?อุดม?ฝีปากกล้า แต่บางเวลาก็เจ้าน้ำตาไม่ใช่เล่น!

Home / ข่าวหนัง / ?อุดม?ฝีปากกล้า แต่บางเวลาก็เจ้าน้ำตาไม่ใช่เล่น!

อุดม แต้พาณิช ชื่อนี้แน่นอนว่าไม่มีใครไม่รู้จักผู้ชายจมูกโตคนนี้ เพราะด้วยความสามารถ ด้วยฝีปากที่กล้า ทำให้อุดม ขึ้นมายืนแถวหน้าในฐานะขวัญใจประชาชนได้ วันนี้เราได้รับเกียรติจาก โน๊ต อุดม แต้พาณิช มานั่งพูดคุยกับเรา ถึงเรื่องราวการทำหนังเรื่อง อีติ๋ม ตายแน่ และกับความสับสนของชีวิตที่ผ่าน…เอาละพี่โน้ต เดินจมูกโตมาแล้ว เราไปคุยกับเขากันเลยดีกว่า

จุดประกายการทำหนังเรื่องนี้ยังไง ?
ถือว่าเป็นเคราะห์กรรมที่เราต้องรับผิดชอบ คือผมกับ ต้อม ยุทธเสิศ เรารู้จักกันมานาน ก็เคยคิดกันว่าเราสองคนหน้าจะมาทำอะไรร่วมกันสักอย่าง แล้วเขาอยากทำหนังบู้ แต่ผมชอบหนังล้อเลียน เพราะเมืองไทยไม่ค่อยมีหนังแบบนี้ ก็คิดกันว่าจะทำแบบเอาหนังบู้นี้แหละมาล้อเลียน

แต่งบที่ได้มาแค่ 17 ล้าน จากตอนแรกที่จะได้งบมา 70 ล้าน กะทำสองภาคก็เหลือภาคเดียว เพราะเงินมันน้อยลง เราก็เลยมานั่งคุยกันว่าจะทำหรือไม่ทำ ตอนนั้นมีความคิดสองอย่าง เพราะว่าถ้าทุนน้อยทำไปก็ไม่ได้อะไร แต่อีกแรงหนึ่งก็สองคนถ้าช่วยกันทำจริงๆนะทำไมจะทำไม่ได้วะ เพราะหนังอินดี้ดีๆทุนไม่ถึง 10 ล้านเขายังทำกันได้เลย ก็เลยเกิดความรู้สึกว่าความคิดสร้างสรรค์ เกิดจากความขาดแคลน ตามพระราชบัญญิตินี้แหละครับ ทำหนังแบบพอเพียง แต่พล็อตเรื่องเดิมต้องทิ้งไป แล้วต้อมมันมันบอกว่าไม่มีหัวจะเขียนแล้ว พอเงินน้อยมันบอกแรงบันดาลใจไม่มี มันก็โยนภาระมาให้ผม ผมเลยต้องไปหาเรื่องเขียน โดยมีโจทย์หลายอย่าง และต้องทำให้ได้ภายใน 17 ล้านที่มีอยู่

มีนักแสดงญี่ปุ่นมาร่วมงานด้วย แล้วทำไมต้องเป็นญี่ปุ่น ?
เรื่องมันพาไป คือมันเป็นเรื่องความรักต่างชาติ สาวญี่ปุ่นมาตกหลุมรักนักมวยชกโชว์ที่พัทยา แต่วันหนึ่งพอรู้ว่าเขาไม่ได้เก่งจริง คำถามก็คือว่า เขาจะยังรักอยู่ไหม เมื่อเจอคนที่เก่งกว่า แต่อันนี้เราไม่ได้เขียนมั่วๆไปหาข้อมูลจากนิตยสารญี่ปุ่น เข้าแว๊ปโน้นนี้หาข้อมูล ก็ได้ข้อมูลมาว่าผู้หญิงญี่ปุ่นชอบนักมวยไทย ชอบดำๆๆ แล้วสังเกตไหมว่า เด็กเรือมักจะมีแฟนเป็นญี่ปุ่น ตอนที่ลงไปใต้ก็ไปเที่ยวกลางคืนมา เห็นเด็กเรือตัวดำหน้าดำมาก ลากแตะใส่เสื้อตำนานคาราบาว แต่มีสาวญี่ปุ่นเกาะเข้งเกาะขา ตอนนั้นคือเราไม่อยากทำอาชีพอื่นแล้ว อยากไปเป็นเด็กเรือ อืม…วิ่งบานานาโบ้ทก็ได้ สาวญี่ปุ่นเขาเห็นนักมวยไทยเป็นฮีโร่นะ ตอนนี้มีนักมวยไทยที่ไปดังที่ญี่ปุ่นนะชื่อ บัวขาว ป ภิมุข อยู่เมืองไทยขับมอเตอร์ไซด์แน่นอน อยู่ที่โน้นเหมือน โดม ปกรณ์ ลัม สาวกรี๊ดๆๆๆเขาเป็นแชมป์เควัน

