จา-พนม แถลงข่าวเปิดใจทั้งน้ำตา

Home / ข่าวหนัง / จา-พนม แถลงข่าวเปิดใจทั้งน้ำตา

“จา” พนม โผล่แถลงทั้งน้ำตา แฉสหมงคลทำหนังเน้นธุรกิจ ขณะที่ตัวเองเน้นศิลปะ วอนขอทำ “องค์บาก 2” ที่เหลือ อีก 20% อีกขอแลกด้วยชีวิต เพื่อสร้างหนังไทยให้ยิ่งใหญ่

เมื่อเวลา 15.45 น.วันที่ 28 ก.ค.นายพนม ยีรัมย์ หรือ จา พร้อมด้วย นายจารุพงษ์ เรืองเกตุ ทนายความ ได้เดินทางมายังห้องส่ง 5 อาคารปฏิบัติการณ์ บริษัท อสมท จำกัด(มหาชน) เพื่อบันทึกเทปรายการ “ไนน์เอ็นเตอร์เทนท์” ชี้แจงถึงเรื่องที่เกิดขึ้น

นายพนม หรือ จา กล่าวว่า รู้สึกช็อคกับสิ่งที่เกิดขึ้นและไม่ได้หายไปไหน เพียงแค่ต้องการทำสมาธิเพื่อทบทวนกับชีวิต ส่วนเรื่องที่ตนทิ้งกองถ่ายทำภาพยนตร์เรื่ององค์บาก 2 ไปถึง 2 เดือนนั้นไม่เป็นความจริง เพราะเมื่อวันที่ 11 มิ.ย.ยังถ่ายทำอยู่เลย ปัญหาที่เกิดขึ้นตนช็อค และไม่เคยเจอสภาวะแบบนี้ เรื่องที่ทางบริษัท สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด โทรศัพท์ติดต่อตนไม่ได้ นั่นคือสื่อที่ออกมา

“ผมได้คุยกับทางสหมงคลฯ เขาบอกว่างบสร้างหนังของผมหมดแล้ว ผมก็ไม่รู้ว่าจะไปเอาเงินจากที่ไหน จึงอึ้งอยู่พักใหญ่ไม่รู้จะไปปรึกษาใคร เลยขอใช้สมาธิก่อน ผมมองการทำงานภาพยนตร์เป็นศิลปะ ทำด้วยจิตวิญญาณ ไม่ได้มองเป็นธุรกิจ จึงไม่ได้มองว่าตัวเลขเงินมายังไง เพราะทางสหมงคลฯเป็นคนจัดการ เขาเป็นคนโอนเงินเข้าบัญชีของผม จากนั้นผมก็เป็นคนเซ็นต์เช็คออกไป ใจผมก็อยู่กับการสร้างหนัง”

ถามว่าโอนให้เท่าไหร่ จา กล่าวว่า ต้องรอเวลาที่จะสรุปกับทางบริษัท โดยในช่วงแรกเงินต่างๆอยู่ในความควบคุมของบริษัท ไอยรา จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือสหมงคลฯ ตนเกรงว่าจะเกิดปัญหา จึงให้ทางบรษัทสหมงคลฯ เป็นผู้เข้ามาจัดการเรื่องเงิน ถามว่าใช้เงินไปทั้งหมดเท่าไหร่แล้ว คือ หากนับจากที่เป็นหลักฐานได้อยู่ที่ 117 ล้านบาท ส่วนที่ทางบริษัทสหมงคลฯบอกว่าใช้ไป 220 ล้าน อาจจะเป็นเรื่องเข้าใจผิดกัน

“ที่ผ่านมาบางครั้งเวลาที่เงินมันสะดุดผมก็ได้ใช้เงินส่วนตัวช่วยเหลือเพื่อนๆ บางครั้งถ่ายทำฉากใหญ่ก็มีบ้างที่เงินไม่คล่อง ผมก็ได้จ่ายเงินของตัวเองไป แต่ผมก็ยังไม่ทราบตัวเลขที่ชัดเจนว่าได้จ่ายเงินเกินไปเท่าไหร่ ที่ผมหนีหายไป เพราะผมไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้ เลยช็อค รับกับปัญหาไม่ทัน แล้วยังมีเอกสารเตือนเรื่องการถ่ายทำล่าช้าส่งผลให้บริษัทเสียหายเป็นเงินถึง 250 ล้าน จากทางบริษัทสหมงคลฯ ผมจึงงง ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จึงไปปรึกษาทนายความ ถามว่าทำไมผมไม่ไปปรึกษาผู้ใหญ่ของบริษัท เหมือนผมตกอยู่ในสภาวะที่ทุกอย่างรุมล้อม ผมไม่เข้าใจเรื่องกฏหมายเลยไปปรึกษาทนายความเพื่อหาวิธีที่ทำให้ผมได้กลับมาทำหนัง” จา กล่าว

