ส-ส-สโลว์-โมชั่น ส่วนผสมสำคัญของหนังแอ๊คชั่น

Home / ข่าวหนัง / ส-ส-สโลว์-โมชั่น ส่วนผสมสำคัญของหนังแอ๊คชั่น

เด็กรุ่นใหม่ที่เกิดมาอาจจะเพิ่งเคยดูหนังแอ๊คชั่นอย่าง “The Matrix” เป็นเรื่องแรกๆ อาจจะคิดว่าต้นกำเนิดเรื่องภาพสโลว์โมชั่น ที่แสดงรายละเอียดการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วอย่างการต่อสู้ การยิงปืน การวิ่ง ฯลฯ ออกมาให้เห็นทุกรายละเอียดอย่างช้าๆ และภาพสโลว์โมชั่นสมัยใหม่แบบที่เรียกกันว่า Bullet Time หรือภาพสโลว์โมชั่นช้าสุดสุด ที่ทุกสิ่งทุกอย่างหยุดนิ่งมีแต่เพียงกระสุนเท่านั้นที่เคลื่อนไหวอยู่ ในภาพยนตร์ถือกำเนิดจากภาพยนตร์ฮอลลีวู้ด แต่อันที่จริงแล้วเกิดขึ้นในเอเชียของเรานี่เอง

เทคนิคภาพสโลว์โมชั่นแบบนี้นั้น เกิดขึ้นตั้งแต่ตอนที่ยังไม่มีกล้องภาพยนตร์ใช้ด้วยซ้ำ อันที่จริงก็ก่อนโลกจะรู้จักคำว่าภาพยนตร์ (โธมัส เอดิสัน ยังประดิษฐ์ คิเนโทสโคป ต้นตำรับของภาพยนตร์ยุคแรกหลังจากนี้หลายปีในปี ค.ศ.1891) คือตั้งแต่ปี ค.ศ.1878 เมื่อ “Eadweard Muybridge” ช่างภาพชาวอังกฤษถูกเพื่อนคือ “ลีแลนด์ สแตนด์ฟอร์ด” ผู้ก่อตั้งมหาลัยสแตนด์ฟอร์ด ขอให้ช่วยพิสูจน์ว่า เวลาที่ม้าวิ่งจะมีช่วงที่ขาทั้ง 4 ของม้าลอยไม่ติดพื้นอย่างที่เขาพนันไว้หรือไม่ ซึ่ง Muybridge พิสูจน์โดยตั้งกล้องภาพนิ่งไว้ในสนามแข่งม้า 24 ตัว แต่ละตัวตั้งห่างกัน 21 นิ้ว แล้วตั้งสายสะดุดขวางแทร็คเพื่อให้ม้าที่วิ่งผ่านเป็นตัวลั่นชัตเตอร์เองด้วยความเร็วชัตเตอร์ที่ 1/1000 วินาที
 
ผลที่ได้คือภาพม้าควบอยู่กับที่ ที่ทำให้ สแตนฟอร์ด ชนะพนันไป เพราะม้ามีช่วงที่ขาทั้ง 4 ไม่แตะพื้นระหว่างวิ่งจริงๆ

“อ่านแล้วอาจจะงงว่าเกี่ยวกันตรงไหน ตามเรามาเรื่อยๆ ก่อนแล้วจะเล่าให้ฟัง”

การถ่ายช็อตสุดเด็ดที่คนเอาไปใช้ต่อกันอย่างกว้างขวาง หรือบ้างก็หาทางจะทำช็อตแบบนี้ให้เจ๋งขึ้นไปอีก อย่างช็อตในภาพยนตร์ “The Matrix” ที่เคียนู รีฟ เอี้ยวตัวหลบกระสุน แล้วภาพก็สโลว์โมชั่นสุดสุด ขณะที่กล้องหมุนถ่ายไปรอบตัวนั้นสร้างด้วยเทคนิคเดียวกันกับที่ Muybridge ใช้ถ่ายภาพม้านั่นเอง โดยใช้กล้องภาพนิ่งจำนวนมากเรียงอยู่หลังฉากสีเขียวรอบตัวของเคียนู รีฟ ซึ่งจัดวางและวัดระยะด้วยแสงเลเซอร์ แล้วตั้งความเร็วชัตเตอร์ให้วิ่งต่อกันไปด้วยความเร็วสูงมากๆ จากนั้นภาพทั้งหมดจะถูกนำไปจัดเรียงในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ แล้วนำไปใส่ฉากหลังที่ทำด้วยคอมพิวเตอร์กราฟิค
 