ดูหนังเรื่องนี้แล้ว คนดูจะได้อะไรออกมาจากหนังบางพี่ ?
ออกตัวก่อนเลยว่า หนังเรื่องนี้มันไม่ใช่หนังตลก แต่มันเป็นโรแมนติกและมีคอมมาดี้ คือยังไงก็ช่วยไปดูมันหน่อย เพราะเพื่อนผมต้องหาเงินเลี้ยง ถ้าท่านไม่อยากเห็น ต้อม-ยุทธเสิศ ไปถ่ายนู๊ด หาค่าเทอมให้ลูก ช่วยไปดูมันหน่อยครับ ส่วนเนื้อหาสาระต้องไปดูกันในโรงนะ

ขอถามเรื่องส่วนตัวบ้างนะคะ พี่รู้ตัวหรือเปล่าว่าเป็นมีชื่อเสียงมากๆ แล้วเคยอึดอัดกับชื่อเสียงไหม ?
โอ้ย…ไม่อึดอัด ไม่เลย ( ทำเสียงสูง ) จะบอกให้นะ เรามาอยู่ในวงการนี้ เราทำงานเราก็อยากถูกยอมรับ เป็นธรรมดาพอถูกยอมรับก็ต้องมีคนสนใจ พอเขาสนใจกันมากๆก็ทำให้มีชื่อเสียง พอไปไหนมาไหนก็จะมีคนอยากเข้ามาคุยกับเรา ถ่ายรูปกับเรา อยากได้ลายมือเรา เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว เพราะงั้นมันเป็นเรื่องตลกถ้าใครมาทำงานในวงการบันเทิงแล้วบอกว่าเบื่อการมีชื่อเสียง ผมว่าตอแหล เพราะมึนรู้อยู่แล้วตั้งแต่แรกว่า เข้าวงการนี้ก็ต้องการคนยอมรับ เขาชื่นชมคือเขายอมรับไง แล้วจะทำมาดัดจริตไปรังแก อยากจะเป็นส่วนตัว จริงๆก็อยากจะเป็นส่วนรวม ฉะนั้นการมีชื่อเสียงชอบ มีคนเข้ามาขอถ่ายรูปชอบ มีคนมาขอลายมือตั้งใจเซ็นทุกแผ่นเลย ตั้งแต่เริ่มเข้าวงการจนมาถึงทุกวันนี้ ไม่มีเซ็นส่งเดช เพราะอะไร รู้ไงว่าเขาชื่นชม ก็ดีใจไม่รู้จะตอบแทนยังไง น่าจะตอบแทนเขาด้วย ขอลายเซ็น 200 ขอถ่ายรูปเอาไป 500 มีความสุข

คอยมองกระจกแล้วถามตัวเองไม่มีคะว่า เราเนี้ยนะ ?
ดูดู ที่บ้านมีกระจกบานเท่าตัว ยืนดูประจำเลยแล้วก็ถามตัวเอง แต่ไม่พูดออกมาเป็นประโยค แต่มันพูดอยู่ในหัว กูเนี้ยนะ กูเนี้ยนะ มันจะมีคำนี้ประจำเลยนะ กูมาถึงวันนี้ได้ไงวะเนี้ย ทุกวันนี้คิดว่าเป็นเรื่องบุญทั้งนั้น คงทำบุญมาดี เพราะมันเกินที่คาดไว้มาก เพราะชอบมีคนถามเป็นยัง รู้สึกถึงความสำเร็จชีวิตแล้วยัง พูดตรงๆมันเลยมาแล้ว ตั้งแต่ ยุทธการ แล้ว ยุทธการที่สุดในชีวิตแล้วตอนโน้น มาถึงวันนี้นี้ถือว่าเป็นกำไรชีวิตแล้วนะ

พี่โน้ต เคยหลงระเริงกับชื่อเสียงไหม ?
มีๆๆๆๆเคยซิ ช่วงหลง มี ( เน้นเสียง ) เราว่าคนที่มีชื่อเสียง เป็นกันทุกคนแหละ แต่ว่ามีอยู่สองอย่างคือหนึ่ง เขาจะเปิดเผยหรือเปล่า สอง เขาจะรู้ไม่ว่าหลง มีหลงแบบไม่รู้ตัว หรือว่ายอมรับหรือเปล่าว่าเคยหลง อย่างเราเนี้ยยอมรับเลยว่าเคย หลายครั้งเราก็ทำอะไรที่ไม่ดี หลายครั้งเราก็พูดอะไรโง่ๆออกไป แล้วหลายครั้งเราก็ทำตัวได้น่ารำคาญมาก นึกถึงทุกวันนี้เราก็เสียใจ แต่ก็ดีใจอย่างหนึ่งทีมันเกิดขึ้นตอนเรายังเด็กๆอยู่ แต่ถ้ามาเกิดแถวๆนี้นะ น่าเกียจแล้ว จริงๆมันน่าจะมีโรงเรียนสอนการมีชื่อเสียงนะ มันไม่รู้ไง