เมื่อถามว่าที่ผ่านมาจาอยากที่จะสร้างหนังมากกว่าเป็นนักแสดงใช่หรือไม่ จา กล่าวสั้นๆว่า ขอไม่ตอบ เพราะหากตอบก็จะกระทบหลายอย่าง ส่วนข่าวที่ว่าตนดังแล้วลืมตัวนั้น ตนเกิดจากดิน รากฐานไม่มีอะไร ไม่คิดว่าตัวเองอยู่สูง เพราะเท้าตนติดดิน ตนไม่คิดอกตัญญูอย่างแน่นอน

“เสี่ยเจียง(นายสมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ) อ.พันนา(นายพันนา ฤทธิไกร) และพี่ปรัช(นายปรัชญา ปิ่นแก้ว) มีบุญคุณกับผม ผมไม่อาจลืมได้ แต่แนวทางผมอาจจะผิดวิถี การถ่ายทอดของผม ผมอาจจะผิด ผมมองภาพยนตร์แบบศิลปะ ไม่ใช่ธุรกิจ เลยทุ่มทุกอย่าง จนเกิดปัญหาผิดพลาด ผมต้องขอโทษ มันอาจจะเป็นที่ว่าผมก็มีกรอบความคิดหนึ่ง เขาก็มีอีกกรอบ พอมีปัญหาตรงนี้ขึ้นมา ผมก็มาคิดว่าแล้วจะทำหนังต่อไปได้อย่างไร หากมองผลกำไรมากกว่าศิลปะ ผมไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ผมเป็นผู้น้องก็ต้องเคารพผู้ใหญ่ ซึ่งผมก็จะหาเวลาเข้าไปคุยกับเสี่ย” จา กล่าวน้ำตาคลอ

นายพนม หรือ จา กล่าวทั้งน้ำตาต่อว่า ลำพังตัวตนเองไม่เท่าไหร่ แต่ครอบครัวตนไม่รู้เรื่องธุรกิจ รู้เพียงว่า ตนยิ่งใหญ่ แต่สำหรับตนชื่อเสียง และภาพลักษณ์เหมือนเป็นดาบสองคม ทิ่มแทงตนและครอบครัว บ่อยครั้งที่ต้องแอบร้องไห้คนเดียว เพราะไม่อยากให้คนในครอบครัวเห็นน้ำตา และนั่นแหละคือเหตุผลที่ทำให้ตนต้องหายไป

“เรื่องที่มีข่าวว่าผมหันหน้าพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ไสยศาสตร์นั้นไม่เป็นความจริง ผมรู้ดีว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ ไม่มีใครรู้ดีเท่าผม แต่เพราะผมเป็นผู้กำกับ ต้องคลุกคลีหาข้อมูลอย่างเอาเป็นเอาตาย ผมต้องถ่ายทอดศิลปะโขนลงในภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย ก็จำเป็นต้องศึกษาด้านนี้ ผมจึงต้องไปหาครูบาอาจารย์ทั้งภาคเหนือ ภาคใต้เพื่อศึกษาข้อมูล ส่วนเรื่องที่งบสร้างบานปลาย ที่จริงเรื่องงบประมาณผมอาจจะรู้แค่บางส่วน ไม่ได้รู้ทุกอย่าง อาจจะเข้าใจผิดกันได้ แต่ความพิถีพิถันนั่นคือกรอบของผม อยากทำงานอิสระให้ได้คุณภาพ ผมจะหาเวลาเข้าไปพบเสี่ย เพื่อหาข้อสรุปให้ได้มากที่สุด ผมยืนยันว่าจะทำหนังเรื่องนี้อีก 20 เปอร์เซ็นต์ที่เหลือให้เสร็จ ขณะนี้เตรียมตัว ฝึกฝัน การต่อสู้พร้อมถ่ายทำต่อแล้ว เหลือเพียงเข้าไปคุยกับเสี่ยเจียงอีกครั้ง” จา กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากบันทึกเทปรายการดังกล่าวเสร็จสิ้น จา พนม ได้เดินทางกลับด้วยรถยนต์ยี่ห้อนิสสัน เทียน่า เลขทะเบียน ศฐ 40 พร้อมกันนี้ยังมีบอดี้การ์ดร่วม 5 นายคอยอารักขา

ที่มาข่าวจาก กรุงเทพธุรกิจ
http://www.bangkokbiznews.com/2008/07/28/news_280169.php

ลิ้งค์คลิปรายงานข่าว (ยังมิใช่เนื้อหาที่จาให้สัมภาษณ์ในรายการนะ)
http://news.mcot.net/entertain/inside.php?value=bmlkPTE1NTc3Jm50eXBlPWNsaXA=

“จาพนม” ร่ำไห้ เผยรักหนังองค์บากเหมือนลูก (ไนน์เอนเตอร์เทน)
http://variety.mcot.net/9entertain/doc_read.php?docId=116