วันชื่นคืนวิวาห์ แบบชาวสกอต

Home / ข่าวหนัง / วันชื่นคืนวิวาห์ แบบชาวสกอต

โดยทั่วไปแล้ว เมื่อนึกถึงงานแต่งงาน คนส่วนใหญ่จะมองเห็นภาพเจ้าสาวผู้งามสดใสในชุดวิวาห์สีขาว กระโปรงยาวกรอมเท้า…แต่เอ๊ะ…จะมีบ้างไหมนะที่เจ้าบ่าวเป็นฝ่ายนุ่งกระโปรงกะเขาด้วย

เกริ่นมาอย่างนี้แล้วต้องมีแน่ เจ้าบ่าวที่ต้องใส่กระโปรงเข้าพิธีวิวาห์ เห็นจะหนีไม่พ้นเจ้าบ่าวจากชนชาติที่กระโปรงเป็นชุดประจำชาติ นั่นคือ สกอตแลนด์ ดินแดน ไฮแลนด์ ที่ผู้ชายสวมกระโปรงแล้วดูดี ดูเท่ และที่สำคัญ สีสันของลายสกอตที่สวมใส่นั้น ไม่ใช่นึกจะนุ่งลายไหนก็หยิบมากันเฉยๆ แต่ต้องเป็นลายประจำตระกูล เรียกว่า แค่มองจากลายสกอตก็รู้เลยว่า เป็นใคร มาจากบ้านไหน เพราะเป็นเอกลักษณ์สำคัญ

อันว่าความสำคัญของลายประจำตระกูลนี้ ทำให้ผ้าลายสกอตเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในงานแต่งงาน ซึ่งจะเป็นการรวมสองตระกูลเข้าด้วยกัน ดังนั้น ในพิธีสมรสของชาวสกอต ก็มักจะมีการนำผ้าลายประจำตระกูลของบ่าวสาวมาผูกกันไว้ เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงความผูกพัน และการหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว และในพิธีสมรส เจ้าบ่าวก็จะนำผ้าลายประจำตระกูลชิ้นเล็กๆปัก หรือกลัดเข็มกลัดไว้ที่ชุดของเจ้าสาว เพื่อเป็นการประกาศรับเจ้าหล่อนเข้าสู่ตระกูลของเขานั่นเอง

เห็นเหมือนง่ายๆอย่างนี้ เอาเข้าจริงๆ ไม่ถือ ว่าง่ายเลย สำหรับพิธีการแต่งงานของชาวสกอตแลนด์ ที่ต้องมีพิธีการมากมาย โดยบทหนักที่สุด น่าจะตกอยู่กับ ว่าที่ เจ้าบ่าว

ที่บอกว่าเป็น ว่าที่ เพราะหนุ่มผู้ต้องการแต่งงานจะไม่สามารถข้ามผ่านไปสู่พิธีวิวาห์ได้เลย หากไม่พิสูจน์ตัวเองอย่างหนักก่อน ด้วยการปฏิบัติตามประเพณีโบราณ คือ แบกตะกร้าใบใหญ่ ที่ใหญ่ไม่ใหญ่เปล่า แต่ยังเป็นตะกร้าที่บรรจุหินเอาไว้เต็มไปหมดอีกด้วย

ว่าที่เจ้าบ่าวจะต้องแบกหินเดินว่อนรอบหมู่บ้านไปเรื่อยๆ จนกว่าสาวเจ้าจะเห็นใจ แล้วยอมออกจากบ้านมามอบจุมพิตที่แสนหวาน เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นว่า ตกปากรับคำที่จะแต่งงานกับชายผู้อดทนคนนี้แล้ว นั่นแหละถึงจะยกหินออกจากหลังได้ งานนี้หากเจ้าสาวคนไหนใจอ่อนก็แบกน้อยหน่อย แต่หากเจอสาวใจแข็ง พ่อหนุ่มก็ต้องแบกหินไปเรื่อยๆ จนกว่าคุณเธอ (และผองเพื่อน) จะพอใจ เรียกว่า อาจจะต้องแบกจนหลังแอ่นกว่าจะสมรสสมรักได้ ซึ่งก็นับเป็นการแสดงความอดทน และความพร้อมที่จะรับภาระในฐานะหัวหน้าครอบครัวในอนาคตได้เป็นอย่างดี