“ออกมากลายเป็นช็อตสุดคลาสสิคตลอดกาล”

เบื้องหลังช็อตดังกล่าวนั้น พี่น้อง “วอชอว์สกี้” ผู้กำกับฯได้อิทธิพลมาจากช็อตในตอนเปิดเรื่องของภาพยนตร์การ์ตูนยุค “60s ของญี่ปุ่นเรื่อง “Speed Racer” ซึ่งตัวเอกกระโดดลงจากรถแล้วภาพหยุดค้างไว้ในขณะที่กล้องหมุนจากด้านหน้ามาด้านข้าง ช็อตนี้ละที่กลายเป็นต้นตอของฉาก Bullet Time อันลือเลื่อง


คลิกที่ภาพเพื่อดูวีดีโอ ฉาก opening ใน youtube

แต่ถ้าพูดถึง “สไตล์” แล้วละก็ ทุกอย่างจะต้องยกให้หนังฮ่องกงอย่าง “โหด เลว ดี” (A Better Tomorrow) ผลงานของ “จอห์น วู” ผู้กำกับฯชาวฮ่องกง ซึ่งเริ่มทุกอย่างไว้ทั้งหมด และยังเป็นผู้กำกับฯคนแรกๆ ที่เน้นฉากแอ๊คชั่นสวยงามเต็มไปด้วยความโรแมนติคชนิดที่เรียกว่าเกินจริง ด้วยการใช้ภาพสโลว์โมชั่นในฉากดวลปืน จนมีคนบรรยายว่าฉากแอ๊คชั่นของจอห์น วู เหมือนการแสดงบัลเล่ต์ท่ามกลางดงกระสุน

อิทธิพลของจอห์น วู ก็อย่างการยิงปืน 2 มือ ตัวละครเอกในชุดเสื้อโค้ทยาว แว่นตาดำ (คล้ายๆ ใครหว่า) นกพิราบที่ออกบินก่อนฉากยิงปืน

หนังแอ๊คชั่นเรื่องหลังๆ รับประกันว่าต้องมีอิทธิพลของจอห์น วู อยู่ตรงนั้นนิดตรงนี้หน่อยอย่างแน่นอน เรื่องล่าสุดก็ “Wanted” ซึ่งมี “แองเจลิน่า โจลี่” กับ “แจม แม็คอะวอย” นำแสดง ซึ่งมีช็อตสโลว์โมชั่นมากมาย รวมถึงช็อตสโลว์โมชั่นตอนตัวเอกใช้ความสามารถพิเศษบังคับกระสุนให้ไซด์โค้ง

“ทุกครั้งเมื่อคุณเห็นฉากสโลว์โมชั่น ในหนังแอ๊คชั่นก็รู้แล้วใช่ไหมว่ามันมาได้ยังไง”

ที่มาจากหนังสือพิมพ์

ภาพจาก
http://www.mikeslist.com/theoriginalrawfeed.html
http://whatisthematrix.warnerbros.com/cmp/sfx-bullet_walk.html  ไปดูว่าในหนังเมตริกซ์ ภาพจากกล้องแต่ละตัวออกมาเป็นยังไง
http://fallontrendpoint.blogspot.com/2006_02_01_archive.html
http://www.tomsgames.com/us/2007/09/05/the_art_of_woo/
http://www.historycooperative.org/journals/pmh/130.1/gordon.html