มันน่าจะสอนการมีชื่อเสียงต้องทำยังไง แต่เราต้องเรียนรู้จากการผิดพลาดของตัวเองทั้งนั้นเลย เป็นธรรมดาเจ็บบ่อยหน่อย แต่ก็จำไวเลย มันต้องเรียนรู้ไป อย่างทุกวันนี้ก็ยังมีเลย บางวันเราก็ชอบตัวเองมาก บางวันก็เกียจตัวเองมากเลย เราไม่น่าทำอย่างนั้นเลย บางวันก็ภูมิใจกับตัวเอง ไม่มีหรอกที่ใครจะอยู่ๆลุกขึ้นมาแล้วบอกว่า ฉันนี้แหละบรรลุในการใช้ชีวิตแล้ว ไม่มีนะ ทุกคนต้องผ่านการเรียนรู้ แต่สำหรับพี่ตอนนี้เรียกว่าเข้าที่เข้าทางแล้ว

คือก่อนหน้านี้ ดูพี่เหมือนพี่จะเป็นคนที่แบบสัมภาษณ์ยากมาก เจอตัวยาก ตอนนั้นเกิดอะไรขึ้นพี่ ?
คือยังงี้ อันนี้จริงๆเลยนะ มันมีบางครั้งที่แบบว่า ตัวเราเองก็ยังไม่ชัดเจนในตัวเอง พูดไปมันอาจจะเป็นภาษามาลีวันนาไปหน่อยนะ แต่ตัวเราเองยังไม่เข้าใจตัวเอง อยู่ๆกับชื่อเสียงที่เราได้มา วุฒิภาวะที่เรามีมันน้อยกว่าชื่อเสียงที่เราได้มา บางทีเราอาจจะจัดระบบความคิดตัวเองไม่ได้เลย บางครั้งเราให้สัมภาษณ์ไปนะเรามาอ่านบทสัมภาษณ์ทีหลัง เรายังงงทำไมเราตอบคำถามอย่างนั้นไป คือหลายอย่างมันสับสน เหมือนคลื่นสึนามิมันมา แล้วเราเป็นนักแสดงที่ไม่มีผู้จัดการ ถ้าเป็นบริษัทใหญ่เขาจะมีคนคอยดูแล มีพีอาร์ มีคนติวเรื่องการพูด จัดสัมภาษณ์กับคนนี้ คนนั้น คำถามนี้ห้าม แต่เราไม่มีเลย ไม่มีญาติเป็นดารา ไม่มีโรงเรียนสอนการเป็นดารา แล้วไหนจะชีวิตส่วนตัว ปัญหาความรัก เราเคยมีความรักที่มันไม่ชัดเจน เราไปรักเขา แต่เขาไม่ได้อยากจะเปิดเผยว่าเป็นแฟนเรา แล้วเราก็ไม่รู้ว่าจะเรียกเขาว่าอะไร เวลาใครถามมามันก็จุกอกพูดไม่ได้ แต่จะปฏิเสธว่าไม่ได้คบหาเขาก็ไม่ได้ มันหาทางออกไม่ได้ มันก็เลยกลายเป็นคนเก็บตัว เพราะคิดว่าการเก็บตัวอยู่บ้านน่าจะปลอดภัยที่สุด ก็อยู่บ้านวาดรูป ทำศิลปะ บ้าๆบอ ก็เริ่มเพี้ยนแล้ว อยู่ในโลกของตัวเอง แต่เอาละ มันก็คือชีวิตช่วงหนึ่งที่เราต้องเรียนรู้ไป แต่พอวุฒิภาวะมันมากขึ้น อายุมากขึ้น ทุกอย่างมันคลี่คลาย พอมองกลับไปเรื่องนั้นมันเรื่องขำขันนะ เราไปจริงจังอะไรกับมันมากไปหน่อย ฟังดูอยากนะแต่มันจริงๆมากๆเลย