แต่ยัง…ทำขนาดนี้แล้วก็ยังไม่ใช่จะเข้าโบสถ์ไปแต่งงานกันได้ง่ายๆ หากจะยึดถือตามประเพณีเก่าแก่จริงๆ ที่ทำกันต่อเนื่องมาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 13 แล้ว ก่อนที่คู่รักจะวิวาห์กันได้ ต้องอดใจรอนาน 3 สัปดาห์ เพื่อให้โบสถ์ประกาศการแต่งงานให้ชาวเมืองได้ร่วมรับรู้กันทั่วไปเสียก่อน

อย่างไรก็ตาม การประกาศเจตจำนงจะเข้าหอล่วงหน้าตั้ง 3 อาทิตย์ อาจจะดูนานไปสำหรับคนยุคใหม่ บ่าวสาวชาวสกอตในปัจจุบันก็เลยมักจะข้ามขั้นตอนนี้ไป เหลือเพียงแค่ประกาศความตั้งใจที่โบสถ์ แล้วก็แต่งได้เลยทันใจ

แต่จะว่าทันใจนักก็คงจะไม่ใช่ เพราะฝ่ายเจ้าสาวก็มักจะขอเวลาก่อนอย่างน้อย 1 สัปดาห์ ในการที่แม่ของเจ้าสาวจะจัดงานเลี้ยงน้ำชาให้ แขกเหรื่อล่วงหน้า

แล้วก็มาถึงวันพิธีจนได้ งานแต่งงานของชาวสกอตแลนด์ถือว่าเป็นงานที่มีแต่ความสนุกสุดหรรษา เพราะจะมีขบวนแห่ เจ้าสาวออกจากบ้านไปยังโบสถ์ด้วย ระหว่างทางจะมีการเล่นดนตรี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเป่าปี่สกอตกันเป็นที่ครื้นเครง

ฝ่ายเจ้าสาวนั้น จะเยื้องย่างแต่ละทีก็จะต้องมีพิธีการกันหน่อย ด้วยการให้พรรคพวกโปรยกลีบดอกไม้เบื้องหน้าให้ เจ้าสาวได้ก้าวเดินผ่าน แต่กระนั้นก็ต้องระวังทิศทางให้ดี ว่ากันว่า หากขบวนแห่เจ้าสาวเกิดบังเอิญเดินไปเจอะงานศพ หรือเจอหมู ที่ถือว่าเป็นความโชคร้ายทั้งสองแบบก็มีอันต้องหันขบวนกลับไปเริ่มกันใหม่

นอกจากนี้ เมื่อแห่เจ้าสาวไปแล้ว หากไปเจอคนนอกที่ไม่ใช่ผู้ร่วมแห่เข้า คนนั้นก็จะโชคดี เพราะตามธรรมเนียมแล้ว คนแรกที่ผ่านมาเจอขบวนแห่เจ้าสาวจะได้รับเหล้าวิสกี้จากเจ้าสาว แลกเปลี่ยนกับการที่เขาจะต้องเดินตามขบวนไปด้วยอย่างน้อย 1 ไมล์ (งานนี้ใครอยากดื่มฟรีก็รีบไปดักรอหน้าบ้านเจ้าสาวได้)

เมื่อถึงโบสถ์แล้ว คู่สมรสส่วนใหญ่จะทำพิธีแต่งงานกัน 2 ครั้ง ครั้งแรกทำพิธีด้วยภาษาสกอตที่ด้านหน้าประตูโบสถ์ ก่อนจะเข้าไปด้านในแล้วทำพิธีอีกครั้งด้วยภาษาละติน โดยทั้ง 2 ครั้งนี้ บาทหลวงประจำโบสถ์จะเป็นผู้ทำพิธีให้ และเมื่อผ่านพิธีวิวาห์แล้ว คู่บ่าวสาวก็จะมอบแหวนวงกลมให้แก่กัน โดยมากเป็นแหวนกลมเกลี้ยงไม่มีลวดลาย สื่อถึงความรักที่ไม่มีจุดจบ แต่หากยึดถือตามประเพณีโบราณ ก็จะเลือกใช้แหวนที่มีลวดลายแบบเซลติก ที่เป็นลายสัญลักษณ์อันไม่มีจุดสิ้นสุดเช่นกัน

