหน้า เพราะหลังจากที่ห่างหายจากบรรณพิภพไประยะหนึ่ง สุวิทย์ ขาวปลอดนักแปลมืออาชีพ ที่หลงรักนวนิยายผจญภัยมากว่า 20 ปีและเป็นผู้ร่ายฝีมือถ่ายทอดความสนุกสนานตื่นเต้นในการผจญภัยของอินเดียน่า โจนส์ ให้กระแทกใจนักอ่านชาวไทยมาตลอดกว่า 9 ภาค ก็กลับมาสะกดใจคนอ่านอีกครั้งในภาค 10 มหันตภัยทะลวงโลก

ฝีมือสุวิทย์ขนาดไหน คงไม่ต้องว่ากันให้มากความ เพราะเคยมีผู้ใหญ่คนหนึ่งกล่าวไว้ว่า “นักอ่านนิยายแปล ถ้าไม่ได้อ่านเรื่องแปลฝีมือสุวิทย์ จะถือว่าไม่ใช่นักอ่านตัวจริง”

และถึงแม้ในเล่มล่านี้สุวิทย์จะไม่ได้ลงมือแปลด้วยตัวเอง แต่ก็เป็นผู้ควบคุมคุณภาพให้คงอยู่เฉกเช่นเดิม

ลักษณะการแปลของสุวิทย์นั้นแตกต่างจากที่นักแปลหลายคนยึดถือในปัจจุบัน เพราะเขาจะแปลกันบรรทัดต่อบรรทัด

“ทุกวันนี้ยังใช้วิธีดั้งเดิมอยู่เลยนะ เขียนด้วยปากกาแล้วมีน้องช่วยพิมพ์” สุวิทย์เล่ายิ้มๆ ก่อนที่จะบอกอีกว่า

“ผมฉีกต้นฉบับออกมาหนึ่งหน้า แล้วใช้ไม้บรรทัดทาบประโยคที่จะแปลทีละบรรทัดเลย เพราะสิ่งสำคัญของนักแปลคือต้องแปลอย่างที่คนเขียนตั้งใจจะเขียน รักษาลีลาภาษา บรรยากาศ และสำนวนของต้นฉบับไว้ เพราะผู้เขียนแต่ละคนจะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แตกต่าง ต้องเคารพงานเขียนของเขา และทำให้นักอ่านได้รับรู้ถึงตัวตนที่แท้ของผู้เขียนด้วย”

ด้วยความคิดที่เคารพประกอบกับฝีมือที่หาตัวจับยากเฉกนี้ แม้ในช่วงสภาวะที่เกิดวิกฤต หลายสำนักพิมพ์ล้มหายไป ทว่าสำนักพิมพ์วรรณวิภาของเขากลับยังยืนหยัดอยู่ได้ตามสมควร ไม่ใช่เพราะสายป่านยาวหรือทุนส่วนตัวหนาหรอก แต่เป็นเพราะความรักของแฟนนักอ่านที่ส่งผ่านและให้กำลังใจ ทำให้เลือดนักสู้ที่มุ่งมั่นลาออกจากงานที่มั่นคงอย่างราชการเพื่อมาเป็นนักแปลโดยอาชีพ พลุ่งพล่านและพยายามอีกครั้ง

“ผมเคยเปิดร้านหนังสือที่มาบุญครองแต่ประคองตัวมาพักหนึ่งแล้วสู้ไม่ไหวเลยต้องปิด นักอ่านที่อ่านหนังสือแนวแอ๊คชั่น-ผจญภัยแบบนี้จะอ่านกันระยะยาวเลยนะ ทุกคนก็จะติดต่อกับผมโดยตรงจนเรากลายเป็นเหมือนครอบครัว เคยมีบางช่วงที่คิดว่าไม่ไหวแล้วล่ะ คงต้องพอแล้ว แต่ทุกคนพอทราบก็จะมาช่วยกัน ส่งเงินค่าสมาชิกมาให้ บางจำนวนเงินส่งมามากกว่าค่าหนังสือไม่รู้กี่สิบเท่า พอได้มาผมก็แบ่งให้คนในสำนักพิมพ์ที่มาช่วยงานหมด สบายใจ” คงยืนยันความรู้สึกนี้ของเขา จากแววตาสุกใสได้เป็นอย่างดี

และในฐานะรุ่นใหญ่ล่ะ เขามองสภาวะการแปลที่มีหนังสือแปลออกมาเกลื่อนแผงในหลากภาษาตอนนี้อย่างไรบ้าง เราสงสัย

