เบื้องหลังของพ่อ เบื้องหลังตัวอักษร 3 ตัว “ม.ร.ว.เฉลิมชาตรี ยุคล”

Home / ข่าวหนัง / เบื้องหลังของพ่อ เบื้องหลังตัวอักษร 3 ตัว “ม.ร.ว.เฉลิมชาตรี ยุคล”

หน่อเนื้อเชื้อไขของ ท่านมุ้ย-ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล ได้แสดงความสามารถส่วนตนให้เราๆ ได้เห็นมาแล้วหลายคน ล่าสุด คุณชายอดัม-ม.ร.ว.เฉลิมชาตรี ยุคล ทายาทคนสุดท้องก็ขยับหันมาจับงานทีวีทางอินเตอร์เน็ตในนาม www.fukduk.tv

ณ วันนี้จึงถึงเวลาที่จะไปทำความรู้จักกับผู้ชายคนนี้กัน

คุณชายอดัมมาต้อนรับเราในชุดประจำตัว คือเสื้อยืดขาว กางเกงยีนส์ซีด-ขาด พร้อมกับรอยยิ้มกว้าง สดใส และหลังจากทักทายกันเสร็จสรรพ เขาก็เริ่มเล่าให้ฟังว่า แม้จะเป็น “คุณชาย” แต่เขาก็เติบโตมาแบบสบายๆ ทั้งในตอนเริ่มต้นที่อยู่กับคุณตาคุณยายที่ร้านขายไก่ย่าง ที่หากนึกสนุกก็ลุกขึ้นไปเสิร์ฟอาหารแก่แขก กระทั่งถึง ป.1 จึงย้ายไปอยู่กับท่านพ่อ

“ผมโตมากับความอิสระ ที่จะทำอะไรก็ได้ตามใจ”

แต่ไม่ได้หมายความว่าถูกโอ๋

เพราะความจริงอิสระที่ได้มานั้น หมายถึงการเปิดโอกาสให้เขาเรียนรู้เองจากประสบการณ์ว่าสิ่งใดดี และสิ่งใดไม่ใช่

“ผมอาจจะมีตัวอักษร 3 ตัวอยู่ข้างหน้าชื่อ แต่ก็เป็นเรื่องของในรั้วในวัง ซึ่งเราไม่ต้องทำอะไรพิเศษเพื่อ 3 ตัวนั้น เพียงแต่อาจจะได้รับการเรียนรู้ที่แปลกกว่าคนปกติ และจากการทำงานของท่านพ่อ แล้วผมก็ชอบตรงนั้น”

การเติบโตแบบอิสระ และทำอะไรได้อย่างใจนั้น แรกๆ คุณชายอดัมบอกว่าไม่ได้ให้อะไรกับเขาเลย นอกจากความผิดพลาด

“ผมผิดๆๆๆๆ ผิดนั่น ผิดนี่มาตลอด ทำเรื่องไว้มากมายมหาศาล ขี้เกียจ เรียนไม่ดี”

“แต่พอถึงจุดหนึ่งก็กลับเรียนรู้ได้ดีกว่าคนอื่นในวัยเดียวกัน รู้ว่าทำแบบนี้แล้วจะได้ผลอย่างไร”

คุณชายอดัมบอกด้วยว่า ก่อนหน้านี้เขาวางแผนชีวิตให้ตัวเองมาตลอด วางทุกอย่างไว้ตายตัว แล้วก็เดินตามทางที่วางไว้เป๊ะๆ ซึ่งไม่เคยมีปัญหา

ยกเว้นก็แค่ครั้งหนึ่ง ครั้งเดียวที่ไม่เป็นไปอย่างที่วางแผน

“วางไว้ว่าเมื่อเรียนจบปริญญาตรี จะเรียนต่อโทเลย จบโทแล้วก็กลับมาทำหนังใหญ่”

แต่กลายเป็นว่าเรียนตกวิชาหนึ่งตอนปริญญาตรี จึงต้องเรียนซ้ำอีกเทอม แผนก็เลยเปลี่ยน นั่นคือยังไม่เรียนปริญญาโทต่อ แต่กลับมาเมืองไทย เพื่อหาอะไรทำ

“จากนั้นก็เริ่มสนใจอินเตอร์เน็ตทีวี แล้วชีวิตผมก็เปลี่ยนไป”

“ทีนี้ก็ต้องวางโรดแม็พใหม่ ซึ่งก็ยังเป็นแนวทางเดิม เพียงแต่อาจจะมีอย่างอื่นมาเพิ่ม มีอินเตอร์เน็ตทีวีที่น่าสนใจเข้ามา แต่ผมก็ยังจะทำหนังเหมือนเดิม เพราะเป็นสิ่งที่อยากจะทำมาตั้งแต่ต้น”

นอกจากนี้ก็ยังมีความอยากไปสอนหนังสือให้นักศึกษาในมหาวิทยาลัย ความอยากจะไปทำงานเพื่อสังคม ฯลฯ