พูดถึงประเพณีเก่าแก่แล้ว เพื่อนฝูงที่มาร่วมพิธีแต่งงานแบบสกอตแลนด์จะต้องหิ้วข้าวปลาอาหาร และเครื่องดื่มมาเอง เพื่อร่วมฉลองหลังพิธีสมรส แต่ในสมัยใหม่นี้ เจ้าภาพมักจะควักกระเป๋าจัดงานเองมากกว่า

ที่ขาดไม่ได้งานฉลองสมรสคือ พิธีล้างเท้า ซึ่งพรรคพวกเพื่อนฝูงจะเอาอ่างน้ำมาวางในห้อง ให้เจ้าสาวจุ่มเท้าลงไปให้เพื่อนๆช่วยกันชำระล้าง และในอ่างนั้นจะมีแหวนอยู่ เป็นแหวนที่ขอยืมมาจากหญิงผู้แต่งงานแล้วและมีความสุขในชีวิตสมรส

เชื่อกันว่า เพื่อนที่มาช่วยล้างเท้านั้น ใครเป็นคนเจอแหวนที่ว่า ก็นับเป็นนิมิตหมายที่ดีถึงการที่จะได้เป็นคนต่อไปที่จะได้เข้าสู่ประตูวิวาห์ เหมือนกับที่ฝรั่งส่วนใหญ่ จะแย่งกันรับช่อดอกไม้ของเจ้าสาวนั่นเอง

เมื่อพิธีทุกอย่างจบลง บ่าวสาวก็จะเดินทางไปที่ยังเรือนหอ เมื่อถึงแล้ว เจ้าบ่าวจะต้องอุ้มเจ้าสาวข้ามธรณีประตู เพราะเชื่อกันว่า ความชั่วร้ายที่สิงอยู่ตรงธรณีประตูอาจจะเข้ามาสู่เจ้าสาวผ่านทางเท้า เจ้าบ่าวเลยต้องรับบทหนักอีกครั้ง ด้วยการอุ้มเจ้าหล่อนเข้าไป เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จพิธี ได้เวลาสมรสสมรัก แต่หากบางคู่ต้องการความเป็นมงคลมากๆ ก็อาจจะเชิญบาทหลวงมาทำพิธีอวยพรให้ถึงเตียงเลยก็ได้

พิธีแต่งงานแบบสกอตแลนด์นั้น ในภาพรวมแล้วเป็นพิธีที่ดูงามสง่า แม้จะแปลกตา แต่ก็มีคุณค่า น่าชม บ่าวสาวชาวสกอตส่วนใหญ่ยังคงยึดถือประเพณีเดิมๆ และเป็นพิธีแต่งงานที่ใครเห็นก็จะรู้ทันทีว่า นี่ล่ะใช่แล้ว ชาวสกอตเขาแต่งงานกัน เพราะมีผ้าลายเป็นเอกลักษณ์อย่างที่กล่าวไว้ตอนต้น

พิธีแต่งงานแบบสวยๆ (และแปลกๆในสายตาเรา) ของชาวสกอต มีอยู่ในภาพยนตร์เรื่อง Made of Honour กั๊กใจให้เพื่อนเลิฟ ที่มี แพทริค เดมป์ซีย์ หนุ่มสุดฮอตในฮอลลีวูดตอนนี้มานำแสดง ซึ่งในพิธีแต่งงานอันเลิศหรูอลังการตามประเพณีชาว ไฮแลนด์ ครั้งนี้ มีเหตุให้ต้องชุลมุนวุ่นวาย เพราะพระเอกดั๊นจำใจต้องมารับ หน้าที่เป็นเพื่อนเจ้าสาวของนางเอกซะงั้น…แล้วอย่างนี้ พิธีจะไม่ป่วนยังไงไหว!

ทีมงาน ต่วย’ตูน

ที่มาจากหนังสือพิมพ์