“คุณลองสังเกตบนปกหนังสือซิ มีกี่เล่มกันที่ประกาศชื่อของนักแปลรุ่นใหม่ๆ ได้อย่างภาคภูมิและมีปรากฏตัวตนอย่างชัดเจนอย่างรุ่นผมบ้าง” เขาย้อนกลับมา ก่อนที่จะบอกอีกว่า

“สมัยก่อนมันมาก สู้กันดุเดือดถึงเลือดถึงเนื้อเลยล่ะ ใครชอบเล่มไหนก็หยิบมาแปล เพราะงั้นเลยมีหลายฉบับแปลให้คนอ่านเห็นเปรียบเทียบในเรื่องเดียวกัน แต่สมัยนี้ใครจะแปลผิดถูกแค่ไหนเป็นเล่มก็แทบจะไม่มีใครรู้เลย เพราะไม่มีให้เปรียบเทียบ คุณโกหกซะครึ่งเล่มยังออกมาได้เลย ยิ่งสำนักพิมพ์บางแห่งให้ไปแปลแล้วปล่อยเลย ไม่ได้อยู่กับหนังสือ ในขณะที่เมื่อก่อนจะต้องอยู่กับหนังสือทุกตัวทุกบรรทัด” สุวิทย์ว่าพลางส่ายศรีษะด้วยความอึดอัดใจ

นักแปลที่ดีควรจะอ่านหนังสือให้มากๆ ก่อนเป็นอันดับแรก มุ่งมั่นจะแปลทิศทางใดก็ต้องซึมซับความงามทางภาษาในทิศทางนั้นให้ได้มาก แล้วจะพลิกแพลงภาษาต่างประเทศมาเป็นภาษาไทยได้อย่างสละสลวย ส่วนที่นักแปลรุ่นใหม่มักจะส่ายหัวกับการแปลในลักษณะรักษาต้นฉบับให้ถูกต้องเป๊ะๆ นั้น สุวิทย์ก็ว่า

“ขึ้นอยู่กับพื้นฐานความสามารถในการใช้ภาษา นอกจากภาษาไทยต้องเก่งแล้ว ภาษาต่างประเทศยิ่งต้องเก่งกว่า และที่สำคัญคือเซ้นส์ในการอ่านและตีความ ต้องแปลให้ได้ภาพชัดเจนเหมือนกับเวลาดูหนัง ให้เห็นทุกขั้นตอนของอิริยาบถ ให้มีชีวิตชีวา ทุกวันนี้ที่ผมยังอยู่ได้เพราะผมเน้นความแตกต่าง ถูกต้อง และคงอรรถรสครบถ้วน”

อยากพิสูจน์ทุกสิ่งที่สุวิทย์ว่าคงต้องไปหาอินเดียน่า โจนส์อ่านดู

โดยเฉพาะนักแปลรุ่นใหม่ ที่วาดหวังคำว่ามืออาชีพไว้ประดับตัว

ที่มาจากหนังสือพิมพ์


 

นักแปลกลาง [22 พ.ค. 51 – 20:19]

บ้านผมเป็นทาวน์เฮาส์ ยิ่งอยู่นานพื้นที่ก็ยิ่งคับแคบ วันที่ต้องชำระสะสางหนังสือ เจอนิยายฝรั่ง แปลโดยสุวิทย์ ขาว-ปลอด กองใหญ่ บางเล่มเก่า กระดาษกรอบมีกลิ่น แต่ก็ตัดใจทิ้งไม่ลง

สมัยที่ยังมีเวลาอ่านยังจำได้ เปิดหน้าแรกก็ต้องอ่านต่อ…ได้ทั้งความรู้ นิยายฝรั่งมักแฝงความรู้ ได้ทั้งความสนุก…เหมือนยาเสพติด ถ้าไม่จบ ก็วางไม่ได้

มองกองหนังสือแล้วฟื้นความหลัง ผมมาอยู่ไทยรัฐ ตั้งแต่ต้นปี 2522 วันดีคืนดี สุวิทย์ก็หอบหนังสือมาให้ คุณวิฑูรย์ กวยะปาณิก หัวหน้าข่าวหน้า 1 ซึ่งมีศักดิ์เป็นน้า แถมเผื่อแผ่ถึงบริวารรอบข้าง

ผมก็พลอยได้อานิสงส์

แล้วก็ได้อ่านเรื่อยมา หนังสือแปลแต่ละเล่ม สุวิทย์มีข่าวบอกเล่าถึงแฟนประจำ…ปี 40 ฟองสบู่แตก สำนักพิมพ์ (เมีย) สุวิทย์ ก็พลอยแตก พิมพ์หนังสือต่อไม่ไหว