พี่มีแฟนสวยทุกคนเลยนะ?
อันนี้ถือว่าเป็นบุญของเราจังเลยนะ

คิดเรื่องแต่งงาน แล้วยังพี่?
ตรงนี้แปลกนะ งานศพรู้ว่างานตัวเองจะเป็นยังไง มีดีไซด์ในหัว สมมุติคิดเดี่ยวเรารู้ว่าจะเป็นแบบไหน ทำร้านไอติม เราก็รู้ว่า มันจะเป็นยังงี้นะ แต่พองานแต่งงาน ไม่มีภาพเลย นึกไม่ออก แต่คิดว่าพอถึงเวลามันจะคิดออกไปเอง แต่ตอนนี้นิมิตยังไม่เกิด ถึงเวลาเดี่ยวมันสุกมันก็คงเกิดนะ

พี่มีมุมเศร้าๆกับเขาบ้างไหมเนี้ย?
มีๆ เวลาเศร้าๆก็ไปวาดรูป เป็นคนเซ็นซิทีฟ ไม่ชอบที่ตัวเองเป็นคนอย่างนี้เลยนะ เคยสงสัยว่าทำไมต้องเป็นคนอย่างนี้ แต่มันมีมุมดีอยู่หน่อยหนึ่ง อารมณ์ที่มันละเอียดๆพวกนี้ที่คอยจับอารมณ์ผู้หญิงได้ มันก็ไม่เลวร้ายไปหมด แต่จริงๆก็อย่างเป็นคนที่มีจิตใจเข้มแข็งมากกว่านี้ มุมนี้มันจะมาประมาณ 2-3 เดือนจะมาทีหนึ่ง วันหนึ่งขับรถอยู่ดีๆก็น้ำตาไหลเฉยๆเลยนะ เจอเพลงที่โดนเข้าไปก็ร้องไห้ แล้วมีอยู่ครั้งหนึ่งกลับจากเชียงใหม่กับแฟน นั่งกันมาดีๆแต่พอเครื่องลงแตะพื้นปุ๊ป น้ำตาไหลเลย ร้องไห้โอ้ แฟนเขาก็งงเป็นอะไร ก็บอกไม่เป็นอะไร เดี่ยวหาย วันนั้นคนนั้นเบาะหลังคงนึกว่าทะเลาะกันแน่ อย่างนี้แหละพอมันได้ร้องไห้ออกมามันก็ดีขึ้น

แล้วเขาเข้าใจเราไหม ?
ไม่ชิน ไม่ชินเลย ( เสียงสูงม๊ากกก ) เขาไม่ชินกับคนแบบนี้ คือเหมือนง่ายๆแต่อยู่ด้วยยาก เพราะมัมมีมุมอะไรไม่รู้ แฟนเราก็เป็นนักธุรกิจ เขามีการจัดการอะไรที่แน่นอน แล้วมาเจอคนที่แบบคนที่เหมือนภาพที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆคิดไปก็สงสารเขาเหมือนกัน ก็ค่อยๆคบกันไป ค่อยดูกันไป

คำถามสุดท้าย พี่โน้ตคิดว่าตัวเองเนื้อหอมไหมพี่ ?
จะบ้าเหรอ ( หัวเราะ ) ไม่รู้ๆๆ เราจะบอกให้นะ คนเห็น อุดม เหมือนคนไปดิสนีแลนด์ เหมือนเด็กไป ดิสนีแลนด์ แล้วเห็นมิกกี้เม้าท ถ้าเป็นพระเอกหนังสมมุติเป็น อนันดา เขาไปเข้าไปในสถานทีเที่ยว เด็กผู้หญิงอาจจะอยากกระโดดหอมจูบปากเขาก็ได้ แต่มันจะมีรังสีพระเอกอยู่ทำให้คนได้แต่แอบมอง แต่ไอ้โน้ต อุดม เข้าไปเขาพุ่งเข้ามาจิ๊กหัวได้เลย บีบแก้มได้ หยอกเล่นได้ พูดคุยได้ดูไม่มีพิษไม่มีภัยกับเขา มันเป็นของเล่น อุดม มันเป็นของเล่น ถามว่าเนื้อหอมไม่ ไม่ใช่หรอกมันเป็นของเล่นมากกว่า ทั้งๆที่จริง คุณอนันดา อาจจะเป็นมิตรกว่า โน้ต อุดม ก็ได้นะ แต่คนไม่กล้าเข้าไป

วันนี้เราถือว่าเราได้รับเกียรติจริงๆกับการสัมภาษณ์ ซุปเปอร์สตาร์เมืองไทยอีกคนในวันนี้ และก่อนจะจากกัน คุณอุดม เขาฝากบอกว่าเริ่มคันอีกครั้งแล้ว เดี่ยวไมโครโฟน 8 มีแน่นอนประมาณเดือนมีนาคม ปีหน้า เอ๊า…ใครที่พลาดปีนี้ ปีหน้าก็ติดตามข่าวกันให้ดี จะได้ไปหัวเราะคลายเครียดกัน

กาญจนา สิทธิเม่ง รายงาน

ที่มาจากหนังสือพิมพ์