“โปรเจ็คต์ผมมีล้านแปดพันเก้า จะบอกตัวเองว่าเสร็จตรงนี้ปุ๊บ ทำตรงนี้ เสร็จตรงนี้ก็ไปอีกที่”

ซึ่งอาจจะเป็นเพราะเหตุผลที่ว่าเขาเป็นคนที่ไม่ค่อยเลือก ไม่เหมือนบางคนจะทำอะไรก็เลือกแล้วเลือกอีก เพราะไม่อยากให้สิ่งที่ทำนั้น “มันผิด” แต่สำหรับเขาไม่ขนาดนั้น

“เพราะอะไรก็ตามที่เลือกแล้วทำให้ดีที่สุด เมื่อเวลาผ่านไปเราอาจจะพบว่ามันคือสิ่งที่ดีที่สุดก็ได้”

มุมมองในเรื่องต่างๆ เหล่านี้ คุณชายอดัมบอกว่า ส่วนหนึ่งหล่อหลอมมาจากการสอนของท่านพ่อ

“เมื่อเขาสอน เขาจะถาม อย่างผมจะทำอินเตอร์เน็ตทีวี ท่านจะถามว่าทำแล้วดีอย่างไร เพื่ออะไร ท่านถามแค่นี้เราก็จะตอบคำถามได้เอง”

“ซึ่งไม่เหมือนกับการบอกว่า นี่เอ บี ซี”

“และพอเราตอบไปสักพักก็จะได้เจอเอ อีกสักพักจะเจอบี แล้วต่อไปก็จะซีเอง คือท่านไม่ได้บอกหมด แต่ให้เราเรียนรู้เอง การเรียนรู้เองนี่แหละทำให้แข็งและเชี่ยวชาญมากขึ้นในการหาบางสิ่งบางอย่างที่เราต้องการ”

“เป็นไชลด์ เซ็นเตอร์ ของแท้เลย” เขาบอกยิ้มๆ

ก่อนจะยอมรับว่าในฐานะ “ลูกท่านมุ้ย” คงทำให้ใครๆ ก็จับตา แต่ว่าก็ไม่เป็นไร เพราะไม่ส่งผลอะไรชีวิต

“ทุกคนมีทางของตัวเอง”

และเขาก็จะทำอะไรๆ ในทางของเขาให้ดีที่สุด

คุณชายอดัมบอกอีกว่า แม้เขาจะมีทางของตัวเอง ที่ต่างไปจากท่านพ่อ แต่มีสิ่งหนึ่งซึ่งอยากจะก้าวไปในทางเดียวกัน นั่นคือการได้เป็นศิลปินแห่งชาติ

“พ่อเคยบอกว่าเป็นสิ่งที่ท่านรัก นับถือ และเคารพที่สุด ไม่มีรางวัลไหนที่เท่ากับการได้เป็นศิลปินแห่งชาติ”

“ผมคิดว่ามันเป็นรางวัลที่ทรงเกียรติ ที่เตือนทุกคนให้รู้ว่า คนคนนี้ได้ทำงานเพื่อประเทศนี้ ทำสิ่งดีๆ ให้ประเทศชาติเกิน 100% มากกว่าจะเป็นรางวัลที่จะบอกว่างานชิ้นนี้ดีกว่าชิ้นนั้น”

“รางวัลนี้เสด็จปู่ (พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอนุสรณ์มงคลการ) ได้มา ท่านพ่อได้มา คราวนี้ก็ถึงตาผมแล้ว ผมก็อยากจะได้เหมือนกัน อยากให้ตระกูลผม เป็นตระกูลที่ได้ 3 ครั้งซ้อน ซึ่งการที่ผมจะได้ก็ต้องทำทุกวันให้ดีที่สุด”

“ถ้าวันหนึ่งผมอายุ 40 ปี มันก็เป็น 40 ปีที่ยิ่งใหญ่มโหฬาร ถ้าอายุ 50 ปีก็เป็น 50 ปีที่ทุกคนจดจำ”

“คือผมก็ต้องทำให้ดีที่สุดทั้งชีวิต”

www.fukduk.tv

fukduk.tv ถือกำเนิดมาได้ระยะหนึ่ง จากพื้นฐานความคิดของคนทำที่อยากนำเสนอสิ่งดีๆ ที่ไม่ต้องออนแอร์ทางทีวีเท่านั้น โดยสิ่งดีๆ ที่เขานำเสนอเป็นอย่างไร คุณชายอดัมบอกว่าอยากให้ดูเอาเองด้วยตา

“แต่สิ่งที่เราบอกตัวเองคือ เราต้องนอกคอก ต้องไม่เหมือนชาวบ้าน และเราต้องนำเสนอสิ่งที่เราต้องการให้ดีที่สุด”

ที่มาจากหนังสือพิมพ์

http://www.fukduk.tv/