แฟนๆหนังสือไม่ยอม ส่งเงินมาให้ก่อน แปลเมื่อไหร่ ส่งหนังสือไปให้ทีหลัง

เรื่องแบบนี้ไม่เคยมี แต่ก็มีขึ้นแล้ว กับนักแปลเมืองไทย

ด้วยน้ำจิตน้ำใจจากแฟนหนังสือ สุวิทย์ได้ต่อลมหายใจ และเริ่มฟื้นคืน

หลายวันมาแล้ว สุวิทย์ส่งหนังสือมาให้กล่องใหญ่ แถมจดหมายหนึ่งฉบับ…บอกว่า กำลังจะตั้งหลัก…ด้วยหนังสือแปลชุดใหญ่ อินเดียน่า โจนส์ จำนวน 10 เล่ม

ไล่เรียงชื่อแต่ละเล่ม อาถรรพณ์หินเทพเจ้า ปาฏิหาริย์สุดขอบฟ้า ปริศนายูนิคอร์น มฤตยูกลางหาว ล่าคัมภีร์มรณะ ไข่ไดโนเสาร์ ความลับ ของสฟิงซ์…ฯลฯ

10 เล่มนี้ ผมไม่แน่ใจ มีอยู่ในตอนกะโหลกแก้ว หนังที่กำลังฉายในโรงหรือไม่

แต่ผมเชื่อว่า รสชาติจากคอหนังสือกับคอหนัง ต่างกัน บางคนอ่านหนังสือแล้ว ซึ้ง สะใจ กว่าดูหนัง น้อยคนที่จะบอกว่า หนัง…ทำดีกว่าหนังสือ

ปรากฏการณ์นี้ ชี้ว่า ไม่ว่าจะมีสื่อมากมาย เป็นทางเลือกใหม่ แต่เส้นทางและอิทธิพล คนเขียนหนังสือ คนแปลหนังสือ…ก็ยังมีอยู่ไม่น้อย

นักแปลรุ่นสุวิทย์ ผมจำได้ว่า มี สมพล สังขะเวส พงษ์ พินิจ ฯลฯ วันนี้ ชื่อเหล่านี้เลือนหายไป เหลือยืนยงคงกระพัน ขึ้นชั้นเทพ ก็สุวิทย์ ขาวปลอด คนนี้เอง

เด็กรุ่นใหม่ ถ้าไม่ได้อ่านเรื่องแปล ฝีมือสุวิทย์ น่าจะถือว่า ไม่ใช่นักอ่านนิยายแปล

ผมเพิ่งนึกขึ้นได้ ตอนนี้ คุณจักรภพ เพ็ญแข กำลังใช้ความพยายามแปลคำปราศรัย ที่ถูกหาว่าเป็นทัศนคติที่อันตราย แต่ยังแปลไม่จบสักที ในขณะที่บางฝ่าย แปลจบไปนานแล้ว

ถ้ามีปัญหาหาคนกลาง แปลคำปราศรัยคุณจักรภพ เป็นที่เชื่อถือไม่ได้ ผมก็ขอเสนอ สุวิทย์ ขาวปลอด ในฐานะนักแปลฝ่ายกลาง พิสูจน์…ความจริง

เท่าที่รู้จักกันมา นอกจากก้มหน้าก้มตาเลือกหาหนังสือถูกใจแปล แปลไป ตัวเองก็สนุกไป ผมไม่เคยได้ยินว่า สุวิทย์ ขาวปลอด เคยฝักใฝ่พรรคการเมือง หรือเลือกข้างไหนมาก่อน

ในช่วงที่ยังตัดสินอะไรไม่ได้ นายกฯหรือรัฐมนตรี จะอยู่จะไป ก็ไม่แน่ไปทั้งนั้น

ไปหาซื้อหนังสือแปล ชุดอินเดียน่า โจนส์ อ่าน จะอ่านเพื่อรอเวลา…หรืออ่านเพื่อพิสูจน์ฝีมือแปล…ก็ได้…ที่ร้านนายอินทร์มีขาย…

โลกวันนี้ เอาแน่อะไรได้เล่า พม่าเจอไซโคลน จีนเจอแผ่นดินไหว บ้านเราเมืองเรา อาจเจออะไรก็ได้ ความสุขจากการอ่านหนังสือ…ตอนนี้ น่าจะถูกที่สุด และดีที่สุด.

กิเลน ประลองเชิง

ที่มาจากหนังสือพิมพ์

ภาพปกหนังสือจาก
http://www.toulo.com/ 
http://www.dokya.com/